สุรวิทย์ ชี้งบกู้ 5 แสนล้าน จัดสรรสาธารณสุขน้อยเกินไป

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๔

สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ วิพากษ์การจัดสรรงบประมาณฟื้นฟูเศรษฐกิจจากโควิด-19 ที่จัดสรรให้ด้านสาธารณสุขน้อยเกินไป พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการวัคซีนและการดูแลผู้ป่วยของรัฐบาล จนส่งผลให้ระบบสาธารณสุขขาดแคลนอุปกรณ์และบุคลากรไม่สามารถรองรับสถานการณ์ได้

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรค เพื่อไทย กระผมขออภิปรายร่างพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟู เศรษฐกิจและสังคมอันเกี่ยวเนื่องมาจากการระบาดของโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) กระผม เห็นว่ากู้เงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ได้จัดสรรให้กับฝ่ายสาธารณสุขเพียง ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นตัวเลขที่น้อยเกินไป ให้ความสำคัญในการควบคุมการระบาด ควบคุมหรือดูแลรักษา ผู้เจ็บไข้ได้ป่วยจากโรคโควิด (COVID) น้อยเกินไป การที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้ก็คือ เปรียบเทียบกับมีสงคราม เป็นสงครามกับโรคโควิด (COVID) กองทัพที่จะต่อสู้กับ โรคโควิด (COVID) ก็คือทีมงาน บุคลากร อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือด้านสาธารณสุข ซึ่งผม เห็นว่าเป็นการจัดสรรงบประมาณที่ไม่ถูกต้อง ในงบประมาณปี ๒๕๖๕ รัฐบาลตัดงบประมาณ ลงไป ๙.๙ เปอร์เซ็นต์ก็บอกว่าจะมีงบเงินกู้ แต่พอมาถึงงบเงินกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กลับมาใช้ด้านสาธารณสุขเพียง ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้างบประมาณก็ดี อุปกรณ์เครื่องไม้ เครื่องมือไม่ดี เราควบคุมโรคโควิด (COVID) ไม่ได้จะเกิดปัญหาบานปลายความเสียหายทาง เศรษฐกิจ สังคม ก็จะรุนแรงจะมากขึ้น การเยียวยาก็จะบานปลาย การฟื้นฟูก็ต้องใช้เงิน มากขึ้น กระผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเป็นคณะกรรมาธิการ การสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ได้ออกเยี่ยมโรงพยาบาล ออกเยี่ยมพี่น้อง อสม. แล้วก็ ไปหลายจังหวัดครับ ไม่ว่าจะเป็นที่จังหวัดเชียงราย จังหวัดสงขลา และที่จังหวัดชัยภูมิ ได้พบเห็นการทำงานของบุคลากรด้านสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาล อสม. หรือ เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง จะเห็นได้ว่าทุกคนทุ่มเททำงาน แต่ขาดอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เช่น อสม. ก็เรียกร้องอยากจะได้เครื่องวัดความดันโลหิต อยากได้อุปกรณ์ป้องกันตัวต่าง ๆ เครื่องวัดอุณหภูมิต่าง ๆ เหล่านี้ รพ.สต. โรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตำบล แม้แต่เครื่องชั่งน้ำหนักบางแห่งก็ยังไม่มี โรงพยาบาลชุมชนก็ต้องการ อุปกรณ์ เช่น เครื่องเอ็กซเรย์หรือเครื่องช่วยหายใจ โรงพยาบาลจังหวัด โรงพยาบาลศูนย์ ก็ร้องขอการจัดทำห้องความดันลบ เครื่องช่วยหายใจเหล่านี้ มีคนไข้ล้นโรงพยาบาล แทบทุกแห่ง งบปกติที่จะจัดให้ในการที่จะก่อสร้างอาคารต่าง ๆ ก็รู้สึกไม่เพียงพอ ยกตัวอย่างเช่น โรงพยาบาลคอนสวรรค์ อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งคนไข้ล้นมาก ของบประมาณก่อสร้างอาคารผู้ป่วยใน ๖๐ เตียง งบประมาณเพียง ๒๐ ล้านบาท ขอมา ๕ ปี ยังไม่ได้รับครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนว่ารัฐบาลชุดนี้ได้บริหารสถานการณ์ โควิด (COVID) หรือการที่จะแก้ไขปัญหาโควิด (COVID) ล้มเหลวมาโดยตลอด รัฐบาลปล่อยให้มี ความผิดพลาดในเรื่องของเกิดคลัสเตอร์ (Cluster) ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นที่สนามมวย จะเป็นที่สนามมวย เวทีลุมพินี หรือว่าที่เป็นแรงงานที่เข้ามาโดยไม่ถูกต้อง หรือว่าจะเป็น ที่สถานบันเทิงต่าง ๆ ล้วนแต่เป็นความผิดพลาดของรัฐบาลจนเกิดการระบาดร้ายแรง ขึ้นมาทั้ง ๓ ครั้ง เมื่อมีปัญหาขึ้นมารัฐบาลก็ปล่อยให้มีบางคน ไม่น้อยทีเดียว ที่ติดเชื้อ รอความช่วยเหลือ รอรถรับไปรักษาในโรงพยาบาลจนหลายคนตายที่บ้านอย่างน่าสงสาร อย่างน่าเวทนา นั่นคือสิ่งที่เป็นความล้มเหลวความบกพร่องที่เราเห็นและทราบกันทั่วไป ในส่วนของการบริหารวัคซีนก็ถือว่าล้มเหลวอย่างมากมาโดยตลอดอีกเช่นเดียวกัน เรายอมรับกันทั่วโลกว่าวัคซีนเป็นความหวังของมวลมนุษย์ว่าจะสามารถช่วยให้ควบคุม โรคโควิด (COVID) ได้ แต่รัฐบาลไทยก็ประเมินสถานการณ์ต่ำบอกว่าเมืองไทยคงไม่ต้อง ใช้มาก ในช่วงแรก ๆ เขาจองกัน วัคซีนทั่วโลกเขาต้องจองกัน แต่รัฐบาลบอกว่ามีปัญหา เรื่องของเงินจอง อาจจะไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเป็นคำแก้ตัวที่ไม่ถูกต้อง เพราะถ้ามัน ติดขัดเรื่องกฎหมายก็แก้กฎหมายสิครับ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เรื่องความเป็นความตาย ของพี่น้องประชาชน ในปัญหาเรื่องความล่าช้า ตอนแรกรัฐบาลบอกว่าเรื่องวัคซีนไม่มีปัญหา ไทยพร้อม แต่เอาเข้าจริง ๆ เมื่อวานซืนนี้วันที่ ๗ มิถุนายนประเทศไทยก็มีคิกออฟ (Kick Off) มีเริ่มฉีดวัคซีนให้กับพี่น้องในเข็มแรก แต่วันเดียวกันที่ สปป. ลาวก็คิกออฟ (Kick Off) เหมือนกัน แต่ว่าเขาเริ่มฉีดเข็มที่ ๒ ให้กับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นกัมพูชา มาเลเซีย เมียนมาร์ ต่างก็ทำการฉีดวัคซีนได้เร็วกว่าเรา ซึ่งแสดงออกถึงศักยภาพของรัฐบาล ศักยภาพของทางฝ่ายที่เข้ามาดูแลในเรื่องวัคซีนล้มเหลว ท่านประธานที่เคารพครับ ก็จะเห็น ได้ว่าขณะนี้ยังอยู่ในความสับสนของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการจองเพื่อฉีดวัคซีน ใช้แอปพลิเคชัน (Application) หมอพร้อมบ้าง ตอนหลังก็บอกว่าไม่ใช่ ต้องสามารถใช้ แอปพลิเคชัน (Application) ของแต่ละจังหวัดจนสับสน คนที่จองหมอพร้อมเสร็จ ถึงเวลา ไปฉีดบางทีก็ยังดีว่าบอกล่วงหน้า แต่จำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้บอกล่วงหน้า ไปถึงไปรอแล้วก็ มีปัญหากันมากมาย ท่านประธานที่เคารพครับ ก็จะเห็นได้ว่าปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทำให้ผม ไม่มั่นใจว่างบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรมา ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท สำหรับงานด้านการแพทย์ อนามัย อุปกรณ์การแพทย์และวัคซีนนั้นจะไม่เพียงพอ จึงไม่สามารถรับรองพระราชกำหนด ฉบับนี้ได้ ขอบคุณครับ