ภาควัต ศรีสุรพล วิพากษ์วิจารณ์การบริหารเศรษฐกิจและการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาล โดยเฉพาะการใช้เงินกู้ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ล้มเหลวในการช่วยเหลือผู้เดือดร้อนอย่างแท้จริง พร้อมตั้งคำถามถึงความโปร่งใส ความล่าช้าในการจัดการวัคซีน และการนำวัคซีนมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง รวมถึงแสดงความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจ สุขภาพจิตของประชาชน และแผนการใช้จ่ายเงินกู้ 500,000 ล้านบาท พร้อมเรียกร้องให้ผู้บริหารรับฟังเสียงประชาชนและพิจารณาผลกระทบอย่างรอบด้านก่อนดำเนินการ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ภาควัต ศรีสุรพล จังหวัดขอนแก่น เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ตลอดระยะเวลา ๒-๓ ปีที่ผ่านมานี้ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ได้ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศมาอย่าง ยาวนาน พี่น้องประชาชนในหลาย ๆ ภาคส่วน ทั้งภาคการผลิต ภาคการค้า การบริการ การท่องเที่ยว ตลอดจนพี่น้องประชาชนทั่วไปได้รับผลกระทบกันอย่างหนักหนาสาหัส โดยทั้งหมดนี้เกิดจากการบริหารราชการแผ่นดินที่ผิดพลาดของรัฐบาลที่นำโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา การที่รัฐบาลจะออกพระราชกำหนดเงินกู้จำนวน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในครั้งนี้ โดยอ้างว่าเพื่อจะนำมาดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประกอบการรายเล็กรายย่อยนั้น ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ดีครับท่านประธาน แต่ในปีที่ผ่านมารัฐบาลเองก็เคยมาขอมติที่สภาแห่งนี้ ในการออกพระราชกำหนดเงินกู้จำนวน ๑ ล้านล้านบาท ในครั้งนั้นท่านให้เหตุผลว่าต้องการ นำเงินเพื่อมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยเฉพาะการให้ความช่วยเหลือ ผู้ประกอบการ แต่แล้วก็เป็นเพียงแค่คำพูด คำขอที่ดูดีเท่านั้น การกู้เงินจำนวนมากมาย มหาศาล แต่รัฐบาลเองได้นำไปใช้อะไรบ้างให้ก่อประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชน สุดท้าย แล้วเม็ดเงินจำนวนมหาศาลก้อนนี้ท่านก็ได้นำมาใช้อย่างล้มเหลว แถมท่านยังมีการเลือก ปฏิบัติต่อพี่น้องประชาชน พื้นที่ไหนที่มี ส.ส. ของรัฐบาลจะมีงบประมาณจากเงินกู้ลงไป หว่านตามโครงการต่าง ๆ มากมาย ภายหลังจากการเกิดวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) ผู้ประกอบการธุรกิจทั้งขนาดกลาง ขนาดเล็กได้รับผลกระทบกันจนล้มละลายตายกัน ทั้งประเทศ ในช่วงปีที่ผ่านมาปี พ.ศ. ๒๕๖๓ รัฐบาลมีการกันเงินจำนวน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยอ้างว่าเพื่อที่จะนำไปปล่อยกู้ให้กับพี่น้องประชาชนผู้ประกอบการ โดยท่านได้ปล่อยกู้ผ่าน ทางธนาคารพาณิชย์ โดยมีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ ๒ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทางธนาคารพาณิชย์มีการคิดอัตราดอกเบี้ยมากกว่านั้น ผู้ประกอบการที่กู้ต้องยอมรับ เงื่อนไขตามที่ธนาคารได้กำหนด โดยคิดอัตราดอกเบี้ยถึงร้อยละ ๙ ซึ่งไม่เป็นไปตามข้อตกลง เรื่องนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา รู้หรือไม่ และมีการตรวจสอบหรือไม่ว่ามีนายทุนทาง การเงินหาผลประโยชน์จากเงินกู้ของรัฐบาล การที่รัฐบาลอ้างว่าจะนำเงินกู้ไปช่วยเหลือ ผู้ประกอบการ ซึ่งปัญหาที่ตามมานั้นก็คือพี่น้องผู้ประกอบการรายเล็ก รายย่อยนั้นเขาเข้า ไม่ถึงแหล่งเงินกู้ของรัฐบาลเลย เพราะอะไรครับท่านประธาน ก็เพราะว่าทางธนาคารพาณิชย์ที่รัฐบาลได้จัดสรรเงินให้ เขาจะปล่อยกู้ให้กับลูกค้าของ ธนาคารที่มีฐานการเงิน มีฐานธุรกิจที่ดีเท่านั้น แต่ส่วนผู้ประกอบการรายใดที่ไม่เคยเป็น ลูกค้าของธนาคารก็จะไม่สามารถได้รับการช่วยเหลือจากธนาคารเลยซึ่งความเป็นจริงล่ะครับ ท่านประธาน รัฐบาลเองไม่เคยมีความจริงใจที่จะช่วยเหลือพี่น้องคนจนเลย ท่านเองจะ ช่วยเหลือแต่ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีความใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจเท่านั้น ผู้ประกอบการ ร้านค้าร้านขาย ไม่ว่าจะเป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยว ขายข้าวแกง ขายผักขายปลา เขาเหล่านั้นก็ ต้องการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ของรัฐบาล เพราะว่าเขาต้องเอาเงินเหล่านี้นำมาต่อลมหายใจของ ธุรกิจของเขาให้เดินไปข้างหน้าให้ได้ ในอดีตที่ผ่านมาเราเคยมีกองทุนหมู่บ้านครับ ท่านประธาน แต่ทำไมรัฐบาลเองไม่นำเงินมาเติมให้กับกองทุนเหล่านี้ล่ะครับท่านประธาน แต่รัฐบาลกลับให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. มาหา ผลประโยชน์กับพี่น้องประชาชน วันนี้พี่น้องประชาชนทุกคนเขาพร้อมจะเป็นหนี้ ครับท่านประธาน เพราะอะไรครับ ก็เพราะว่าเขาทั้งหมดนี้หมดหนทางในการต่อสู้ ในการใช้ ชีวิตแล้วครับท่านประธาน เขาไม่มีเงินแม้กระทั่งจะไปซื้อปุ๋ย ไม่มีเงินแม้กระทั่งจะไปซื้อยา ไม่มีเงินแม้กระทั่งจะส่งลูกไปเรียนหนังสือ พวกเขาเหล่านั้นเลยต้องไปขอกู้หนี้ยืมสิน กู้เงินจากกองทุนหมู่บ้าน ถ้ากู้เงินจากกองทุนหมู่บ้านได้เขาก็ต้องมีความจำเป็นในการไปขอกู้ หนี้นอกระบบมาเพื่อดูแลครอบครัว ท่านประธานทราบไหมครับว่าวันนี้พวกเราคนไทย มองไปทางไหนก็มีแต่ความหดหู่ใจ เราไม่มีรอยยิ้มเหมือนในอดีตที่ผ่านมา เหมือนในสมัย ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ที่ท่านได้เคยสร้างความสุข สร้างรอยยิ้มให้กับ พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศทุกชนชั้น มาวันนี้รัฐบาลต้องมองภาพให้ออกครับ ท่านต้องมองปัญหาให้เป็น ท่านจะได้แก้ไขปัญหาให้ถูกที่ถูกจุดครับท่านประธาน ไม่ใช่มา วันนี้ท่านมาแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ แต่ท่านไม่แก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุเลย ไม่อย่างนั้นแล้ว การช่วยเหลือก็จะไม่สามารถเข้าถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง ต่อให้ท่านได้กู้มาอีกสัก กี่หมื่นล้าน สักกี่แสนล้าน ท่านก็จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้เลย เนื่องจากว่าอะไรครับ ก็เพราะว่ารัฐบาลชุดนี้ขาดซึ่งความรู้ความเข้าใจในปัญหาของประเทศ ที่แท้จริง ถ้าท่านไม่เข้าใจ ท่านก็สามารถจะสร้างความเข้าใจได้ แต่หากรัฐบาลจงใจที่แกล้งโง่ เพื่อหาผลประโยชน์กับความลำบากของพี่น้องประชาชน นั่นเป็นเรื่องที่น่าอับอาย และเลวร้ายที่สุดครับท่านประธาน ที่เอาความทุกข์ร้อนของพี่น้องทั้งประเทศมาหา ผลประโยชน์ให้กับตัวเองและพวกพ้องของท่าน มันน่าเจ็บปวดหัวใจครับท่านประธาน ที่พวกเราคนไทยทั้งประเทศจะได้ต้องมาเห็นประเทศชาติของเรากำลังจะพังพินาศด้วยน้ำมือ ของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ท่านเคยบอกว่าท่านจะคืนความสุขให้กับพี่น้องคนในชาติ สร้างวิมานเพ้อฝันล่องลอยในอากาศ หลอกลวงพี่น้องประชาชน ตลอดระยะเวลา ๗ ปี ที่ผ่านมาก็เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่า ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านเองไม่มีความสามารถ ไม่มี ศักยภาพในการบริหารราชการแผ่นดินเลย ผมขออนุญาตเปรียบเทียบง่าย ๆ นะครับ ท่านประธาน ประเทศไทยของเราก็เหมือนบริษัท ๆ หนึ่ง ซึ่งในทุก ๆ บริษัทเขาก็จะต้อง เฟ้นหาคนที่มีความรู้มีความสามารถ คนเก่งและมีวิสัยทัศน์ที่จะนำพาบริษัทให้เดินไป ข้างหน้าอย่างมั่นคง แต่ประเทศไทยของเรานี้กลับกัน พี่น้องประชาชนทุกคนเองเขาไม่ได้ ประสงค์ ไม่ได้ต้องการที่จะให้ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มาเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะผลการเลือกตั้งก็เป็นที่ประจักษ์อยู่แล้วว่าพี่น้องคนไทยทั้งประเทศเขาเลือก พรรคการเมืองไหน อยากให้ใครมาบริหารประเทศ แต่ด้วยกฎกติกาที่มันบิดเบี้ยวครับ ท่านประธาน ส่งผลให้ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมานั่งเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง ท่านเองไม่มีความรู้ ท่านเองไม่มีความสามารถ ท่านเองไม่เก่ง ท่านเองไม่มีวิสัยทัศน์ แต่กลับมานั่งบริหารประเทศอีกครั้งหนึ่ง มันน่าสงสารพี่น้องประชาชนคนไทย วันนี้ เหมือนเราเอาตัวอะไรก็ไม่รู้ครับท่านประธานมานั่งบริหารประเทศ มาเป็นซีอีโอ (CEO) พี่น้องคนไทยทั้งประเทศถึงต้องอยู่กันอย่างลำบากแบบนี้ครับท่านประธาน ผมว่า ท่านนายกรัฐมนตรีท่านพอเถอะครับ ท่านไม่สงสารพี่น้องประชาชนคนไทยบ้างหรือครับ วันนี้พวกเราทุกคนกำลังจะล้มละลายตายกันหมดแล้วครับท่านประธาน
นอกจากนี้การบริหารจัดการวัคซีนที่ล้มเหลว รัฐบาลเองไม่ได้ให้ความสำคัญ กับเรื่องวัคซีนมาตั้งแต่ต้น ผู้นำที่ฉลาดในหลาย ๆ ประเทศเขาจะมองเห็นพี่น้อง ประชาชนก่อน อะไรที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้เขาจะรีบทำสุดความสามารถ ซึ่งต่างจาก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ท่านเองคิดถึงแต่ตัวเอง คิดถึงแต่พวกพ้อง ท่านไม่เคย โทษตัวเองเลย โทษแต่คนอื่น วันนี้รัฐบาลจำกัดให้พี่น้องประชาชนได้ฉีดวัคซีนตามที่รัฐบาล จัดหาให้เท่านั้น จนภาคเอกชนต้องร้องขอ ถึงมีโอกาสได้ฉีดวัคซีนทางเลือก ในขณะที่ทั่วโลก เขาฉีดจนประชาชนสามารถออกจากบ้านได้ ถอดหน้ากากกันหมดแล้ว สิ่งที่น่าประหลาดใจ ที่สุดว่าทำไมรัฐบาลไม่เอาเงินที่นำมาแจกไปซื้อวัคซีนดี ๆ นำมาฉีดให้กับพี่น้องประชาชน วันนี้พี่น้องประชาชนเขาหมดหนทางแล้วครับท่านประธาน เศรษฐกิจก็พังพินาศ สิ่งสุดท้าย ที่เขาเหลืออยู่นั้นก็คือความต้องการในความมั่นคงของชีวิต ทุกวันนี้พวกท่านก็ทราบกันดีว่า มีผู้ป่วยวันละ ๓๐-๔๐ ราย มีคนตายวันละ ๓๐-๔๐ คน แต่รัฐบาลกลับทำตัวนิ่งเฉย ไม่สนใจ ไร้ความรู้สึกในความทุกข์ร้อนของประชาชน เหมือนท่านมองเห็นเป็นเรื่องธรรมดาครับ ท่านประธาน ถึงได้นิ่งเฉยต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับพี่น้อง ในทางกลับกันกลับมีการ หาผลประโยชน์จากชีวิตของพี่น้องประชาชนโดยการนำเอาวัคซีนมาเป็นเครื่องมือ ทางการเมือง วันนี้คนฆ่าตัวตายเป็นจำนวนมากครับท่านประธาน เพราะเขาไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิต อยู่กันอย่างไร เขาหมดแรง เขาอ่อนล้า ไม่มีแรงแม้กระทั่งจะลุกเดินไปข้างหน้า มองไป ทางไหนก็มีแต่ความมืดมน การกู้เงินจำนวน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในครั้งนี้ ผมเองก็ยังไม่มี ความมั่นใจว่าเงินกู้ที่จะนำมานำไปใช้ให้ถูกทิศถูกทาง เพราะคณะกรรมการก็ยังใช้ คณะกรรมการชุดเดิม สุดท้ายแล้วการใช้งบประมาณที่กู้มานั้นก็คงเหมือนเดิม
ท้ายที่สุดก่อนที่ผมจะจบการอภิปรายในครั้งนี้ ผมอยากให้ท่านพวกท่าน ทั้งหลายที่เป็นฝ่ายผู้บริหารอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับรู้ถึง หัวใจของพี่น้องประชาชน ขอแค่ท่านลองเปิดใจแล้วเอาหัวใจของพี่น้องประชาชนไปใส่ใจ แล้วท่านจะได้รับรู้ถึงความรู้สึกในความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชน ผมเองไม่สามารถ ที่จะรับร่างหลักการพระราชกำหนดเงินกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในครั้งนี้ได้ครับ กราบขอบพระคุณครับ