สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑๖ กันยายน ๒๕๖๔

ละออง ติยะไพรัช หารือเรื่องความเหลื่อมล้ำในระบบสาธารณสุขชนบท โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่แออัด คุณภาพเครื่องมือเครื่องใช้ไม่ดี และความแออัดของโรงพยาบาลในชนบท และเรียกร้องการสนับสนุนจาก สปสช. ในการแก้ไขปัญหานี้

นางสาวละออง ติยะไพรัช เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย ดิฉันก็ต้อง ขอชื่นชมนะคะจากที่ดูเอกสาร ก็คือของ สปสช. เขาตั้งใจที่จะมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลง แต่เป็นคำถามของดิฉันเอง เนื่องจากดิฉันเองเป็นคนในจังหวัดเชียงรายและส่วนใหญ่ก็คือ อยู่ในทางชนบทและจะเห็นถึงความเหลื่อมล้ำ เหลื่อมล้ำนี้หมายความว่าไม่ได้ว่าคุณหมอ คุณภาพหรือความตั้งใจไม่มีนะคะ แต่เรื่องของความแออัดของโรงพยาบาล ดิฉันเองเห็น ไปทุกครั้งที่อำเภอแม่ฟ้าหลวงก็จะเห็นโรงพยาบาลแม่ฟ้าหลวงซึ่งคุณหมอก็จะทำงานหนัก บุคลากรทำงานหนัก เพราะมันอยู่บนเขา บนเขาและความแออัดของโรงพยาบาลเราสามารถ ที่จะเข้าไปดูแลในเรื่องของโรงพยาบาลต่าง ๆ ในชนบทได้อย่างไรคะ ทาง สปสช. มีนโยบาย อย่างไร แล้วก็จะทำให้เรื่องของคุณภาพของเครื่องมือเครื่องใช้และความแออัดจะลดลง ท่านจะทำได้อย่างไรในส่วนของชนบท เพราะว่าในอำเภอแม่ฟ้าหลวงเองจะมีทั้งชาติพันธุ์ คือพูดภาษาก็หลายภาษา ภาษาชาวเขา ภาษาม้ง ภาษาจีน ทุกภาษา ๗-๘ ภาษาอยู่ตรงนั้น คือก็สงสารคุณหมอ และเครื่องมือเครื่องไม้ก็ไม่ค่อยจะทันสมัย แล้วก็ไม่เหมือนกับ โรงพยาบาลที่อยู่ในตัวเมือง แล้วเวลาคนเจ็บไข้ได้ป่วยเวลาเดินทางก็ลำบาก ซึ่งอำเภอแม่ฟ้าหลวงก็มีประชาชนทั้งคนที่มีบัตรและไม่มีสัญชาติไทยก็เยอะ แล้วก็อยู่ใกล้กับ สหภาพพม่าก็คือเป็นแนวชายแดน และสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันก็เป็นอุปสรรค ดิฉันเองอยากจะ ให้ทาง สปสช. ช่วยดูแลว่าเราจะสามารถลดความเหลื่อมล้ำตรงนี้ได้อย่างไรค่ะ

ข้อที่ ๒ ดิฉันเห็นว่าตอนนี้ในเรื่องของโรค ไม่ว่าจะโรคไตหรือโรคความดัน โลหิต โรคต่าง ๆ ทำไมมันเพิ่มมากขึ้น แล้วก็ช่วงที่ไม่มีโควิด (COVID) พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคนเฒ่าคนแก่ก็จะไปโรงพยาบาลตั้งแต่ตอนเช้า ตี ๒ ตี ๓ ก็จะเริ่มออกจากบ้าน แล้วก็ไปแออัดกันอยู่ที่โรงพยาบาล ทาง สปสช. มีแนวที่จะทำหรือเพิ่มค่าใช้จ่ายหรืออะไร ก็ตามที่จะสามารถให้คุณหมอสามารถไปตรวจความดันหรือเบาหวานอะไรตามแต่ละตำบล ที่เหมือนเมื่อปี ๒๕๔๘-๒๕๔๙ ที่ดิฉันเห็น ก็คือเขาตรวจตามที่ รพ.สต. ต่าง ๆ ได้ ก็คือ คุณหมอไป ดิฉันอยากจะให้บรรยากาศแบบนั้นกลับมาอีกครั้งหนึ่งมันสามารถที่จะเป็นไปได้ หรือไม่ แล้วก็มีการที่จะใช้เทคโนโลยีเข้าไปช่วย เพราะว่าตอนนี้เรามีท้องถิ่น เรามี อสม. เรามีเครื่องมือเครื่องไม้ที่จะสามารถนัดเหมือนโรงพยาบาลเอกชน สามารถที่จะเข้าไปทำได้ ที่จะช่วยลดความแออัดของโรงพยาบาลในเรื่องของการไปตรวจโรค วันพุธ วันศุกร์อะไรนี่ค่ะ โรงพยาบาลก็จะแออัด แต่ช่วงนี้เป็นช่วงโควิด (COVID) ส่วนใหญ่คุณหมอเขาก็ส่งยาไปทาง ไปรษณีย์ อันนี้เราก็ทราบกันอยู่ แต่วันนี้ดิฉันอยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของ สปสช. ในเรื่องของการดูแลพี่น้องประชาชน และดิฉันเองก็เห็นเรื่องของค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายตอนนี้ คุณภาพของประสังคมกับเงินของ สปสช. หรือ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ทางโรงพยาบาล ดิฉันเองก็ใช้ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ถ้าพูดง่าย ๆ นะคะ ก็คือเรารู้สึกมันสะดวกสบายและ มันง่ายกว่า แต่สิ่งหนึ่งที่ดิฉันอยากจะให้ทางท่านได้ลองดูว่าเราจะสามารถควบรวมค่าใช้จ่าย เหล่านี้ให้มันรวมเป็นเงินก้อนเดียวกันเพื่อจะช่วยในการบริหารจัดการง่าย ในเรื่องของ เงินประกันสังคมกับ สปสช. เรารวมได้ไหม และอีกส่วนหนึ่งที่ดิฉันเห็นก็คือเรื่องของประกัน ชีวิตของพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งคือทำประกันชีวิตเพื่อที่จะได้รับ ความสะดวกสบายและใช้จ่ายเมื่อถึงเวลาที่จะไปโรงพยาบาลต่าง ๆ แต่สิ่งที่เราเห็นก็คือว่า ถ้าคุณมีประกันชีวิตกับ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ถ้าคุณเข้าไปนี่ทาง สปสช. ไม่สามารถที่จะ ตัดเงิน พี่น้องประชาชนจะไม่เลือกประกันชีวิต ที่ดิฉันทราบนะคะจะขอท่านอธิบายให้ ทางเราเข้าใจด้วยก็คือว่า สมมุติดิฉันเป็นโรค เป็นโรคและต้องผ่าตัด ดิฉันทำประกันชีวิตไว้ ๑๐,๐๐๐ บาท แต่ดิฉันรู้เลยว่าตัวเองจะต้องเสียเงินประมาณ ๓๐,๐๐๐ บาท เขาจะถามว่า คุณจะใช้ประกันชีวิตหรือว่าจะใช้ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ถ้าคุณใช้ประกันชีวิตก็คือคุณจะได้ ค่าใช้จ่าย ๑๐,๐๐๐ บาท แล้วหลังจากนั้นคุณจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง แล้วถ้าเราใช้ ประกันสังคมเราสามารถเบิกได้ทั้ง ๓๐,๐๐๐ บาท ดิฉันอยากให้ทาง สปสช. ลองอธิบาย ให้ว่าสิ่งที่ดิฉันเข้าใจมันถูกต้องหรือไม่ ถ้าถูกต้องก็คืออยากให้ทาง สปสช. เอง เราจะทำ อย่างไรเราจะสามารถที่จะเอาเงินในส่วนของเอกชนมาช่วยในเรื่องของเพิ่มคุณภาพและ เพิ่มรายได้ให้กับโรงพยาบาลที่จะช่วยดูแลรักษาพี่น้องประชาชนให้ดีขึ้น และเราสามารถที่จะ มีเครื่องไม้เครื่องมือ และเราสามารถที่จะมีบุคลากรที่จะดูแลพี่น้องประชาชนได้มากขึ้นค่ะ ขอบคุณค่ะ