กองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ อภิปรายสนับสนุนพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากโควิด-19
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ กระผมขออนุญาตที่อภิปรายสนับสนุน พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ – ตามที่คณะรัฐมนตรี โดยท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เสนอตาม พระราชกำหนดฉบับนี้ผมได้ใช้เอกสารประกอบในการอภิปรายก็คือเอกสารของสำนักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ก็จะเห็นได้ว่าสาระสำคัญของพระราชกำหนดฉบับนี้มีอยู่ ๙ มาตรา ซึ่งวันนี้กระผมก็ได้นั่งฟังเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายซึ่ง มีความครอบคลุมในทุก ๆ เรื่องแล้ว แต่ในส่วนที่กระผมจะขออนุญาตอภิปรายเพิ่มเติม เพื่อที่จะให้มีความชัดเจน ก็คือจะขออนุญาตอภิปรายในวัตถุประสงค์ในการกู้เงินในมาตรา ๕ หรือตามเอกสารในหน้า ๒ วัตถุประสงค์ในการกู้เงินตามพระราชกำหนดนี้ก็มีอยู่เพียงแค่ ๓ โครงการหรือแผนงานซึ่งมีรายละเอียดแผนงานหรือโครงการที่จะใช้จ่ายเงินกู้หรือตาม พระราชกำหนดนี้ก็จะมีอยู่ในบัญชีท้ายพระราชกำหนด ซึ่งได้มีแผนงานหรือโครงการนี้ จำนวน ๓ แผนงาน ก็คือแผนงานที่ ๑ แผนงานการแก้ไขปัญหาของโรคระบาดการติดเชื้อ ไวรัส ก็เป็นงบประมาณที่ตั้งไว้ในวงเงิน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็แผนงานที่ ๒ ก็คือ การเยียวยา เป็นงบประมาณในวงเงิน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และแผนงานที่ ๓ ก็คือแผนงาน ฟื้นฟู เป็นวงเงิน ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท สำหรับในแผนงานที่ ๑ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้จ่าย ในการแก้ไขปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ก็จะเป็นวงเงินที่ใช้ เพื่อจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ การรักษาโรค และเป็นวัคซีน และการวิจัย พัฒนา วัคซีนภายในประเทศ ซึ่งเรื่องการใช้เงินเพื่อการผลิตวัคซีนภายในประเทศ อันนั้นก็เป็นเรื่อง ที่จะสร้างความมั่นคง สร้างความมั่นคงในเรื่องของการสร้างความปลอดภัยในเรื่อง โรคระบาดที่เกิดขึ้นคือโควิด-๑๙ (COVID-19) แล้วก็ที่สำคัญก็คือเรื่องการใช้จ่ายเกี่ยวกับ บุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุข ในส่วนนี้ผมคิดว่าการใช้จ่ายงบประมาณเกี่ยวกับ บุคลากรหลายท่านก็ได้อภิปรายแล้วก็เสนอแนะแนวทางที่อาจจะยังไม่ครอบคลุมหรือ ครบถ้วนในทุก ๆ ส่วน ผมเห็นว่าในการทำงานของการแก้ไขปัญหาเรื่องโควิด (COVID) นอกจากบุคลากรทางการแพทย์ บุคลากรสาธารณสุขแล้วก็ยังมีบุคลากรอื่น ๆ อีกจำนวนมาก เพราะว่าในประเทศไทยเราก็เป็นที่ทราบว่าเรามีการบริหารราชการแผ่นดิน โดยมีส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะในส่วนภูมิภาคนั้นก็จะมีจังหวัด อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน เพราะฉะนั้นเวลาการแก้ไขปัญหาเรื่องของการแก้ปัญหาโควิด (COVID) ก็จะมีการใช้กำลังพลหรือว่าภาคของส่วนราชการหรืออาสาสมัครจำนวนมาก โดยเฉพาะจะต้องไปจัดตั้งเป็นศูนย์บริหารจัดการในระดับจังหวัด ในระดับอำเภอ และใน ระดับตำบล หมู่บ้านก็จะมีบุคลากรอีกจำนวนมาก ซึ่งส่วนสำคัญก็คือได้กล่าวกันไปแล้วว่า ก็คือเรื่องของ อสม. และผมคิดว่านอกจากอาสาสมัคร อสม. แล้วก็ยังมีอาสาสมัครอื่น ๆ อีกจำนวนมาก เช่น อาสาสมัครป้องกันภัย มีท่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่น พนักงาน ลูกจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะต้องเข้ามาร่วมมือกัน ในการจัดการปัญหาให้เป็นระบบ ก็อยากจะให้ทางหน่วยรับงบประมาณได้ไปพิจารณาให้ ครอบคลุมถึงบุคลากรของหน่วยงานเหล่านี้ เราจะเห็น เช่น มีการตั้งจุด เรียกว่าจุดคัดกรอง จุดตรวจคัดกรองก็จะมีเกิดเหตุเรียกว่าอุบัติเหตุ ท่านก็จะเห็นได้จากสื่อว่าบางที่ เช่น อำเภอ ร่อนพิบูลย์ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช อำเภอสิชล ที่จังหวัดกระบี่ ก็จะไปตั้งจุด แล้วก็เกิด อุบัติเหตุ มีรถวิ่งแล่นผ่านมาแล้วก็ปะทะกับจุดคัดกรอง ซึ่งก็มีอาสาทั้งหมดนี่ล่ะครับ ทั้ง อสม. ทั้งกำนันผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน อันนี้ถ้าเราจะให้ความเป็นธรรมกับทุก ๆ ภาคส่วนก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง และในส่วนของการช่วยเหลือหรือการชดเชยรายได้ ให้แก่พี่น้องประชาชนทุกอาชีพ อันนี้ก็เห็นว่าทางรัฐบาลได้ดูแลเรื่องเหล่านี้อยู่นะครับ โดยเฉพาะผมอยากจะให้ไปดูแลให้มันครบถ้วนในทุกอาชีพที่เป็นระดับฐานราก โดยเฉพาะ องค์กรสถาบันทางการเกษตร พวกวิสาหกิจชุมชน แล้วก็พี่น้องที่เป็นกลุ่มอาชีพรายย่อย สำหรับแผนงานที่ ๓ โครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม อันนี้ก็คิดว่า ทางรัฐบาลได้มีมาตรการโครงการสำคัญ ๆ อยู่แล้ว ก็จะทำให้เราสามารถที่จะแก้ไขปัญหา ของเรื่องโรคระบาดอันนี้ไปได้ ผมก็ขอให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินี้ได้โปรดพิจารณา ให้ความเห็นชอบพระราชกำหนดฉบับนี้เพื่อที่จะได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ ตามที่พี่น้องได้รอคอยอยู่ต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ