นิยม วิจารณ์การใช้จ่าย-วัคซีนโควิด ชี้ขาดความเสมอภาค-โปร่งใส

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๔

นิยม ช่างพินิจ วิพากษ์การจัดการเศรษฐกิจและวิกฤติโควิดของรัฐบาลที่เน้นแก้ปัญหาปลายเหตุ โดยตั้งข้อสังเกตถึงความคลุมเครือในเรื่องการจัดสรรวัคซีน การเยียวยา และการใช้จ่ายงบประมาณที่ขาดความเสมอภาค พร้อมเรียกร้องให้ชี้แจงการกู้เงิน ยอดหนี้สาธารณะ และแผนการใช้จ่ายอย่างโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและบริหารจัดการอย่างมีเป้าหมายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย สิ่งที่สำคัญวันนี้ ที่มี พ.ร.ก. ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่มาให้เพื่อนสมาชิกไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ได้มาพิจารณาซึ่งเป็นมติของ ครม. ผมอยากจะสะท้อนปัญหาของพี่น้องประชาชน ด้วยข้อเท็จจริงว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตั้งแต่ ๕ ปีที่ผ่านมาตั้งแต่รัฐประหาร ความรู้สึก ของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะเรื่องของเศรษฐกิจ ต้องยอมรับความจริงครับว่าเหนื่อยแย่ ไปห้าง ร้านค้า ตลาดนัด ตลาดสด ลองไปสิครับ ประโยคที่จะพอฟังได้ พออยู่ได้ นี่คือเป็น ประโยคที่ผมฟังแล้วก็ยังพอรับได้ แต่หลายสิ่งหลายอย่าง ผมตื่นเช้ามา โทรศัพท์ที่ผมรับ ๒ สาย ๓ สาย ท่านประธานทราบไหมครับ บอกขายที่ มีใครรับจำนองบ้าง มันเป็นอย่างนั้น จริง ๆ ครับ ๒-๓ สายทุกวันครับ แล้วต่อมาก็ยังมีอีกครับ ลูกตกงาน ท่าน ส.ส. มีอะไรฝาก ลูกทำงานได้บ้าง ที่ไหน อยู่แค่นี้ครับ ซึ่งมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แล้ววันนี้มันก็เกิดขึ้นมา มันเป็นมานานแล้วครับ ผมอยากจะกราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่าตลอดระยะเวลา ที่ผ่านมาผมดูรัฐบาลเขาไม่ได้แก้ที่สาเหตุ ไม่ได้แก้ที่สาเหตุของปัญหาเลย วิ่งตามปัญหา แก้ที่ปลายเหตุมันไม่จบหรอกครับ โควิด (COVID) นี่ก็เป็นมานานแล้วผมจำแม่นครับ เป็นมานานแล้ว และผมเชื่อว่ากู้เงิน ๑ ล้านล้านบาทที่กู้ผ่านไปเมื่อปีที่แล้วมันน่าจะก่อให้เกิด ประโยชน์ครับ เราก็รู้ว่าสาเหตุคืออะไร วันนี้เองประเทศไทยหวังว่าจะพึ่งการท่องเที่ยว จากต่างประเทศที่จะเข้ามา วันนี้คนไทยเองด้วยกันยังไม่กล้าเลยครับที่จะเที่ยว ทำไมล่ะครับ ๑ ล้านล้านบาท ที่ผ่านมามันน่าจะจบตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมาแล้ว เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ ผมเชื่อว่าวัคซีนมันควรจะฉีดครบไปแล้ว ใช้เงินไม่เท่าไรครับ ไม่กี่หมื่นล้าน นี่คือสาเหตุครับแต่เราก็ไม่ได้ทำ แล้ววันนี้มาอีกแล้วครับ และเงิน ๑ ล้านล้านบาท ผมอยากจะถามประธานผ่านไปยังผู้บริหาร ว่าใช้อะไรบ้าง และไปถึงไหนแล้ว และที่จะมาใหม่นี่มีอะไรครับ มีกระดาษอยู่ ๔-๕ แผ่น จะเอาอย่างไร จะไปทำอะไร วันนี้เองเราต้องยอมรับนะครับ ถ้าทำธุรกิจหรือครอบครัว ยกตัวอย่างถ้ากู้อย่างนี้ผมว่าแบงก์ไม่ให้ผ่านแล้วครับ สาเหตุที่แบงก์ไม่ให้ผ่านเพราะอะไร รู้ไหมครับ กู้มา ๑๐๐ บาท หนี้ตกไป ๖๐ บาท รายรับยังไม่รู้เลยว่าจะมาจากที่ไหน นี่มันต้อง ถามกันแล้วครับว่าเรากู้อย่างนี้ แล้วอีกกี่ปี แล้วปีหน้าจะกู้อีกไหม หลังจาก พ.ร.บ. งบประมาณผ่านต้องกู้มาชดเชยอีกไหม แล้วถามสิครับว่ายอดหนี้จะขึ้นมาเท่าไร เราเคยคิด บ้างไหมครับว่าเราจะเอาที่ไหนมาใช้หนี้ อย่าลืมนะครับพี่น้องประชาชนทุกคนก็เป็นหนี้ เหมือนกัน ผมบอกว่าการบริหาร การจัดการผมถือว่าล้มเหลว ลำดับความสำคัญของปัญหา ก็ไม่ใช่ ไม่ถูกต้อง ผิดหมด แก้ที่ปลายเหตุ และมิหนำซ้ำวันนี้เองแก้ปัญหาวิกฤติทำให้วิกฤติ อีก แก้วิกฤติเป็นวิกฤติมันมีที่ไหนครับ แก้วิกฤติแทนที่จะเป็นโอกาส ถ้าเราฉีดวัคซีนกันครบ ต่างชาติมาท่องเที่ยวมันอยู่ได้ครับ เพราะฉะนั้นเองผมว่ามันไม่ไหวที่แก้วิกฤติ ๆ ความชัดเจน ผมเคยพูด ผมเคยให้สัมภาษณ์ ความชัดเจนของเรื่องวัคซีน รัฐต้องชัดเจนครับว่าหมอพร้อม ลงทะเบียน อสม. พร้อม หมอพร้อมยาไม่พร้อม อย่างนี้มันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ พอหมอพร้อม ยาไม่พร้อมมันยิ่งไปใหญ่แล้ว วันนี้เองผมว่าถ้าบริหารจัดการดี ๆ ไม่ต้องใช้เงินเยอะหรอกครับ คุยกับโรงพยาบาลเอกชนหาวิธีหาแนวทางแก้กฎหมายหรือแก้สิ่งที่ช่วยกันครับ คนบางคน เขามีศักยภาพที่สามารถไปฉีดเองได้ครับ เราก็เปิดโอกาสให้หลากหลายวัคซีนที่เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นไฟเซอร์ (Pfizer) ก็ดีอะไรก็ดี เข้ามาที่หลากหลาย คนที่เขามีศักยภาพเขาก็ไปฉีด เขาเสียสตางค์ นี่คือการลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนแล้วครับ แต่เราก็ไม่ได้ทำ มันต้องดูว่าเราแก้ได้หรือครับ เผลอ ๆ คน ๑๐ ล้านคนเราไม่ต้องไปเป็นภาระเลยครับ แม้กระทั่งข้าราชการ ผมก็เชื่อครับ ผมก็คุยกับข้าราชการเขาก็อยากฉีดครับ แต่เขาก็ไม่มี ความเชื่อมั่นตรงนี้ เมื่อไรไฟเซอร์ (Pfizer) จะเข้า เมื่อไรอ้ายนั่นจะมา อ้ายนี่เขาก็รอกัน อย่างนี้ล่ะครับ แล้วนี่เราเสียโอกาสอย่างไรรู้ไหมครับท่านประธาน ๒ ปีแล้วครับที่เราเสียโอกาส ตรงนี้ไป แต่ถ้าเราทำตั้งแต่แรก ถ้าบริหารดี ๆ ไม่ทำแบบวัวหายแล้วล้อมคอกอย่างนี้ ผมว่ามันไม่ใช่ นี่คือความล้มเหลว

และประเด็นต่อมา ความชัดเจนก็ยังไม่มีเรื่องยา ถ้าท่านไปดูท่านไปถาม พี่น้องประชาชน ตอนนั้นเขาไม่อยากจะฉีด พอเขาพร้อมจะฉีดก็ไม่มียาให้เขาฉีด นี่มัน คืออะไรครับ ประเทศมันเป็นอะไรครับ มันต้องเอาความจริงมาพูดกันครับว่าเราจะแก้ เราจะเดินไปด้วยกัน มันต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนให้ได้ เพราะฉะนั้น มันไปไม่ได้สิ่งที่ผมอยากจะถามต่อมาก็คือว่าตอนนี้หนี้สาธารณะเท่าไรแล้วครับ แล้วถ้าเกิด สิ้นปีนี้จะเท่าไร แล้วผมอยากให้ทางผู้ที่เกี่ยวข้องตอบสิครับว่าเรามีช่องทางไหนบ้างที่จะได้ เม็ดเงินมา แล้วจะหยุดกู้เมื่อไร ชาตินี้ผมจะได้เห็นไหมว่าตั้งงบแบบสมดุล คือวันนี้เอง ผมมองในระดับจุลภาค มองระดับครอบครัว ท่านประธานทราบไหมครับว่าครอบครัวหนึ่ง มีลูก ๕ คน ๖ คน ตกงานไป ๓-๔ คนแล้วมันจะไปอย่างไรครับ พอโตขึ้นมาหน่อยระดับจังหวัด มันก็ยิ่งไปใหญ่ แล้วมาระดับประเทศ วันนี้เราจะใช้เงินไปเยียวยาผมว่ามันปลายเหตุ แต่ผม เห็นด้วยครับ ถ้าเยียวยาแล้วให้เกิดความความเสมอภาค ให้เกิดความเป็นธรรม และให้สังคม รับได้ผมเห็นด้วยครับ แต่วันนี้ถ้าพูดไปก็เท่านั้นล่ะครับ อ้ายนั่นได้ อ้ายนี่ไม่ได้ จนจริง ๆ ก็ไม่ได้ ถ้าอย่างนี้มันไปไม่ไหว ถ้ารัฐบาลขืนเป็นอย่างนี้ แล้วเอาเงินไปอย่างนี้ เอาไปใช้แล้ว หาความชัดเจนไม่ได้ ผมเองผมก็ไม่เห็นด้วย เพราะวันนี้ผมพูดในฐานะที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนที่เขาสะท้อนปัญหามาให้ผม หลายสิ่งหลายอย่างครับ ผมพูดได้เลยว่าล้มเหลว ดูจากการจัดงบด้วยครับ วันนี้ปัญหาคือ โควิด (COVID) ครับ แต่กระทรวงสาธารณสุขเอาไป ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ทำไมไม่เอาไปให้พอ เลยทีเดียวว่าวันนี้ท่านจะฉีดวัคซีนใช้เท่าไร ตอบฟันธงมาเลยครับ แล้วจะมีวัคซีนอะไรบ้าง ชัดเจนไปเลยอย่างนี้ ผมว่ามันน่าจะตอบโจทย์ให้กับพี่น้องประชาชนและสังคมได้ แต่วันนี้เอง กู้ไป ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปเยียวยา เยียวยา ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ฟื้นฟูอีก ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท เยียวยาผมก็ไม่มั่นใจครับ เพื่อนสมาชิกหลายคนก็พูดไปแล้วว่ามันจะได้ทุกอาชีพ ทุกอาชีพ ผมอาจจะได้ครับ แต่ว่ามันจะเสมอภาคแค่ไหน แล้วก็แผนโครงการที่จะสร้างเศรษฐกิจ วันนี้ ถ้าฉีดวัคซีนครบแล้วเศรษฐกิจไม่ต้องทำอะไรแล้วครับ ผมว่ามันเดินไปได้ แล้วสิ่งสำคัญเอง พูดกันจังเลยครับ แล้วผมก็ไม่เห็นว่าใครนำไปปฏิบัติตาม งบของกองทัพผมว่าหยุดเถอะครับ งบ พ.ร.บ. ที่ผ่านมานี้ผมไม่ได้อภิปราย ผมว่าหยุดเถอะครับ เราต้องมาดู วันนี้ผมเชื่อว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเข้าใจ ถ้าคนเข้าใจเข้าใจจริง ๆ นะครับว่าเรากู้เงินมา หนี้อะไรที่ก่อให้เกิดรายได้ หนี้อะไรที่เป็นภาระ เช่น ท่านซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ มันเป็นภาระนะครับ ต้องมีเงินงบมาดูแล เซอร์วิส (Service) อะไรเยอะแยะมากมาย แล้วกู้มาเอามาแจก แจกแล้วอะไร ต้องคิดให้ละเอียดอ่อนครับว่าที่มันก่อให้เกิดรายได้ สร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นมาได้ ตรงนี้มันถึงจะมีช่องทางที่จะพาประเทศผ่านพ้นวิกฤติตรงนี้ไปได้ ถ้าอย่างนั้นมันไปไม่ได้ หรอกครับ ก็คงกราบเรียนท่านประธานเพียงเท่านี้ ๓ ประเด็นครับ ความชัดเจนของการใช้ เม็ดเงินที่กู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒. เม็ดเงินที่จะหามาชดเชย คาดการณ์ให้ผมหน่อยว่า ปีไหนที่เราจะเอามาใช้หนี้ กับ ๓. ยอดที่กู้ไป ถ้าสิ้นปีนี้เท่าไรครับเมื่อเทียบกับจีดีพี (GDP) แล้ว ขอให้พูดความจริงครับ ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน