ประสงค์ ชื่นชมงบสุขภาพคุ้ม แต่เสนอเพิ่มบัตรทอง-รักษาโรคไต-ฟัน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑๖ กันยายน ๒๕๖๔

ประสงค์ บูรณ์พงศ์ หารือปัญหาสุขภาพที่เพิ่มขึ้นจากพฤติกรรมการบริโภค โดยเฉพาะโรคไตและปัญหาสุขภาพช่องปาก เสนอขยายการคุ้มครองการรักษาในระบบบัตรทองให้ครอบคลุมการซ่อมแซมฟันและวัสดุทางการแพทย์อย่างเหมาะสม พร้อมเรียกร้องให้เพิ่มงบประมาณด้านสาธารณสุขให้สอดคล้องกับภาระการจ่ายภาษีของผู้มีรายได้น้อยที่ใช้สิทธิบัตรทองกว่า 48 ล้านคน และเน้นการพัฒนาศักยภาพแพทย์เฉพาะทางเพื่อรองรับบริการที่มีคุณภาพมากขึ้น

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จากจังหวัดนครพนม ท่านประธานครับ ผมได้ดูจากรายงานของ คณะกรรมการการสร้างระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กระผมขอชมเชยนะครับว่า ทำรายงานได้ดี ละเอียด รอบคอบ อ่านง่าย สะดวก เข้าใจ แล้วสิ่งที่กระผมได้ดูในเรื่องของ การใช้งบประมาณน่าชมเชยเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่างบประมาณที่ใช้ในการที่จะให้สำหรับ ไปบริการทั้งหมดก็ประมาณ ๑.๙ แสนล้านบาท แต่ใช้บริหารเพียง ๑,๔๑๑ ล้านบาทเท่านั้นเอง ซึ่งไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ อันนี้เป็นสิ่งที่มันน่าจะ เป็นตัวอย่างในการใช้งบประมาณไปถึงพี่น้องประชาชนอย่างมากทีเดียว ผมได้อ่านได้ทราบ โครงการของท่านซึ่งมี ๑๐ ผลงานเด่น หลาย ๆ ผลงานเด่นก็น่าจะชมเชย ก็มีผลงานที่ ๓ ที่ยกระดับบัตรทอง ๔ บริการสู่หลักประกันสุขภาพยุคใหม่ ซึ่งก็ดีใจที่ใช้ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่า จะเป็นใช้เทคโนโลยีอันใหม่ให้เข้าถึงพี่น้องประชาชน แต่ผมอยากจะฝากว่าเอา เรื่องเก่า ๆ ด้วย ฝากเรื่องเก่ามีอยู่ ๒ เรื่องนะครับ คือ ๑. เรื่องฟัน ๒. ไต เรื่องฟันเป็นปัญหา สำคัญ กระผมกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่าสมัยหนึ่งผมรับราชการในต่างจังหวัด เข้าไปในท้องถิ่น คนเป็นโรคฟันผุ เป็นหนองที่คอฟัน เจาะออกมาเป็นหนอง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เลยนะครับ และหลังจากนั้นกระผมก็ได้ทำหมอฟันเถื่อน พูดกันตรง ๆ ก็รักษาโดยใช้อนามัย ก็ป้องกันเขาได้ จนผ่านมาจนเดี๋ยวนี้เป็นเวลาเกือบ ๒๐ กว่าปีแล้ว ก็ดีขึ้นนะครับ แต่ขณะนี้ โรคฟันของเรากลายเป็นโรคซึ่งคิดว่าเป็นโรคที่จะต้องป้องกันและรักษาให้มากที่สุด ซึ่งในหน่วยทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นงบ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค หรือข้าราชการทั้งหลาย ในเรื่อง การรักษาโรคฟันบางอย่างเบิกไม่ได้เลยนะครับ ฟันนี่เป็นโรคปกติง่าย ๆ ไม่ยากอะไรเลย ท่านประธานที่เคารพ ตอนกลางคืนเรานอน ปากก็เป็นกรด เชื้อโรคในปากมันก็ไปอยู่ที่ฟันก็ เป็นรู รูก็ทะลุไปที่รากฟันก็เกิดฟันผุ เขาเรียกว่าแมงกินฟันครับ หรือพวกที่มีหินปูนมาเกาะ มาก ๆ ก็ทำให้เหงือกมันลอกออกจากฟัน ฟันก็โยกแล้วก็หลุดออกไปได้ ก็มีแค่ ๒ โรคเท่า นั้นเอง สมัยก่อนก็มีการรักษาป้องกันอย่างที่กระผมได้กราบเรียนไปแล้ว แต่ ณ บัดนี้โรคมัน ผ่านมาจนกระทั่งถึงขั้นที่ต้องซ่อมแซมแล้ว การซ่อมแซมนี่ท่านทั้งหลายก็มีความคิดว่าเป็น โรคฟัน ฟันไม่น่าจะเป็นนะเพราะว่าเกิดมามันต้องหักต้องหลุดไปตามวัย ไม่ใช่อย่างนั้น นะครับท่านประธาน ฟันต้องอยู่กับเราจนกระทั่งเขาตาย ไม่ใช่ว่าต้องหลุดไป เพราะฉะนั้น เมื่อมันหลุดไปหรือเป็นโรคฟันเราก็ต้องรักษา ต้องแก้ไข เขาเรียกรีคอนสตรักชัน (Reconstruction) การแก้ไขนี่นะครับช่วยไม่ได้ ทางองค์กรช่วยไม่ได้ ต้องเสียเงินเสียทอง แม้กระทั่งการครอบฟันก็ต้องเสียเงิน การทำฟันเทียมทั้งปากก็ต้องเสียเงิน การทำ รากฟันเทียมก็ต้องเสียเงิน เบิกไม่ได้ นั่นหมายความว่าอย่างไร หมายความว่าไปตีราคาว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นพลาสติกเซอร์เจอร์รี่ (Plastic Surgery) เป็นการตบแต่ง ท่านประธาน ที่เคารพ อันนี้มันไม่ใช่ตบแต่งนะครับ เป็นรีคอนสตรักชัน (Reconstruction) การแก้ไข ความพิการ เมื่อเสียไปก็ต้องแก้ไขให้มันดีขึ้น เพราะเราก็เชื่ออยู่แล้วว่าตั้งแต่เกิดจนตาย ฟันต้องอยู่กับเรา ท่านประธานครับ การทำฟันแค่ครอบฟันก็เบิกไม่ได้แล้ว หรือทำ รากฟันเทียม รากฟันเทียมนี่ต้องเรียนท่านประธานที่เคารพให้ทราบว่าเราเอาไทเทเนียม (Titanium) มาฝังที่รากฟันเพื่อปลูกฟันใหม่ เป็นที่แน่น ไทเทเนียม (Titanium) ใช้ได้ หลายอย่าง กระดูกสะโพกหักก็ใช้ไทเทเนียม (Titanium) กระดูกข้อเข่าหักก็ใช้ไทเทเนียม (Titanium) กระดูกสันหลังหักหรือกระดูกหูใช้ไทเทเนียม (Titanium) หมดครับ เป็นการ รักษานะครับท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็เป็นสิ่งซึ่งผมกราบเรียนว่า ฝากคณะกรรมาธิการว่าสิ่งเหล่านี้ต้องมาพิจารณาแล้ว ต้องให้การช่วยเหลือแล้ว ต้องให้ งบประมาณแล้ว ไม่ว่าเป็นข้าราชการก็ตามหรือประชาชนก็ตาม

เรื่องไตครับ ประการที่ ๒ เมื่อกี้ผมฟังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็ได้พูดถึง ตอนนี้เราเป็นโรคไตกันมากนะครับ ผมว่าเท่าที่ผมสังเกตจากเพื่อนฝูงผมหลายคน ลูกของ เพื่อนผมเรียนปริญญาเอก แกก็อยู่แต่ในห้องในหอกินแต่อาหารสำเร็จรูป ซึ่งมันเค็มมาก มีโซเดียม (Sodium) สูง จบได้ดอกเตอร์ยังไม่ทันใช้ปริญญาเลยครับ ต้องมานอนรักษาโรคไต เพราะไตมันวาย เพราะของเค็มมันมาก ปัญหามากมาย สาเหตุมากมายจะเป็นโรคไตอย่างนี้ จึงกราบเรียนว่าเรื่องรักษาโรคไตสำคัญเหลือเกิน ๓๐ บาทหรือบัตรทองช่วยไม่ได้ รักษาต้อง เสียเงิน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงพยาบาลทั่วประเทศบางทีมีเครื่องล้างไต เครื่องมือ แต่ว่า ทำได้ไม่มากหรอกครับ เพราะว่าหมอที่ดูแลเรื่องไตเขาเป็นหมอที่ต้องอบรมมา เพราะฉะนั้น เขาก็เป็นหมอที่ทรงคุณวุฒิมาก ใครทำอันนี้ก็ต้องปรึกษาเขา ก็เลยทำไม่ได้ ก็ต้องมาตั้งคลินิก ข้างนอกเขาก็ร่ำรวยกัน เรื่องโรคไตก็ฝากด้วย

เรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากกราบเรียนและขอชมเชยด้วยว่า คณะกรรมการชุดนี้ได้เพิ่มงบประมาณขึ้นมาอีกมากนะครับ งบประมาณปีนี้สำหรับ ด้านสาธารณสุขจำนวน ๑.๙๔๕ แสนล้านบาท ก็อยู่ที่คนละ ๓,๗๑๙.๒๓ บาท เพิ่มขึ้นมาก เมื่อปี ๒๕๖๑ ๒,๕๐๐ บาท ๒,๖๐๐ บาทแค่นั้นเอง แต่ท่านประธานที่เคารพ เมื่อไป เปรียบเทียบกับงบประมาณที่ข้าราชการปีหนึ่ง ๑๒,๖๐๐ บาท ครูเป็น ๑๒,๐๐๐ บาท รัฐวิสาหกิจทั้งหลายก็มากขึ้น ๆ แต่งบบัตรทอง ๓๐ บาท ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากกว่านี้ ผมอยากจะ กราบเรียนว่าน่าจะเพิ่มมากกว่านี้ครับ เพราะว่าประชาชน ๔๘,๔๐๐,๐๐๐ กว่าคน เป็นคน ต้องพึ่งบัตรทองทั้งนั้น เป็นคนที่ไม่มีอะไร ไม่มีคอฟเวอเรจ (Coverage) อะไร แต่เขาต้องเสีย ภาษี เขาเสียภาษีเป็น ๒ เท่านะครับ เสียภาษีให้พวกข้าราชการ ข้าราชการไปเสียภาษี อีกเท่าหนึ่ง ภาษีแวต (VAT) ครับ เพราะฉะนั้นจึงกราบเรียนว่าเมื่อเขาเสียภาษีอย่างนี้ก็เพิ่ม ให้เขาด้วยนะครับ เพิ่มขึ้นมา ๆ เพื่อจะรักษาหลาย ๆ โรคให้มันคอฟเวอเรจ (Coverage) ให้มากขึ้นเท่าที่จะทำได้ ผมกราบเรียนฝากท่านที่เคารพทั้งหลาย ต่อท่านคณะกรรมการ ทั้งหลายในที่นี้ว่าฝากเรื่องนี้ด้วยว่าอย่าลืมครับของเก่า ๆ มันมี ช่วยเหลือเขาด้วยก็แล้วกัน แล้วงบประมาณก็ให้เท่าเทียมกันนะครับ ขอบพระคุณอย่างสูงครับท่านประธานครับ