บัญญัติ เจตนจันทร์ ชี้ปัญหาการดำเนินงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่ยังไม่สอดคล้องกับกฎหมาย โดยเฉพาะการประสานงานกับกองทุนต่าง ๆ พร้อมเรียกร้องให้ สปสช. เร่งปฏิรูปบทบาทให้เป็นศูนย์กลางดูแลสุขภาพประชาชนอย่างแท้จริง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการเปรียบเทียบข้อมูลความครอบคลุมบริการสุขภาพที่ใช้ข้อมูลจากประเทศด้อยพัฒนา จนทำให้ภาพลักษณ์ดูดีเกินจริง และเสนอให้ใช้ข้อมูลจากประเทศที่มีศักยภาพใกล้เคียงเพื่อความถูกต้องและเป็นธรรม
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผมขออภิปรายรับทราบรายงานการสร้างระบบประกันสุขภาพ แห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓ ก่อนที่ผมจะอภิปรายผมขออนุญาตท่านสมาชิกแล้วก็ ท่านเลขาธิการและคณะที่มาชี้แจง ตลอดจนท่านผู้ฟังทางบ้านว่าผมขออนุญาตปูพื้น พัฒนาการของโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจนมาเป็นกฎหมาย พ.ร.บ. หลักประกัน สุขภาพแห่งชาติ ปี ๒๕๔๕ ว่า เมื่อปี ๒๕๓๑ สมัยนั้นท่านประธานชวน หลีกภัย ท่านดำรง ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านเริ่มให้สิทธิรักษาฟรีผู้ที่อายุไม่ถึง ๑๒ ปี กับผู้ที่สูงอายุเกิน ๖๐ ปี ถัดมาอีก ๕ ปี ปี ๒๕๓๖ ท่านประธานชวน หลีกภัย ท่านเป็น นายกรัฐมนตรีสมัยแรก ท่านทำโครงการประกันสุขภาพโดยสมัครใจ ใช้ว่าบัตรครอบครัว ๕๐๐ บาท รัฐบาลสมทบ ๕๐๐ บาท รักษาฟรีทุกคนในครอบครัวและทุกโรคด้วย ถัดมาอีก ๕ ปี ท่านประธานชวน หลีกภัย ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ ๒ ท่านก็มีโครงการเช่นเดิม ต่อยอดเป็นบัตรครอบครัว ๕๐๐ บาท แต่รัฐบาลสมทบ ๑,๐๐๐ บาท ขณะนั้นเศรษฐกิจ ประเทศไม่ค่อยดี แต่ว่าท่านให้ความสำคัญมาก ถัดมาอีก ๔ ปี สภาผู้แทนราษฎรจึงมี กฎหมาย พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งในกฎหมายฉบับนี้ได้บัญญัติ ว่าจะต้องมีการรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร ในมาตรา ๑๘ คณะกรรมการมีหน้าที่จัดทำ รายงานเกี่ยวกับผลงานและอุปสรรคในการดำเนินงาน รวมทั้งบัญชีและการเงินทุกประเภท เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ต่อคณะรัฐมนตรีและวุฒิสภาเป็นประจำทุกปี แต่ในรายงาน ฉบับนี้ผมขออนุญาตวิเคราะห์นิดหนึ่งว่าก็ยังขาดสิ่งที่เป็นสาระสำคัญที่กฎหมายกำหนดไว้ ดังที่ท่าน ส.ส. เอกภพ เพียรพิเศษ ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ในมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ และมาตรา ๖๖ มาตรา ๑๐ กล่าวถึงเรื่องของ พ.ร.บ. ประกันสังคม ซึ่ง พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติเกิดทีหลัง พ.ร.บ. ประกันสังคม เมื่อ พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติเกิดขึ้นแล้ว ในเรื่องเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของผู้ประกันตน ให้คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและคณะกรรมการประกันสังคมคุยกันในส่วน ที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลก็โอนเงิน ถ้าตกลงกันได้ก็โอนเงินในส่วนการรักษาพยาบาล มาให้ สปสช. ดูแล แต่ตั้งมา ๑๙ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ จนถึงปีนี้ ปี ๒๕๖๔ ยังไม่มีร่องรอยของ การตกลงประชุมกันว่ามีผลเป็นอย่างไร ซึ่งจะโยงไปถึงมาตรา ๖๖ ว่าจะต้องรายงานเหตุผล ที่ไม่อาจดำเนินการได้ต่อ ครม. และเผยแพร่ต่อสาธารณชน ซึ่งรายงานนี้ก็จะต้องมีรายงานเช่นนี้ทุกปี แต่ไม่มีในหมวดนี้ อันนี้เป็นสิ่งที่กฎหมายบังคับไว้ ในมาตรา ๑๑ กองทุนทดแทน อันนี้หมายความว่าผู้ทำงานในโรงงานถูกเครื่องจักรตัดนิ้วขาด อันนี้ก็ใช้อีกกฎหมายหนึ่ง กองทุนทดแทนนะครับ สปสช. ก็ต้องมีหน้าที่เป็นคนเคลม (Claim) ให้ ไปเอาเงินมาจากกองทุนทดแทนมาเข้า สปสช. แล้วไปจ่ายให้โรงพยาบาล ในมาตรา ๑๒ ผู้ประสบภัยจากรถ พ.ร.บ. รถ เมื่อมีผู้ประสบภัยจากรถ สปสช. ก็ต้องเป็น เหมือนเคลียริงเฮาส์ (Clearing house) ไปดึงเงินจาก พ.ร.บ. ผู้ประสบภัยจากรถมาเข้า สปสช. แล้วก็เอาไปจ่ายให้โรงพยาบาล เพราะฉะนั้นเจตนารมณ์ของกฎหมายหลักประกัน สุขภาพแห่งชาตินั้น ให้ สปสช. นั้นเป็นแห่งชาติจริง ๆ เป็นเหมือนเจ้าภาพดูแลสุขภาพให้พี่ น้องประชาชน แต่ปัจจุบันเหมือนต่างคนต่างทำ ประกันสังคมเขาก็ทำของเขา ประทานโทษ มาตรา ๙ ผมตกหล่นไป มาตรา ๙ คือกรมบัญชีกลางดูแลข้าราชการ ลูกจ้าง รัฐวิสาหกิจ และครอบครัว ในส่วนนี้ถ้า สปสช. สามารถเข้าไปบริการได้ ไม่ว่าจะเป็นมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ ให้ออกเป็นพระราชกฤษฎีกา แล้วก็โอนเงินมาเข้า สปสช. แต่ สปสช. ก็เหมือนกับว่าเคียง ๆ กันไป เขาก็ทำของเขา เราก็ทำของเรา ซึ่งไม่ใช่ เจตนารมณ์ของเราต้องเป็นเคลียริงเฮาส์ (Clearing house) ดูแลทั้งหมด เพราะว่า เป็นแห่งชาติ สิ่งนี้ผมอยากจะฝากท่านเลขาธิการได้รีบไปดำเนินการเพื่อที่จะตอบว่าทำไมถึง ทำไม่ได้ มันมีอะไรที่เป็นวัฒนธรรมที่แตกต่างจะต้องทำก็ต้องปรับกัน แล้วก็ปัจจุบันมีรอยต่อ ระหว่างสิทธิต่าง ๆ มากมายเหลือเกิน ผู้ประกันสังคมบางอย่างก็เด่นกว่า บางอย่าง ก็ด้อยกว่า สิทธิบัตรทองบางอย่างก็เด่นกว่า เช่น การนั่งรถรีเฟอร์ (Refer) ก็สามารถที่จะ ใช้สิทธินั้นได้ ข้าราชการก็ใช้เงินมากเหลือเกิน ใช้มากเกินไปสำหรับจำนวนข้าราชการและ ครอบครัวที่ไม่กี่ล้านคนนี้ใช้มากเกินไป ถ้าหากประกันสังคมเสนอสิทธิที่ครอบคลุม มีคุณภาพ ผมเชื่อว่ารัฐบาลซื้อแน่นอนนะครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการที่จะต้องทำตาม กฎหมายผมก็ฝากไว้ด้วยนะครับ นอกจากนั้นถ้า สปสช. มีเวลาที่จะคิด คนทำประกันชีวิต ในประเทศนี้มีหลายล้านคน เขาขายประกันกำไรเยอะแยะ ถ้าหากว่า สปสช. สิทธิขั้นพื้นฐาน ใช้ สปสช. เบี้ยประกันจะถูกลง หรือถ้าเบี้ยประกันเท่าเดิม สิทธิความคุ้มครองจะต้องมากขึ้น เขาเรียกบูรณาการสิทธิ สปสช. ต้องไปดูตรงนี้ด้วย แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งถ้าไม่ป่วย คนในประเทศนี้ไม่เคยป่วย เยอะ ไม่เคยไปโรงพยาบาล ไม่เคยใช้เงินของ สปสช. แล้วให้อะไร แก่เขา เขาอาจจะได้เครดิตไปออกกำลังกายในฟิตเนส (Fitness) ไปต่าง ๆ ในเชิงส่งเสริม สุขภาพเป็นแต้มหรืออย่างไร ท่านต้องไปคิดในส่วนนี้ด้วย แล้วสุดท้ายเรื่องการ ค้างจ่ายโรงพยาบาล ค้างจำนวนมาก จะต้องมีการรายงานไว้ในนี้ด้วยว่า สปสช. ค้างจ่าย โรงพยาบาลทำให้โรงพยาบาลขาดสภาพคล่องก็จะต้องรายงานไว้ด้วย
ท้ายที่สุดครับ การเปรียบเทียบเรื่องของความครอบคลุมด้านบริการสุขภาพ ที่จำเป็น สปสช. ไปใช้ข้อมูลขององค์การอนามัยโลก เซาท์อีสต์ เอเชีย รีเจียน (Southeast Asia Region) ซึ่งเปรียบเทียบกับประเทศด้อยพัฒนาทั้งนั้นเลยก็เลยทำให้เราเด่นขึ้น ผมอยากจะให้ สปสช. ไปเทียบกับประเทศที่ใกล้เคียงกับเราให้มากกว่านี้ เราจะได้ไม่ภูมิใจ หลอก ๆ นะครับท่านประธาน ขอกราบขอบพระคุณครับ