เท่าพิภพ ชูคืนโต๊ะ-เก้าอี้-ร้าน แทนเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๔

เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร หารือถึงผลกระทบจากการปิดกิจการธุรกิจบริการช่วงโควิด-19 โดยเฉพาะร้านอาหาร ผับ บาร์ และผู้เกี่ยวข้องที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลชดเชย สนับสนุนผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด และเรียกร้องคืนพื้นที่ประกอบอาชีพ รวมถึงศักดิ์ศรีให้ผู้ได้รับผลกระทบ โดยเน้นการคืนโต๊ะ คืนเก้าอี้ คืนร้าน แทนการเยียวยาที่ล่าช้าและไม่เพียงพอ

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขตธนบุรี เขตคลองสาน เขตบางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับก่อนอื่นเลย ผมต้องเป็นตัวแทนของพรรคก้าวไกล ในการขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่มา ผมไม่แน่ใจว่า มันคือการชี้แจงหรือเปล่านะครับ หรือผมไม่แน่ใจว่ามันเป็นการมาขอกู้เงินหรือเปล่า แต่ผม ค่อนข้างแน่ใจนะครับ เพราะว่าตอนเด็ก ๆ ผมก็เคยเจอมาเหมือนกันครับว่ามันเป็นเหมือน การมาไถสตางค์สภามากกว่านะครับ เกรี้ยวกราด ดุดันเหลือเกิน อย่างไรก็ขอบคุณที่ท่าน มากนะครับ ท่านอาจจะอารมณ์เสียเป็นสไตล์ (Style) ท่านก็ไม่เป็นไร ท่านประธานครับวันนี้ ผมขออภิปรายเกี่ยวกับเงินกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ และวันนี้ผมเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่จะได้ใช้ คำว่า พ่อแม่ พี่น้อง อย่างเต็มปากนะครับ เพราะว่าพ่อแม่พี่น้องที่ผมจะพูดถึงนี้ คือผู้ประกอบการธุรกิจบริการต่าง ๆ นะครับ ไม่ว่าจะเป็นร้านนวดสปาคลินิกเสริมความงาม ร้านอาหาร ผับ บาร์ ธุรกิจกลางคืน รวมถึงคนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมนี้ เช่น เด็กเสิร์ฟ นักดนตรี นักแสดงโชว์ รวมไปถึงคนขับแท็กซี่ หรือไม่ว่าจะเป็นคนที่ขายไก่ทอดอยู่ในย่านราตรีนะครับ ซึ่งได้รับ ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด (COVID) และคำสั่งปิดจากรัฐบาลโดยไร้การเยียวยา ท่านประธานครับ แต่น่าเสียดายเหลือเกินสิ่งที่ผมจะพูดอาจจะไม่ทันการณ์สำหรับพี่น้อง ของผมหลาย ๆ คนที่ธุรกิจของเขาได้ปิดตัวลงไป ไม่ว่าจะเป็นร้านไทยโช (Thaisho) ย่านสะพานควาย ดิเอ็กซ์ซายน์บาร์ (The X-science Bar) และจอยลัคคลับ (Joy Luck Club) ถนนข้าวสาร ศาลาไทย พระราม ๓ บอตทอมร็อคเก็ต (Bottom Rocket) คราฟท์เบียร์บาร์ (Craft Beer Bar) พญาไท ร้านสมหวังโคราช ร้านห้าศาลาลพบุรี ร้านบ้านหอมกลิ่นดิน สุโขทัย หรือว่าจะเป็นร้านดังอย่างไอเบอรี่ (iBerry) เชียงใหม่ที่ออกข่าวดัง ส่วนร้านที่ต่อสู้อยู่ นะครับ ผมก็ให้กำลังใจและผมหวังว่าวันนี้ผมมาพูดในสภาแล้ว รัฐบาลจะมีมาตรการในการ ชดเชยที่ปิดร้านเขาและเขาได้ทำตามกฎทุกอย่างตามที่รัฐบาลบอกด้วยนะครับ ท่านประธานครับ ตั้งแต่วันที่ ๑๘ มีนาคม ถึงวันที่ ๓๑ มิถุนายน ๒๕๖๓ วันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๓ ถึงวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ วันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๔ ถึงตอนนี้ยังไม่มีกำหนด ๓ ครั้งแล้วที่พวกเราถูกสั่งปิด รวมระยะเวลากว่า ๒๒๑ วัน ในห้วงโควิด (COVID) มา เป็น ๓ ครั้งแล้วที่พวกเราโดนสั่งปิดก่อนแล้วเปิดทีหลังอย่างไม่มีการชดเชย เป็น ๓ ครั้งแล้วที่พวก เราได้กลายเป็นผู้ร้ายของสังคมทั้งที่พวกเราไม่ได้ทำอะไรผิด เป็น ๓ ครั้งแล้วที่รัฐบาลบอกให้ เราเสียสละ แต่ไม่เคยสนใจแม้แต่เสียงของพวกเรา เป็น ๓ ครั้งแล้วที่พวกเราโดนบังคับให้ตก งานและขาดรายได้ เป็น ๓ ครั้งแล้วที่เราพยายามทำอย่างอื่นเพื่อให้ชีวิตเรายังเดินต่อไปได้ และเป็น ๓ ครั้งแล้วที่พวกเราพยายามเข้าใจ เสียสละตามที่รัฐบาลบอก แต่ไม่มีแต่ครั้งเดียว เลยครับที่รัฐบาลจะมาสนใจหรือเข้าใจพวกเราบ้างเลย มีแต่คำพูดสวยหรูครับ บอกแค่ว่า ต้องปรับตัวสิ ผมถามจริง ๆ ครับท่านประธาน ปรับตัวอย่างไรครับ พอจะปรับตัวแล้ว อย่างไรครับ บอกให้ไปขายออนไลน์ (Online) สิ ร้านเซฟ อาวร์ โซล (Safe Our Soul) ร้านค้าเบียร์ย่านคลองสานเตรียมตัวจะขายเบียร์ออนไลน์ (Online) สุดท้ายก่อนวันที่จะสั่ง ปิดไม่นานก็ออกกฎมาว่าห้ามขายแอลกอฮอล์ออนไลน์ (Online) สุดท้ายพยายามปรับตัว เพื่อความอยู่รอดไปขายผัดกระเพรา เหมือนกับร้านทีนออฟไทยแลนด์ (Teen of Thailand) ร้านคอกเทลบาร์ (Cocktail Bar) ที่ได้รางวัล ระดับเอเชีย สุดท้ายต้องหันมาขายขนมจีบ บอกให้นักดนตรีไปปรับตัวครับ ปรับตัวทำอะไรครับ ให้ไปเล่นออนไลน์ (Online) ลงยูทูบ (YouTube) สิหาเงินในยูทูบ (YouTube) ตั้งช่องแชนแนล (Channel) ของตัวเอง ท่านประธานทราบไหมครับว่ากว่าจะได้แต่ละบาทหนึ่งแต่ละซับสไคร์เบอร์ (Subscriber) แต่ละวิว (View) กว่าจะได้แต่ละบาทหนึ่งมันยากแค่ไหน บอกให้ร้านอาหารไปทำเดลิเวอรี (Delivery) สิ ร้านอย่างร้านโบราณเป็นภัตตาคารฟายไดนิ่ง (Fine Dining) ระดับมิชลินสตาร์ (Michelin Star) ผมถามจริง ๆ จะไปเดลิเวอรี่ (Delivery) อย่างไร ร้านอย่างร้านโกดังชาบู วุฒากาศ หรือร้านเฝอหม้อไฟ วงเวียนใหญ่ในเขตผมเอง ก็ยังพยายามปรับตัวนะครับ ในการ ที่จะส่งเดลิเวอรี (Delivery) แต่ถามจริง ๆ ครับ พวกแอปพลิเคชัน (Application) ต่าง ๆ ที่เป็นแอปเดลิเวอรี (App Delivery) ท่านประธานทราบไหมครับว่าหักประมาณ ๓๕-๔๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นค่าคอมมิชชัน (Commission) เป็นค่าจีพี (GP) เป็นค่าการตลาด ต่าง ๆ มิหนำซ้ำบางรายยังจ่ายเงินให้กับผู้ประกอบการช้าอีกด้วย ซึ่งโดยธรรมชาติแล้ว รายเล็กรายน้อยอย่างนี้วัตถุดิบเขาซื้อวันต่อวัน วัตถุดิบเหล่านี้เงินมันก็ไหลไปที่ตลาดราก หญ้าไปเรื่อย ๆ อย่างนี้จะอยู่กันได้อย่างไรครับ ผมอยากให้รัฐบาลและชนชั้นนำไทยเลิกพูด ได้แล้วว่าเราต้องปรับตัว มันน่าสะอิดสะเอียนครับ อย่างร้านซูชิที่จังหวัดเชียงใหม่เขาปรับตัว ให้คนนั่งกินในรถก็ไปจับเขาอีก สรุปแล้วรัฐบาลอยากให้เขาปรับตัวจริง ๆ หรือครับ เห็นประชาชน จน ลำบาก แล้วมันสะใจหรือครับ หรืออยากให้ประชาชนจนเข้าไว้ เวลาโยน เศษเงินให้จะได้มาทวงบุญคุณกันตอนเลือกตั้ง หรือนี่คือเป้าหมายจริง ๆ ของ พ.ร.ก. เงินกู้นี้ กันแน่ครับ ร้านผับ (Pub) บาร์ (Bar) ร้านสปาหนักมากครับ ถูกปิดก่อนเปิดทีหลัง ถึงทุกวันนี้ยังถูกปิดอยู่เลย ผมไม่รู้ว่านายกรัฐมนตรีติดความเป็นทหารมากหรือครับ แบบขัง ลืมทุกคนไปเลย ผมไม่แน่ใจว่ารัฐบาลลืมไปแล้วหรือเปล่าว่าผับ (Pub) บาร์ (Bar) และร้าน นวดสปา พวกนี้ยังไม่ได้เปิดนะครับ ท่านประธานครับ การบริหารวัคซีนอย่างที่หลายท่านพูดไปก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ปัญหานี้ มันเกิดขึ้น หรือยังไม่แก้ไข ถ้าเราฉีดวัคซีนเราฟังเรื่องวัคซีน อย่างคุณธนาธรพูด เราก็รอด ไปแล้วครับ ข้อมูลที่ผมไปหามาจากสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ป๋วย อึ้งภากรณ์ และบริษัทวงใน มีเดียเขาก็สำรวจมาครับว่าในปี ๒๕๖๐ ผู้ประกอบการมาที่ทำทุก ๕ ปีเขาบอกว่า ๒,๔๙๓,๐๐๐ แห่ง เป็นผู้ประกอบการตัวเองมี ๓๒๕,๐๐๐ แห่ง เป็นธุรกิจอาหาร และ เครื่องดื่ม เป็น ๑๘ ของจีดีพี (GDP) ของประเทศไทย ตอนนี้ท่านปิดจนเหลือประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จาก ๓ ล้านล้านบาท จะเหลืออะไรครับประเทศนี้ การปิดตัวลงของธุรกิจ ขนาดเล็กเหล่านี้เป็นเหมือนการกลบฝังความฝันและความหวังของประเทศไทยในการจะฟื้น เศรษฐกิจ เพราะว่าการจ้างงานสำหรับคนไทยแล้วมันเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากในการที่เรา จะทำให้ธุรกิจเรากลับมาเป็นปกติ ผมไปสำรวจเสียงจากผู้ประกอบการรายย่อยกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ทั้งเป็นผู้ประกอบการและลูกจ้างเขาบอกขอพักชำระหนี้หน่อย อย่างน้อย รัฐบาลจ่ายค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟให้ธุรกิจนี้อยู่ได้ได้ไหมครับ รัฐบอกให้เราหยุดหาเงิน แต่ไม่บอกให้เราหยุดจ่ายหนี้ และเราจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายล่ะครับ รายได้ไม่มีแต่หนี้ไม่เคย หยุดพัก แล้วหลังจากนี้เครดิตของพวกเราจะเป็นอย่างไร ที่ผ่านมารัฐบาลมีแต่มาตรการ ที่กระตุ้นการบริโภค แต่ไม่ใช่มารักษาการจ้างงานเลย ผมยกตัวอย่างกลับกันในต่างประเทศ อย่าง โจ ไบเดน ออกโครงการมา เรียกว่า กองทุนฟื้นฟูร้านอาหาร เรสเทอรอง รีไวทาไลเซชัน ฟันด์ (Restaurant Revitalization Fund) ซึ่งก็ให้ผู้ประกอบการตามเกณฑ์ ๑,๐๐๐ เหรียญ ถึง ๕ ล้านเหรียญ ๕ ล้านเหรียญนะครับ ฟังไม่ผิด ๑๕๐ ล้านบาท โดยให้กับคนที่เสียเปรียบ ก่อน ไม่ใช่ให้แต่รายใหญ่ ซึ่งผมก็มองแล้วครับว่าประเทศสหรัฐอเมริกานี้ดีจังเลย เปลี่ยนจาก ลุงทรัมป์เป็นลุงไบเดน ประเทศดีขึ้นทันทีเลย ผมก็สงสัยเหมือนกันครับว่าถึงเวลาแล้วหรือยัง ครับว่าประเทศไทยจะเปลี่ยนจากลุงตู่เป็นคนอื่นได้หรือยัง ท่านประธานครับ ผมเองก็อยาก เห็นนะครับว่ารัฐบาลนี้หลังจากกู้มาหลายรอบ อยากเห็นว่ารัฐบาลนี้ในใจเขามีคนประเภทที่ หาค่ำกินเช้าอยู่ในใจเขาหรือไม่ ทำไมคนอย่างพวกเราที่เรามีความฝัน เราเปิดร้านอย่างสุจริต เราก็ต้องการมีอาชีพที่สุจริตแล้วก็หาเลี้ยงครอบครัวเราได้ แต่เรากลับเป็นผู้ร้ายเสมอ ถูกปิด ก่อนเปิดทีหลัง แล้วก็ไม่ได้รับการเยียวยาใด ๆ เลย ผมว่ารัฐที่ดีนะครับ ควรจะเน้นในการที่ให้ ผู้ประกอบการรายเล็กนี้อยู่ต่อไปได้

สุดท้ายนี้นะครับ อย่างน้อยผมหวังว่าถ้ารัฐบาลนี้ไม่สามารถเยียวยาชดเชย ผู้ประกอบการเหล่านี้ได้แล้ว อย่างน้อยนะครับ คืนโต๊ะ คืนเก้าอี้ คืนร้านเขา คืนชีวิตของ พวกเขาคืนเถอะครับ ขอบคุณมากครับ