เพชรดาว โต๊ะมีนา อภิปรายเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินกู้เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากผลกระทบโควิด-19 โดยตั้งข้อกังวลถึงความโปร่งใส ความเหลื่อมล้ำ และประสิทธิภาพของการตรวจสอบ พร้อมเรียกร้องให้ปรับปรุงการจัดสรรงบประมาณ โดยเฉพาะในส่วนของสาธารณสุขและโรงพยาบาลท้องถิ่น รวมถึงการสนับสนุน อสม. และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ยังไม่เพียงพอ ทั้งในด้านค่าตอบแทนและค่าใช้จ่าย พร้อมเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อติดตามการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพและป้องกันข้อผิดพลาดในอนาคต
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคภูมิใจไทยค่ะ ดิฉันต้องขอขอบคุณท่านประธานสภา ขอบคุณพรรคภูมิใจไทย ที่ให้โอกาสดิฉันอภิปรายเรื่องที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ คือ พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจาก การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ ขอสไลด์ค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ถ้าจำกันได้ค่ะ ปีที่แล้ว เมื่อวันที่ ๒๙ อันนี้เป็นสไลด์ (Slide) เก่าของสมัยงบประมาณนะคะ ไม่ใช่สไลด์ (Slide) ที่ดิฉันเพิ่งส่งไปเมื่อเช้านี้นะคะ วันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓ วันนี้ครบ ๑ ปีกับอีก ๑๑ วัน สภาแห่งนี้ได้อภิปราย พ.ร.ก. เงินกู้ ๑ ล้านล้านบาท กับบัญชีท้ายพระราชกำหนด เป็นกระดาษ ๒ หน้าที่ระบุเพียงแผนงานที่ขาดรายละเอียดให้เราพิจารณากัน ท่านประธาน ที่เคารพคะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการกู้เงินในสภาวะวิกฤติเช่นนี้ แต่ด้วยความห่วงใย ครั้งที่ผ่านมาเราพรรคภูมิใจไทยได้เสนอและสนับสนุนให้มีการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามตรวจสอบการใช้เงินกู้ ๑ ล้านล้านบาท และ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาติดตามตรวจสอบการใช้เงินตาม พ.ร.ก. ๓ ฉบับ เพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาพื้นฟูที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) เริ่มตั้งแต่ ๑๘ มิถุนายน เป็นต้นมา ประชุมไปแล้ว ๔๑ ครั้ง ครั้งสุดท้ายก่อนเกิดโควิด (COVID) ระลอกที่ ๓ เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๔ จะมีการประชุมครั้งต่อไปครั้งที่ ๔๒ ในวันพรุ่งนี้ ไม่มีใครปฏิเสธว่าความจำเป็นของการกู้เงิน หลายประเทศในโลกนี้ก็กู้ในช่วง วิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสโควิค-๑๙ (Virus COVID-19) ดิฉันได้มีโอกาสได้รับการคัดเลือกจากประธานรัฐสภาแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาด้านสาธารณสุข ของสหภาพรัฐสภา หรือไอพียู แอดไวซอรี กรุ๊ป ออน เฮลท์ (IPU Advisory Group on Heath) ได้มีโอกาสได้ร่วมประชุมประเด็นสุขภาพและวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) กับ สมาชิกสหภาพรัฐสภาจากหลากหลายประเทศ เห็นถึงความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและ สังคมที่มีอยู่เลวร้ายลงอย่างเห็นได้ชัด และเน้นย้ำเรื่องความโปร่งใสในหลายประเทศ พบการทุจริตเกิดขึ้นในช่วงนี้ จากประสบการที่ผ่านมา พ.ร.ก. เงินกู้ ๑ ล้านล้านบาทกับบัญชี ท้ายพระราชกำหนดแผ่นกระดาษ ๒ หน้าไม่มีรายละเอียด มาถึงขั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญ ติดตามตรวจสอบเงินกู้โควิด (COVID) ที่เราทำงานมาปีกว่า เราเปรียบเสมือนตรายางที่คอย แสตมป์ (Stamp) เพียงแค่รับทราบในสิ่งที่คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ที่มีสภาพัฒน์เป็นประธานส่งมา ครั้งนี้จะเหมือนครั้งที่แล้วไหมคะว่าตีเช็คเปล่า
ภาพถัดไป ฐานคิดค่ะ ดิฉันอยากจะทราบว่า พ.ร.ก. เงินกู้ ๑ ล้านล้านบาท งานสาธารณสุขได้ไป ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท พ.ร.ก. เงินกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครั้งนี้กระทรวง สาธารณสุขได้ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทค่ะ ท่านเอาฐานคิดมาจากไหนคะ ได้ประเมินผลการ ดำเนินงานที่ผ่านมาสรุปปัญหาอุปสรรคอะไรออกมาให้เราได้เห็นบ้าง ถ้าย้อนกลับไปดูสื่อ จากไทยรัฐออนไลน์ (Online) ครั้งที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขได้ของบโควิด (COVID) ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทมายังคณะกรรมการกลั่นกรองที่มีสภาพัฒน์เป็นประธานถูกตัดไป ๕,๐๐๐ ล้านบาท ทำไมถูกตัด แล้วครั้งนี้ทำไมตัวเลขของกระทรวงสาธารณสุขถึงเป็น ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ความสำคัญด้านสาธารณสุขในประเทศนี้ในวันเวลาที่มีโรคร้ายระบาด เช่นนี้คนที่รู้ดีที่สุดนั่นก็คือคนทำงานด้านสาธารณสุข แต่คนตัดคือสภาพัฒน์ ครั้งนี้เงินกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเช่นกันค่ะ ทราบว่าให้วงเงินกระทรวงสาธารณสุขไป แต่ขอรายละเอียด ให้ส่งภายใน ๒-๓ วัน เท่านั้นค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันคิดว่าผิดฝาผิดตัวค่ะ ดิฉัน กลับไปหาบทบาทหน้าที่ของสภาพัฒน์ กำหนดกรอบทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ของประเทศให้สอดคล้องและสภาพการเศรษฐกิจ สังคม ทั้งของประเทศและของโลก ท่านไม่ได้มีความเชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขเลยค่ะ ท่านถนัดเรื่องของเศรษฐกิจ แต่ท่านก็ กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการให้ปลาค่ะ การแจกปลาที่น่าจะเป็นหน้าที่ของมูลนิธิจิตอาสา หน้าที่ เราควรที่จะแจกเบ็ดให้ทั่วถึง ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุเลย แต่ก็เก่งนะคะ แผนงานเพื่อช่วยเหลือ เยียวยาและชดเชยให้แก่ประชาชน ๖๐,๐๐๐ ล้านบาทเทกระจาดเลย ไม่ต้องใช้ความคิด อะไรมากมาย เอาเงินไปแจก ผลการเบิกจ่าย ๙๔.๗๔ เปอร์เซ็นต์ค่ะ ยิ่งแจก ยิ่งจ่าย ยิ่งเจ๊ง ยิ่งปิดกิจการ
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงานสาธารณสุข ในหลายประเด็นค่ะ จากการติดตามอย่างใกล้ชิดผ่านคณะกรรมาธิการวิสามัญ พ.ร.ก. เงินกู้ ที่ดิฉันได้ร่วมประชุม และข้อมูลที่ดิฉันได้รับตรงจากพื้นที่ที่ได้ไปเยี่ยมโรงพยาบาล ในทุกระดับ รวมทั้งด่านหน้าของเรานั้นคือ อสม. ค่ะ ขอภาพที่มีดับเบิลยูเอชโอ (WHO) ค่ะ อสม. ได้รับการยกย่องจากดับเบิลยูเอชโอ (WHO) หรือองค์การอนามัยโลก ขนานนามว่า อันซัง ฮีโร่ (Unsung Hero) คือฮีโร่ (Hero) พลังเงียบที่สู้กับโควิด (COVID) ดิฉันเพิ่งเห็นเอกสารค่ะ ในการประชุม ครม. คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ที่มี สภาพัฒน์เป็นประธาน วันที่ ๒๕ พฤษภาคมที่ผ่านมาเห็นควรไม่สนับสนุนโครงการ ค่าตอบแทน อสม. โดยอ้างว่าระยะเวลาที่ผ่านมา อสม. ได้รับค่าตอบแทนเพิ่มเติม อย่างถ้วนหน้ามาต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมีนาคม ๒๕๖๓ ถึงมิถุนายน ๒๕๖๔ เป็นระยะเวลา ๑๖ เดือนแล้ว เห็นควรชะลอโครงการค่าตอบแทนเยียวยา ระยะเวลาอีก ๓ เดือน คือเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน ๒๕๖๔ แต่ก็ต้องขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล และรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ท่านสาธิต ปิตุเตชะ ที่พยายามคัดค้าน และสุดท้ายคณะรัฐมนตรี ก็ได้อนุมัติ อสม. ต่ออีก ๓ เดือนนะคะ ถึงเดือนกันยายน ๒๕๖๔ และทราบว่า พ.ร.ก. เงินกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เรากำลังพิจารณาอยู่นี้มีโครงการตอบแทน อสม. อีก ๖ เดือน คือเดือนตุลาคม ๒๕๖๔ ถึงมีนาคม ๒๕๖๕ ก็ถือว่าเป็นขวัญกำลังใจที่เขายังคงทำงาน ไม่ได้หยุด วันนี้และพรุ่งนี้การฉีดวัคซีนในต่างจังหวัดก็ได้พี่น้อง อสม. นับร้อยคนในแต่ละที่ ปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละจุด เรามีแค่น้ำ อาหารให้ทานเท่านั้น เขาเสียค่าน้ำมันรถมอเตอร์ไซค์ ค่ารถรับจ้างมาที่จุดฉีดวัคซีนเอง อันนี้เป็นเพียงค่าตอบแทนเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น สภาพัฒน์ อาจจะมองคนละมุมโลกกับความเป็นจริงก็ได้ค่ะ
สไลด์ (Side) ถัดไปชมรมนักวิชาการสาธารณสุขได้รับเรื่องร้องเรียนจาก บุคลากรปฏิบัติงานโควิด-๑๙ (COVID-19) เงินค่าเสี่ยงภัยปี ๒๕๖๓ ยังไม่ได้รับตั้งแต่มีนาคม ถึงกันยายน ทวงถามด้วยนะคะ เรื่องเงินเดือน ๑ เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งคำจำกัดความเรื่องการ คัดกรอง การอยู่เวรยังไม่ชัดเจน ทำให้เจ้าหน้าที่ รพ.สต. ต้องเบิกเงินบำรุงที่มีอยู่อันน้อยนิด และทราบมาว่าทางปลัดกระทรวงสาธารณสุขทำหนังสือถึง ผอ. สำนักงบประมาณไปแล้ว ๒ รอบ รอบแรกเดือนกุมภาพันธ์ และรอบที่ ๒ เดือนพฤษภาคม ขอทราบความคืบหน้า เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้อภิปรายตั้งแต่ พ.ร.บ. งบประมาณ ๒๕๖๕ ก็ขอความชัดเจน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับคนทำงานอีกครั้งนะคะ ท่าน ผอ. สำนักงบประมาณคะ
เรื่องสุดท้าย เรายังไม่ทราบว่าโควิด-๑๙ (COVID-19) จะอยู่กับเราอีกนาน แค่ไหน ประเทศไทยจะมีระลอก ๔ ระลอก ๕ อีกต่อไปหรือไม่ จุดที่สำคัญมากนั่นก็คือ โรงพยาบาลค่ะ โรงพยาบาลระดับจังหวัด โรงพยาบาลระดับชุมชน รพ.สต. ซึ่งดิฉันไม่เห็น งบประมาณอยู่ส่วนไหนของงบประมาณปกติ แล้วก็งบประมาณเงินกู้ฉบับนี้ ดิฉันขออนุญาต ยกตัวอย่าง ๕ รายการที่มีความจำเป็นที่ต้องมีในโรงพยาบาลทุกแห่ง นั่นก็คือห้องฉุกเฉิน ห้องผ่าตัด หอผู้ป่วยโคฮอร์ต (Cohort) ห้องคลอด ห้องทำฟัน ห้องตรวจหู คอ จมูก ทั้งหมด ต้องพร้อม ระบบอากาศแรงดันลบค่ะ แต่ท่านประธานที่เคารพคะ จาก ๕ รายการ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งได้เพียงแค่ ๒ รายการจากงบเงินกู้ที่ผ่านมา อื่น ๆ ได้จากไหนคะ ได้จากการบริจาคของมูลนิธิผู้ใหญ่ใจดี ในจังหวัดนั้น ๆ สรุปแล้วครั้งที่แล้วกู้มาก็ไม่ได้ตอบ โจทย์ของโรงพยาบาลเลย อาจจะเป็นเพราะว่าเวลามีน้อย โรงพยาบาลทำรายการมาอย่าง เร่งรีบ ทำให้โรงพยาบาลแต่ละแห่งได้ไม่ตรงตามความจำเป็นที่แท้จริง รายการก่อสร้างควร เป็นการปรับปรุงห้องสำหรับรองรับการแพร่ระบาด ความจำเป็นของโรงพยาบาลส่วนใหญ่ ตอนนี้ นั่นคือโครงสร้างระบบอากาศ จุดนี้กองออกแบบไม่สามารถช่วยเหลือโรงพยาบาลได้ เลย โรงพยาบาลไม่มีวิศวกรเองนะคะ ฉะนั้นขอฝากกระทรวงสาธารณสุขเรื่องแบบแปลนบีโอไอ (BOI) รายละเอียดของแต่ละพื้นที่ บางโรงพยาบาลต้องส่งเงินคืนไปเพราะว่าไม่ได้ใช้แบบ กลางของกระทรวงสาธารณสุข ทำให้ขาดโอกาส อย่างไรก็ตามอีกหลายโรงพยาบาลไม่ได้ รายการข้างต้น เพราะงบประมาณที่จัดสรรมีให้ไม่เพียงพอ งบประมาณปกติก็ไม่ได้ งบเงินกู้ ก็ไม่ให้ อย่างนี้ประชาชนเดินดินคนเจ็บคนป่วยอยู่ส่วนไหนของงบประมาณนี้คะ ฝากสภาพัฒน์ตอบด้วยนะคะ
สุดท้ายค่ะ ดิฉันเชื่อว่าทุกฝ่ายกังวลเรื่องการบริหารจัดการเงินกู้โควิด (COVID) ทั้ง ๒ รอบ เพราะบทเรียน ๑ ปี จากเงินกู้ ๑ ล้านล้านบาท สู่ พ.ร.ก. เงินกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดิฉันขอให้พิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พ.ร.ก. เงินกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ รวบรวมเอาข้อสังเกตจากการอภิปรายทั้งหมดมาติดตามงบประมาณ แก้ปัญหาอย่างตรงจุด ต้องมีการวางแผนให้รอบคอบ ไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำ ใช้ภาษี ของประชาชนอย่างคุ้มค่า อย่าได้เทงบตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ขอบคุณค่ะ