ภาคภูมิ บูลย์ประมุข เห็นด้วยกับการออกพระราชกำหนดกู้เงิน 500,000 ล้านบาทเพื่อรับมือโควิด-19 แต่เรียกร้องให้ขยายการเยียวยาไปยังบุคลากรแนวหน้าและจิตอาสาที่ยังไม่ได้รับการดูแล เช่น ชรบ. บุคลากรสาธารณสุขนอกระบบ ครู และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น พร้อมหารือปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโครงการคนละครึ่งของประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ห่างไกลที่ขาดสาธารณูปโภคและสัญญาณอินเทอร์เน็ต โดยเสนอให้ปรับรูปแบบการแจกจ่ายเป็นคูปองหรือมาตรการพิเศษเพื่อความทั่วถึง และเน้นย้ำความจำเป็นในการรับฟังความต้องการของชุมชนตั้งแต่ต้นในการใช้งบประมาณฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและสร้างงานอย่างตรงจุด
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคพลังประชารัฐ สำหรับพระราชกำหนดเงินกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในความเห็นของผม เห็นด้วยนะครับ ที่รัฐบาลจะออก พ.ร.ก. เงินกู้ เพื่อจะมาใช้แก้ไขในสถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) ในครั้งนี้ ซึ่งได้มีการนำไปจัดสรรใช้จ่ายอยู่ ๓ ส่วน ก็คือด้านสาธารณสุขจำนวน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-๑๙ (COVID-19) ทั้งหมดอีก ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ใช้ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจำนวนอีก ๑.๗ แสนล้านบาท ในปีที่แล้ว กู้ไป ๑ ล้านล้านบาท ก็จัดสรรไปตามสัดส่วนเหมือนลักษณะครั้งนี้เหมือนกัน ในงบที่กู้ไป ครั้งที่แล้ว ๑ ล้านล้านบาท ในส่วนของการเยียวยา ครั้งที่แล้วก็มีการเยียวยาไปหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเยียวยาตรง จ่ายเงินเข้าทางประชาชน เป็นรายเดือน หรือว่านำไปจัดสรรให้ส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้านมีเงิน ค่าตอบแทนพิเศษหลาย ๆ อย่าง สำหรับเงินรอบนี้เงินเยียวยาจากการกู้ทั้งหมด ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นเงินเยียวยา ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมได้พูดหลายครั้งแล้วว่ายังมีบุคคลอีกเยอะแยะมาก ที่รัฐบาลยังไม่ได้ดูแลเขา สำหรับผมก็อยากจะให้รัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญของเขา ไม่ว่าจะ ชรบ. จิตอาสาต่าง ๆ บุคลากรที่อยู่ห่างไกลที่เป็นจิตอาสาที่ไม่ได้ปรากฏ แต่ภาพที่ เห็นเป็นบุคคลที่ช่วยเหลือในเรื่องโควิด (COVID) อีกทั้งบุคลากรทางการแพทย์ที่ยังไม่ได้ บรรจุเป็นข้าราชการ หน่วยรักษาความปลอดภัยต่าง ๆ ข้าราชการส่งเสริมปกครอง ส่วนท้องถิ่นโดยเฉพาะด้านสาธารณสุขก็ยังไม่ได้รับการเยียวยาตรงนี้ อีกทั้งยังจะมีบุคลากร ทางด้านการศึกษาที่อยู่ห่างไกล เป็นคนประชาสัมพันธ์เรื่องการต่อต้านโควิด (COVID) ครูก็มี ส่วนสำคัญนะครับครั้งที่แล้ว ก็อยากจะให้รัฐบาลเหลียวแลคนพวกนี้บ้าง โดยเฉพาะ ชรบ. เขาเป็นด่านหน้าที่สุด ผมเชื่อว่าท่านสมาชิกทุกท่านที่ลงพื้นที่และเข้าไปพบปะพี่น้อง ประชาชนในการดูแลรักษาความปลอดภัยตามด่านต่าง ๆ อยู่ทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เขายังไม่ได้ รับการเยียวยาจากภาครัฐเลย อยากจะฝากในเงินก้อนในรอบนี้ด้วยนะครับ ให้ดูแลเขาด้วย
สำหรับโครงการต่าง ๆ ที่รัฐบาลได้ไปกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นโครงการ ไทยชนะ เราชนะ คนละครึ่ง เที่ยวด้วยใจ อะไรต่าง ๆ สิ่งที่ประสบความสำเร็จของรัฐบาลที่สุด ผมเชื่อว่าน่าจะเป็นโครงการคนละครึ่ง คนละครึ่งถือว่าเป็นโครงการที่ดี แต่ข้อจำกัดของ คนละครึ่งก็มีหลายอย่าง ผมขอยกตัวอย่างปัญหาที่เกิดจากจังหวัดตากคือจังหวัดของผม จังหวัดตากมีประชากรเกือบแสนคนที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์และอยู่บนเขาบนดอย ไม่มี สาธารณูปโภค ไฟฟ้า ถนนก็เป็นลูกรังเข้าถึง สัญญาณโทรศัพท์ไม่ต้องพูดถึง คนละครึ่งเราก็ ทราบดีอยู่แล้วว่าต้องใช้สัญญาณโทรศัพท์ สัญญาณอินเทอร์เน็ต (Internet) ในการเข้าถึง ที่ผ่านมาประชากรเหล่านี้ได้รับบ้างแต่ไม่ทั่วถึง และสำคัญกลุ่มที่ได้รับมีปัญหา คำว่ามีปัญหา คือในการที่เขาจะไปใช้จ่ายในร้านค้า บางครั้งร้านค้าก็อำนวยความสะดวกให้เขาโดยการ เติมเงินและให้เขาเอาของกลับไป เขาบังคับให้มีโทรศัพท์ เขาก็ต้องไปพึ่งร้านค้า หรือไปพึ่งผู้นำหมู่บ้านที่มีโทรศัพท์ พึ่งผู้ใหญ่บ้าน เขาถึงจะได้รับสิทธินี้ แต่ที่ผ่านมามันมี เหตุการณ์เกิดขึ้นคือส่วนกลางโดยเฉพาะสำนักกระทรวงการคลังนี่ล่ะครับ ผมจำชื่อไม่ได้ว่า หน่วยงานไหน นั่งจับอัตราการใช้จ่ายของแต่ละร้านในกรุงเทพฯ เพราะมันต้องขึ้นรีพอร์ต (Report) อยู่แล้ว ปรากฏมีร้านบางร้านโผล่ขึ้นมา ท่านแจ้งความดำเนินคดีเขาเลยครับ จะให้เขาคืนเงิน ให้ตำรวจไปแจ้ง มีหมู่บ้านผมอยู่หมู่บ้านหนึ่งมีประชากรอยู่ประมาณ ๓๐๐ คน โดนมาสอบ ๒๐๐ คน เนื่องจากใช้กรณีอย่างนี้ ผมลงพื้นที่ไปแล้วผมยังไม่ใช่ พนักงานสอบสวนนะครับ แต่ผมไปสอบถามแล้วว่าเงินที่เขาใช้เขาเอาของจริง เขาไม่ได้มีการ ทุจริตที่จะแปรคนละครึ่งเป็นเงินกลับไป ก็อยากให้ท่านดูแลคนเหล่านี้เป็นกรณีพิเศษ ท่านลองไปให้คนสำรวจเลยครับ ไม่ว่าอำเภอ ผู้ใหญ่บ้าน สำรวจเลยว่าหมู่บ้านนี้ต้องการ คนละครึ่งแบบไหน ในเมื่อไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต (Internet) ท่านก็อาจจะปรับปรุง โดยวิธีการใช้คูปองแจกเขา ยกเว้นเป็นกรณีพิเศษใดบางเฉพาะพื้นที่ที่ไม่สามารถเข้าถึง สาธารณูปโภค ไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต (Internet) และโทรศัพท์ สิ่งเหล่านี้ก็จะทำให้เขามีขวัญ กำลังใจ เพราะท่านอย่าลืมว่าคนเหล่านี้ก็เป็นคนไทยของประเทศไทยเหมือนกัน ถ้าท่าน ทำได้อย่างนี้การเยียวยาของท่านก็จะทั่วถึงเกือบทั้งประเทศ ผมยกตัวอย่างคนบางกลุ่มคนที่ อยู่ในภาคส่วนข้างล่างและ กทม. อะไรต่าง ๆ ก็จะเป็นเคส (Case) ลักษณะอย่างนี้ครับ เขาไม่มีโทรศัพท์ คนแก่อะไรก็ไม่มีโทรศัพท์ ก็อยากจะให้ดูส่วนนี้ด้วย สำหรับงบกระตุ้นฟื้นฟู เศรษฐกิจครั้งนี้มีเงินอยู่ ๑.๑ แสนล้านบาท ที่ผ่านมาก็มีการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายอย่าง ผมยกตัวอย่างที่ล่าสุดรัฐบาลได้อนุมัติไป เงิน ๔๕,๐๐๐ ล้านบาทกระตุ้นเศรษฐกิจโดยผ่าน จังหวัดแต่ละจังหวัดกระจายกันตามอัตราส่วน ที่ผ่านมาโครงการเหล่านี้ ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนที่อยู่รออนุมัติ ผมได้รับการบอกเล่า จากทั้งท้องถิ่น คนพื้นที่ต่าง ๆ บอกว่างบนี้เวลาแจ้งนี่แจ้งเร็วเกินไป ความต้องการต่าง ๆ ไม่สามารถทำได้อย่างทันท่วงที แต่ก็มีที่ออกมาก็ถือว่าผ่านในระเบียบกฎเกณฑ์ แต่พูดถึงว่าจะได้ประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ได้ครับ วันนี้ท่านตั้งหลักแล้วท่านมีเงินอยู่ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วท่านจะตั้งใจจะเยียวยาฟื้นฟูเศรษฐกิจ รัฐบาลตั้งไว้เลยนะครับว่า จะให้ตรงไหน อย่างไร ให้ชาวบ้านเขามีการประชาคมแต่เนิ่น ๆ แจ้งกำนันผู้ใหญ่บ้าน หรือท้องถิ่นไปประชาคมชาวบ้าน ถามความต้องการชาวบ้านว่าจะได้อะไร ถ้าเม็ดเงินอนุมัติ มาแล้วก็สามารถไปแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดกับชาวบ้านนั้น ๆ ฉะนั้นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็จะเกิดผล ชาวบ้านก็เกิดงาน มีการจ้างงานประชาชนต่อยอดได้ โดยภาพรวมนะครับ ผมขอ สนับสนุน พ.ร.ก. เงินกู้ฉบับ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทของรัฐบาลในชุดนี้นะครับ ผมเห็นด้วยครับ