สรัสนันท์ อรรณนพพร วิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการวิกฤตโควิด-19 ของรัฐบาลที่ล้มเหลวทั้งด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจ โดยเน้นว่าการจัดการที่ผ่านมาให้ความสำคัญกับตัวเลขผู้ติดเชื้อแต่ละเลยผลกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว จึงเรียกร้องให้มีแผนเปิดประเทศและมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรมควบคู่กับการดูแลสุขภาพประชาชน นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เสมอภาคในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข ทั้งการแจกจ่ายชุดตรวจโควิด-19 และการตั้งราคาตรวจรักษาโดยโรงพยาบาลเอกชน รวมถึงการเปิดช่องให้ประชาชนต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายวัคซีนเอง ซึ่งขัดต่อหลักการรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้รัฐดูแลโรคติดต่อโดยไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน
ท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน สรัสนันท์ อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ท่ามกลางการระบาดโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) เกือบ ๒ ปี เราได้เห็นความล้มเหลวนับครั้งไม่ถ้วนของการบริหารราชการแผ่นดินภายใต้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะระบบเศรษฐกิจที่กำลังจะล้มละลาย ส่วนใหญ่เกิดจากมาตรการควบคุมโรคระบาดที่ไม่สอดคล้องกับสภาวะความเป็นจริงค่ะ เป็นเวลาเกือบ ๑ ปีกับอีก ๓ เดือนภายใต้การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ประชาชน ไม่สามารถใช้ชีวิตทำมาหากินหารายรับได้ รายจ่ายเพิ่มพูน หนี้ท่วมหัว ทำให้วันนี้ สภาของเราอีกครั้งหนึ่งจะต้องมาพิจารณา พ.ร.ก. งบประมาณเงินกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ปีที่แล้ว ๑.๙ ล้านล้านบาทก็เอาไปช่วยโควิด (COVID) หลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว เดือนที่แล้วเราก็อภิปราย พ.ร.ก. เงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท อาทิตย์ที่แล้วเราก็มี การอภิปรายงบประมาณรายจ่ายปี ๒๕๖๕ ๓ ล้านล้านบาท มาอาทิตย์นี้เราขออีก ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือเงินที่รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขอกับสภาแห่งนี้ เพื่อเอาไปช่วยโควิด (COVID) ท่านประธานคะ ดิฉันไม่ได้มีปัญหานะคะถ้าจะมาขอเงินกู้ แต่ทว่าเงินกู้ที่ท่านขอไป ไม่เคยถึงมือประชาชน ไม่เคยถึงมือคนที่กำลังจะหมดลมหายใจ ผู้ประกอบการรายย่อย เกือบ ๙๐ เปอร์เซ็นต์เข้าไม่ถึงเงินกู้ที่ท่านบอกว่าจะเอาไปให้เขามีลมหายใจต่อได้ในสภาวะ ขาดแคลนลักษณะนี้ ท่านคะเงินกู้ ๑.๙ ล้านล้านบาท ที่ขอไปปีที่แล้ว ทำไมประเทศไทยเรา ยังอยู่ในสถานการณ์ที่อุปกรณ์การแพทย์ยังขาดแคลน ทำไมผู้ประกอบการยังเข้าไม่ถึงเงินกู้ ทำไม อสม. ยังต้องควักเงินตัวเองในขณะที่ปฏิบัติงานเพื่อที่จะไปซื้อหน้ากากอนามัย หรือว่า เครื่องตรวจอุณหภูมิ ทำไมผู้ประกันตนยังไม่ได้เบี้ย แต่ที่สำคัญที่สุดมาจนถึงวันนี้ เกือบ ๒ ปี ทำไมประชาชนคนไทยยังไม่ได้ฉีดวัคซีน จนกระทั่งวันนี้สถานการณ์ปัจจุบันมีการเกิดการ ระบาดระลอกครั้งใหญ่ที่สุดและดูเหมือนจะไม่สามารถควบคุมได้ ตัวเลขผู้เสียชีวิตมากมาย ก่ายกองค่ะ วันละ ๓๐-๔๐ คน สรุปคือที่ประชาชนคนไทยต้องลำบากตรากตรำทนรอให้ วันที่ทุกอย่างจะคลี่คลายลงปีกว่า ๆ มันทำอะไรได้บ้าง รัฐบาลประสบความสำเร็จกับการ แก้ไขปัญหานี้อย่างไร โรคก็คุมไม่ได้ เศรษฐกิจก็สาหัส แนวทางปลายอุโมงค์ของประเทศไทย เรา ดูแล้วรัฐบาลยังไม่ทราบเลยค่ะว่าจะไปต่ออย่างไร ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันดิฉันเกรงว่า มาตรการการปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ คงจะไม่เป็นผลอีกต่อไปเพียงเพื่อที่จะระงับ การแพร่เชื้อเพราะว่ามันไปไกลแล้วค่ะ หลายคลัสเตอร์ (Cluster) เหลือเกิน จับต้นชนปลาย ไม่ถูกว่าจะต้องเอาอย่างไรต่อ การที่เราปิดประเทศต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ยิ่งทวีคูณ ความเสียหายให้กับประเทศ มากกว่านั้นดิฉันกลัวเศรษฐกิจจะล้มมากกว่าโรคระบาดที่เรา มีอยู่ ณ ขณะนี้ วันนี้ดิฉันขออนุญาตเป็นปากเป็นเสียงให้กับภาคการท่องเที่ยวนะคะ แม้ว่า จะเป็นการร้องขอที่มีความกระอักกระอ่วน เนื่องจากสภาวะโรคระบาด วันนี้การท่องเที่ยว ถูกเมินอย่างสิ้นเชิง เศรษฐกิจของเรา การท่องเที่ยว ๒๐ เปอร์เซ็นต์ รายรับ ๓ ล้านล้านบาท เทียบเท่ากับเงินที่ท่านขอไปจ่ายรายปี ใน ๓ ล้านล้านบาท ๑.๙ ล้านบาท มาจากต่างประเทศ เงินก้อนนั้นประเทศไทยเราเสียไปเลย ๒ ปีที่ผ่านมา แล้วก็ดูท่าทางว่ายังไม่มีแนวทางที่จะ เปิดประเทศในเร็ว ๆ นี้ ถ้าท่านยังมัวดูแต่ตัวเลขผู้ติดเชื้อแบบนั้นอย่างเดียวคงจะไม่ได้เสีย แล้วค่ะ นับตั้งแต่วันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๓ ที่ประเทศเราปิดพรมแดน ภาคการท่องเที่ยว เป็นกลุ่มแรกที่ตายคาที่ ตายแบบฟ้าผ่าคาที่ แล้วดูท่าทางว่าจะเป็นกลุ่มสุดท้ายที่จะได้รับการ ผ่อนปรนให้มาประกอบกิจการดังเดิม ระหว่างทางไม่มีการช่วยเหลือ โครงการต่าง ๆ ที่ท่านออกมาปีที่แล้ว ดิฉันได้อภิปรายไปหลายรอบมันไม่เวิร์ก (Work) ค่ะ มันเข้าถึง ผู้ประกอบการรายใหญ่เท่านั้น มันไปถึงแต่ผู้ที่มีศักยภาพสูง คนตัวเล็กตัวน้อยไม่เคยได้รับผล ที่ได้มาจากโครงการที่ท่านสรรหามาให้ คนกลุ่มนี้ต้องการความชัดเจนค่ะ ภาคการท่องเที่ยว อยากจะถามกับท่านนายกรัฐมนตรี อยากจะถาม ศบค. ดัง ๆ ว่าวันนั้นวันที่เขารอคอยจะ มาถึงเมื่อไร แผนเปิดประเทศคืออะไร อีกนานหรือเปล่า จะมีมาตรการอะไรที่จะอนุมัติ จะอนุญาตให้คนเข้าออกประเทศที่มันเอื้อต่อการท่องเที่ยวได้บ้าง ท่านไม่ต้องเปิดตูมเลย ก็ได้ ท่านค่อย ๆ เปิด แต่ในลักษณะไหนช่วยให้แผนงานเขาที จะต้องเป็นตัวเลขผู้ติดเชื้อ เป็น ๐ หรือท่านถึงจะเปิด หรือว่าท่านอยากจะรับเฉพาะคนที่ฉีดวัคซีนแล้วหรือจะเอาอย่างไร ทำอะไรสักอย่าง อย่างไรก็ต้องทำนะคะเพราะว่ามาถึงทุกวันนี้ประเทศอื่นเขาเริ่มทยอยเปิด กันแล้วค่ะ ถึงแม้ว่าจะมีผู้ติดเชื้อในประเทศเขา เขาก็เริ่มทยอยเปิดแล้วค่ะ เราไปดูอเมริกา ตอนนี้คนไทยหลายคนที่มีสตางค์หน่อยบินไปที่อเมริกาเพื่อที่จะไปรับวัคซีนและ การท่องเที่ยว อันนี้เป็นหนึ่งในกุศโลบายที่เขาทำขึ้นมาด้วยความที่เขามีศักยภาพด้าน การกระจายวัคซีน เพียงแค่ว่าเขาตรวจเชื้อว่าเป็นติดลบและเขาก็เข้าออกได้ตามเสรี ประเทศยุโรปก็สามารถ เดินทางภายในประเทศเชงเก้น (Schengen) ของเขาได้อย่างเสรีเพียงแค่มีการลงทะเบียน ประเทศอิตาลี ประเทศฝรั่งเศส ถึงแม้จะยังมีผู้ติดเชื้ออยู่ ถึงแม้ว่าการท่องเที่ยวจะมีสัดส่วน น้อยหน่อยในระบบเศรษฐกิจของเขา แต่เขาให้ความสำคัญมาก ๆ เขาเตรียมรับมือเป็น เดสทิเนชัน (Destination) ในการรับนักท่องเที่ยวกันอย่างคึกคักภายในเดือนนี้ ตอนนี้เริ่ม แล้วนะคะ เพราะว่าตอนนี้เป็นช่วงซัมเมอร์ (Summer) เป็นช่วงไฮซีซัน (Hihg Season) ของเขา เขาไม่ได้ดูเพียงแต่ตัวเลขผู้ติดเชื้อ อันนี้คือการบริหารที่สะท้อนสภาวะเศรษฐกิจ ความเป็นจริงของแต่ละประเทศ และดิฉันก็อยากให้ท่านรัฐมนตรี ท่านที่ทำงานใน ศบค. ทุกท่านต้องพึงดูว่าประเทศไทยของเราพึ่งพาการท่องเที่ยวมากน้อยขนาดไหน ปลายปีนี้ เป็นช่วงไฮซีซัน (High Season) ของเรา เราจะเอาอย่างไรเขาจะได้เตรียมตัว ผู้ประกอบการ ทุกคนเขาจะได้เตรียมการกลับมาอย่างพร้อมเพรียงกัน แต่การที่จะกักตัว ๑๔ วัน ดิฉันเกรงว่านักท่องเที่ยวที่เขาพร้อมที่จะเดินทาง นักท่องเที่ยวที่เขาฉีดวัคซีนแล้วคงเลือก ที่จะไปประเทศอื่น ๑๔ วันเป็นตัวเลขที่นักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนแล้วพยายามจะเลี่ยงมากที่สุด ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) ที่ท่านตั้งใจจะปั้นขึ้นมาแล้วยังยืนตัวเลขกักตัว ๑๔ วันอยู่ ดิฉันมองว่าน่าจะเป็นอุปสรรคสำคัญที่ท่านจะดึงนักท่องเที่ยวมาที่ประเทศไทยได้
สิ่งที่ดิฉันอยากสะท้อนนะคะท่านประธาน คือแม้เราจะต้องเฝ้าดูตัวเลข การระบาดภายในประเทศ แต่ว่าในความเป็นจริงแล้วประเทศเรายังคงต้องดำเนินการ ทางเศรษฐกิจต่อไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ว่าหน้าที่ของรัฐบาลที่ดีเราจะต้องประคอง สาธารณสุขและเศรษฐกิจควบคู่กันไป จะต้องมีทางให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้ ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องตื่นได้แล้วนะคะ ไม่ใช่อยู่แต่ในตัวเลขผู้ติดเชื้อในแต่ละวัน ศบค. ก็ต้องตื่นด้วยนะคะ เพราะว่ามาตรการแต่ละอย่างที่ท่านออกมาใช้ไม่ได้เลย ถ้าท่านอยากฟื้นฟู เศรษฐกิจ มันไม่มีทางเป็นไปได้ที่ท่านจะไม่ปลดล็อกการท่องเที่ยว เพราะว่ามันเป็นสัดส่วน ที่ใหญ่มากของระบบเศรษฐกิจของเรา ถึงท่านจะโปรยเงินขนาดไหน แจกพ่อแม่พี่น้อง ประชาชนคนไทยมากขนาดไหนก็ไม่สามารถดึงเศรษฐกิจไทยกลับขึ้นมาได้
ท่านประธานคะ อีกประเด็นหนึ่งที่ดิฉันอยากจะนำเสนอต่อสภานี้คือชุดตรวจ โควิด (COVID) ค่ะ อันนี้เป็นชุดตรวจโควิด (COVID) ที่ดิฉันได้รับมา ชุดตรวจโควิด (COVID) อันนี้คือแอต โฮม สว็อบ เทสต์ (At Home Swab Test) ที่มีความแม่นยำ ๙๙.๖ เปอร์เซ็นต์ มีราคาไม่เกิน ๑๐๐ บาท นี่คือหนึ่งในคำตอบที่หลาย ๆ ประเทศเขาเลือกใช้ สิ่งที่เขาทำคือ เอาชุดตรวจแอตโฮม (At Home) ที่ตรวจเองที่บ้านแจกจ่ายให้ประชาชนทุกคน อย่าง ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ๑ บัตรประชาชนเขาแจกให้ครั้งละ ๕ ชุด ข้อดีของการตรวจเองคือ การเข้าถึงง่าย สะดวก ต้นทุนต่ำ ทำให้คนอยากตรวจมากขึ้น แล้วก็ประชาชนจะได้เช็ก (Check) ตัวเองอยู่สม่ำเสมอ ตัวเลขของผู้ติดเชื้อของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ลดลงอย่างมี นัยสำคัญและทางรัฐบาลก็ให้ความสำคัญกับกับเรื่องชุดตรวจโควิด (COVID) ประเทศไทย สามารถทำได้ค่ะ แต่ทำไมท่านไม่ทำ มันง่ายมากเลยที่จะแจกชุดการตรวจโควิด (COVID) แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรคะ ประชาชนคนไทยต้องวิ่งไปโรงพยาบาลเอกชน เสียสตางค์ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาทต่อครั้งในการตรวจ ถ้าจะต้องไปตรวจของรัฐจะต้องไปรอเป็นวัน ถามว่าคนหาข้าวเช้ากินค่ำจะสามารถหาสตางค์ที่ไหน เอาเวลาที่ไหนไปตรวจ อันนี้ก็เป็น ๑ ในยุทธศาสตร์ที่ท่านสามารถทำได้ในการตรวจหาผู้ป่วยเชิงรุกนะคะ อีกหนึ่งอย่าง ที่ดิฉันขออนุญาตติรัฐบาลนิดหนึ่งคือท่านปิดหูปิดตา แล้วก็เปิดโอกาสให้โรงพยาบาลเอกชน โก่งราคาในการตรวจเชื้อ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท ถือว่าเยอะมากในวิกฤติลักษณะนี้ ทำกำไร เป็นกอบเป็นกำ ใครรวยก็ได้ตรวจ คนจนก็ต้องอยู่กับความระแวงไป
ท่านประธานคะ ประเด็นสุดท้ายที่ดิฉันอยากจะขออนุญาตนำเรียน ก็คือหลายท่านเห็นชอบ แล้วก็แนะนำให้รัฐบาลเปิดทางให้เอกชนกระจายวัคซีนเพื่อ ความรวดเร็ว แล้วก็มีตัวเลือกหลายยี่ห้อให้ประชาชนได้เลือกฉีดกัน ดิฉันเห็นด้วยนะคะ เพียงแต่ว่ามีคำถามเล็ก ๆ ในหัวของดิฉันคือทำไมประชาชนต้องจ่ายค่าวัคซีนเอง หรือนี่คือ การส่อการเอื้อให้โรงพยาบาลเอกชนอีกครั้งหนึ่ง โรงพยาบาลเอกชนเคาะราคากลางของ โมเดอร์นาวัคซีน (Moderna Vaccine) มาที่เข็มละ ๑,๙๐๐ บาท ๒ เข็ม ๓,๘๐๐ บาท ประเด็นคือทำไมรัฐบาลไม่จ่ายแทนละคะ มันก็เป็นสิทธิของประชาชนคนไทย เพราะว่า ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๔๗ บอกไว้เลยว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องขจัด โรคติดต่อโดยที่ประชาชนไม่เสียค่าใช้จ่าย นี่คือ ๑ ประเด็น มาตรา ๕๕ บอกว่าจะต้อง มีประสิทธิภาพและทั่วถึงอย่างเท่าเทียม รัฐบาลกำลังขัดรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ อยู่ ท่านประธานคะประเทศไทย เป็นประเทศที่ดีนะคะเป็นประเทศที่น่าอยู่ แต่ว่ามันดีและน่าอยู่ สำหรับคนรวยเท่านั้น ความเหลื่อมล้ำที่เกิดจากรัฐบาลที่โง่เขลาตอนนี้กำลังทำให้ประเทศ ไทยอ่อนแอและหมดอนาคต ด้วยหลาย ๆ เหตุดังกล่าวที่ดิฉันได้อภิปรายไปดิฉันไม่มั่นใจเลย ว่าเงินก้อนนี้ที่เรากำลังจะอนุมัติในวันสองวันนี้จะสามารถคลี่คลายปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ของพี่น้องคนไทยได้ หรือว่าจะนำมาซึ่งสิทธิสาธารณสุขที่เท่าเทียมของทุก ๆ คนได้เลย โรคระบาดที่ว่าหนักแล้วก็ไม่เจ็บใจเท่ากับรัฐบาลที่ไม่มีทางให้ประชาชนหายใจ ขอบคุณค่ะ