ณัฏฐ์ แจงผลดำเนินงาน สวทช. เผยเพิ่มการลงทุนเอกชน ย้ำพัฒนาเทคโนโลยีตอบโจทย์ไทย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑๖ กันยายน ๒๕๖๔

ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ชี้แจงผลการดำเนินงานของ สวทช. ที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมจากการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ พร้อมเผยความคืบหน้าโครงการอีอีซีไอที่เน้นความร่วมมือกับชุมชนและเกษตรกรใน 3 จังหวัด เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมสู่อุตสาหกรรมอนาคต โดยย้ำความสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์เฉพาะสำหรับคนไทย รวมถึงการสนับสนุนการผลิตหน้ากากและเฟซชิลด์ช่วงโควิด-19 ผ่านเครือข่ายทั่วประเทศ พร้อมเรียกร้องให้มีการใช้จ่ายงบประมาณตามพันธะโครงการเพื่อสานต่อนวัตกรรมและยกระดับเกษตรกรสู่เกษตรมูลค่าสูงภายใต้แผนเศรษฐกิจบีซีจี แม้สถานะการเงินของ สวทช. จะลดลงจากภารกิจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

นายณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีแห่งชาติ

ขอบพระคุณท่านประธานและท่านกรรมาธิการทุกท่านครับ ผม ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ขอบพระคุณทุกความคิดเห็นนะครับ แล้วก็จะรับข้อสังเกต ข้อคิดเห็นต่าง ๆ ไปพิจารณา ดำเนินการนะครับ ผมเห็นหลายท่านกล่าวถึงเรื่องการใช้ประโยชน์ ผมขออนุญาตให้ข้อมูล ซึ่งเป็นภาพรวมของการดำเนินการในการใช้จ่ายงบประมาณด้วยนะครับ ในส่วนของ สวทช. จากการดำเนินงานในปี ๒๕๖๒ และปี ๒๕๖๓ เนื่องจากครั้งนี้เรานำเสนอผลการดำเนินงาน ๒ ปีนะครับ ปี ๒๕๖๒ และปี ๒๕๖๓ จึงมีเอกสารอยู่ ๒ ฉบับ ในปี ๒๕๖๒ เราเก็บมูลค่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการนำงานวิจัยของ สทวช. ไปใช้ประโยชน์ทั้งในภาค เศรษฐกิจแล้วก็ภาคสังคมได้มูลค่า ๔๘,๗๔๓ ล้านบาท ขณะที่ปี ๒๕๖๓ เพิ่มขึ้นอีก ๑๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็นยอด ๖๕,๒๕๕ ล้านบาท เมื่อเทียบกับงบประมาณแล้ว การใช้ จ่ายงบประมาณ ๑ บาทก็สร้างผลกระทบอยู่ประมาณ ๗-๑๐ เท่า โดยการใช้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ในด้านการลงทุนทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงการสร้าง นวัตกรรมในภาคผลิตและภาคบริการ ในปี ๒๕๖๒ มีการลงทุนจากภาคเอกชน แล้วก็ รัฐวิสาหกิจ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการทำงานร่วมกับ สวทช. มูลค่า ๑๒,๑๗๙ ล้านบาท และในปี ๒๕๖๓ มีการลงทุนเพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๒ อีก ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็น ๑๓,๗๙๖ ล้านบาท สวทช. มีการถ่ายทอดผลงานต่าง ๆ ไปยังผู้ใช้ประโยชน์ปีละกว่า ๓๐๐ ผลงาน มีผู้รับประโยชน์อยู่ประมาณ ๓๐๐-๔๐๐ รายในทุกปี นอกจากนั้นในเรื่องที่ เกี่ยวข้องกับการดำเนินการในเรื่องเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม ในภาค ชุมชน ในส่วนของงานชุมชนซึ่งหลายท่านได้ให้ความสนใจต้องขอบคุณนะครับ เราทำงาน ในการถ่ายทอดให้กับเกษตรกรมากกว่า ๑๐,๐๐๐ คนต่อปี ในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ ในปี ๒๕๖๒ ใน ๕๐๐ ชุมชน และในปี ๒๕๖๓ ใน ๖๐๐ ชุมชน จะปรากฏอยู่ในเอกสารในปี ๒๕๖๒ ในหน้า ๖๖ ถึงหน้า ๗๓ นะครับ ในปี ๒๕๖๓ อยู่ในหน้า ๔๖ ถึงหน้า ๕๙ นะครับ ผมกราบเรียนว่าในรายละเอียดบางประเด็น อย่างเช่นในกรณีที่ท่านอนุรักษ์ได้กล่าว ปัจจุบัน มีการใช้งานตัวนี้เพิ่มขึ้นจำนวนมาก อยู่ที่ประมาณ ๓๐๐ ล้านครั้งแล้วในส่วนของเอไอ (AI) เหตุที่เราต้องทำเอไอ (AI) สำหรับคนไทยเพราะว่ามิฉะนั้นเราจะใช้เอไอ (AI) จากต่างชาติ แล้วก็จะกลายเป็นกล่องดำซึ่งเราไม่มีความเข้าใจ ขณะเดียวกันเอไอ (AI) เหล่านั้น ก็ไม่สามารถตอบโจทย์ของคนไทยได้ ผมยกตัวอย่างนะครับ เอไอ (AI) ต่างชาติอาจจะบอกว่า อันนี้เป็นก๋วยเตี๋ยวได้ ถ้าเราถ่ายรูปออกมาก็จะบอกว่าเป็นนูดเดิล (Noodle) แต่เขาจะไม่สามารถบอกได้ว่ามันเป็นก๋วยเตี๋ยวแห้ง หรือมันเป็นก๋วยเตี๋ยวผัด หรือมันเป็น ผัดไทย ซึ่งมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงสำหรับคนไทย รวมถึงภาษาไทยที่มีความจำเป็น ปัจจุบันดีเวลลอปเปอร์ (Developer) ที่ใช้อยู่ที่ประมาณ ๖,๐๐๐ คน แล้วมีการใช้งานอยู่ ประมาณ ๓๐ ล้านครั้งแล้วในปัจจุบัน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องทีพีแมบ (TPMAP) ผมเรียน ว่าทีพีแมบ (TPMAP) ที่รายงานในปี ๒๕๖๒ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นนะครับ ทีพีแมบ (TPMAP) เราทำงานร่วมกับทางสภาพัฒน์เป็นหลัก แล้วก็ทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ในการ ทำงานช่วงที่ผ่านมามีการขยายผลอย่างต่อเนื่องไปยังจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งรวมถึง จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดสกลนคร จังหวัดขอนแก่น จังหวัดนครราชสีมา แล้วก็อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องนะครับ ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง อย่างเช่น ในภาคอีสานมีการเข้าไปช่วยเหลือถึง ๖,๐๐๐ กว่าครัวเรือน มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง ๖๐ ล้านบาท นั่นคือตัวเลขที่เก็บร่วมกับสภาพัฒน์ แล้วก็ยังคงทำงานต่อเนื่องกับกระทรวงมหาดไทยอย่างต่อเนื่อง ต้องกราบเรียนว่า สวทช. เป็นผู้ที่สนับสนุนเรื่องวิทยาศาสตร์ เรื่องเทคโนโลยี เรื่องการทำฐานข้อมูล แต่ขณะเดียวกัน ยังทำงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อขยายผลสิ่งเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์นะครับ ของท่านวีระกรที่กล่าวถึงเรื่องโควิด (COVID) ผมกราบเรียนว่าจะปรากฏอยู่ในเอกสารของ ปี ๒๕๖๓ ไม่ได้อยู่ในปี ๒๕๖๒ แต่อยู่ในปี ๒๕๖๓ ก็เรียนว่าในส่วนของโควิด (COVID) เราทำอยู่หลายเรื่อง แล้วก็ท่านอื่นที่กล่าวถึงเรื่องโควิด (COVID) ก็หลายท่านกล่าวถึงด้วย นะครับ ผมเรียนว่าตัวเฟซชิลด์ (Face Shield) ที่กล่าวถึงเมื่อสักครู่นี้เรามีการลงทุนกับ แฟบแล็บ (FabLab) ไปก่อนหน้านั้นให้กับเด็กและเยาวชนเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในช่วงที่เกิดโควิด (COVID) ระบาดช่วงต้น ๆ มีการขาดเยอะมากตั้งแต่หน้ากากอนามัย มาจนถึงเฟซชิลด์ (Face Shield) เราก็ออกสิ่งที่เรียกว่าเป็นพิมพ์เขียวและกระจายไปยัง โรงเรียนทั่วประเทศ เพื่อให้โรงเรียนต่าง ๆ ที่มีเครื่องมือเหล่านั้นนำเครื่องมือเหล่านั้นมาใช้ ในการผลิตเฟซชิลด์ (Face Shield) แล้วก็ใช้ในชุมชน ก็มีการดาวน์โหลด (Download) สิ่งเหล่านี้ แล้วก็เด็กนักศึกษาสามารถทำสิ่งเหล่านี้เพื่อใช้ประโยชน์ในชุมชนได้อย่าง กว้างขวาง อาจจะไม่เป็นนวัตกรรมแต่เป็นการขยายผล มีนวัตกรรมหลายชุดที่ปรากฏอยู่ ในเอกสารของปี ๒๕๖๓ ในหน้า ๒๒-๓๓ และอีกส่วนหนึ่งที่ผมเรียนนะครับเนื่องจากขณะนี้ อยู่ปลายปี ๒๕๖๔ ผมอยากจะยกตัวอย่างผลงานที่ท่านอาจจะเคยได้ยินในช่วงข่าวที่ผ่านมา คือเรื่องการผลิตวัคซีน สวทช. เองมีการพัฒนาวัคซีนซึ่งปัจจุบันมีอยู่ ๓ รูปแบบ จากเดิมที่เรา พัฒนาอยู่ ๕ รูปแบบและสกรีน (Screen) ออก เหลืออยู่ ๓ รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นวัคซีน ประเภทอนุภาคไวรัสเสมือน วัคซีนที่เป็นไวรัล เวกเตอร์ อะดีโนไวรัส ๕ (Viral Vectors Adenovirus 5) แบบเดียวกับกลุ่มที่เราฉีดในแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) แล้วก็วัคซีน ที่เป็นไวรัลเวกเตอร์ (Viral Vectors) ที่ฉีดเข้าไปแล้วสามารถป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่และ โควิด-๑๙ (COVID-19) ในเวลาเดียวกัน ปัจจุบันแพลตฟอร์ม (Platform) ที่เราใช้ก็ใช้ในการ พ่นจมูกเพื่อที่จะให้แน่ใจว่ามีภูมิคุ้มกันตั้งแต่ระบบทางเดินหายใจลงไปมากกว่าการฉีดเข้า กล้ามเนื้อ แล้วยังสามารถติดต่อได้ ขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการหารือกับทาง อย. แต่ขั้นตอน ดังกล่าวก็เป็นขั้นตอนใหม่สำหรับประเทศไทยก็ใช้เวลานะครับ เข้าใจว่าเราจะสามารถเข้า ทดสอบในมนุษย์ในปลายปีนี้ในเฟส (Phase) ที่ ๑ และคาดว่าในช่วงไตรมาส ๓ ของปี ๒๕๖๕ น่าจะสามารถที่จะเข้าใช้ประโยชน์ได้ในลักษณะที่เป็นอีเมอร์เจนซียูส (Emergency Use) เช่นเดียวกันนะครับ

ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอีอีซีไอ (EECi) ต้องกราบขอบพระคุณท่านกิตติชัยด้วย นะครับที่ให้ความสนใจเรื่องอีอีซีไอ (EECi) เราทำงานอยู่หลายภาคส่วนนะครับ แล้วอีอีซีไอ (EECi) ก็เริ่มเป็นการลงทุนในช่วงแรก ยังไม่ได้เข้าไปโอเปอร์เรต (Operate) แต่อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานก็จะทำงานร่วมกับคนในพื้นที่ เพราะเราทราบดีว่าเราไปทำงานในพื้นที่ก็มีความ จำเป็นที่คนในพื้นที่ต้องได้รับประโยชน์จากอีอีซีไอ (EECi) ด้วย ก็มีการทำงานร่วมกับ ภาคประชาชน เกษตรกร ทั้งใน ๓ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชลบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา แล้วก็ จังหวัดระยองในการขับเคลื่อนอีอีซีไอ (EECi) ไปในทิศทางเดียวกันนะครับ

ท่านสุพิศาลมีความสนใจเรื่องความเสี่ยง ผมกราบเรียนนะครับว่าความเสี่ยง ที่เราเขียนถึงนี้เป็นการหยิบยกขึ้นมาเพื่อใช้ในการบริหารความเสี่ยงว่าอาจจะเกิดไม่เป็น ผลสัมฤทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นอีอีซีไอ (EECi) ก็ตาม เรื่องการพัฒนากำลังคนหรือการเตรียมคน สำหรับไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) นะครับ ก็เรียนว่าจากการบริหารความเสี่ยง เราสามารถทำงานได้ตามแผน ไม่ว่าจะเป็นอีอีซีไอ (EECi) เอง การก่อสร้างปัจจุบันก็ล่าช้า กว่าแผนเพียง ๑ เปอร์เซ็นต์ เราสามารถที่จะดำเนินงานได้ตามแผน การเตรียมคนสามารถ จัดฝึกอบรมแล้วก็เตรียมคนในอุตสาหกรรมแล้วก็งานที่เกี่ยวข้องทั้งอัปสกิล (Upskill) รีสกิล (Reskill) ได้ตามแผนครับ ก็ขอบพระคุณนะครับที่ให้คำแนะนำในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ การบริหารความเสี่ยงในอีกหลากหลายมิติที่เราจะรับไปดำเนินการเพิ่มเติม รวมถึงเรื่อง การกระจายการทำงานต่าง ๆ แล้วกราบเรียนว่าในเรื่องของไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) ปัจจุบันทาง สวทช. ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ขับเคลื่อนเรื่องบีซีจี (BCG) ซึ่งเป็น ไบโออีโคโนมี (Bioeconomy) เซอร์คูลาร์อีโคโนมี (Circular Economy) แล้วก็กรีนอีโคโนมี (Green Economy) ซึ่งจะตอบโจทย์ในเรื่องเกี่ยวกับภาคเกษตรอย่างชัดเจนว่าเราจะนำ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ในการพัฒนาเกษตร โดยเฉพาะให้เกษตรเป็นเกษตร มูลค่าสูง คุณค่าสูง แล้วก็ใช้เป็นเกษตรพรีเมียม (Premium) และจะขับเคลื่อน รวมถึง การกระจายจีดีพี (GDP) ภาคเกษตรซึ่งต่ำอยู่แล้วนะครับ แต่ว่ายังอยู่บนพืชหลักข้าว อ้อย ยางพารา มันสำปะหลัง ปาล์ม ข้าวโพด ให้เกิดเกษตรที่มีจีดีพี (GDP) ขยายออกไปในกลุ่ม ต่าง ๆ อย่างเช่นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับแมลงซึ่งมีศักยภาพสูงมากในการที่จะเป็นแหล่ง โปรตีนใหม่หรือโปรตีนที่มาจากพืช จากเดิมที่เราขายออกไปเป็นอาหารสัตว์สามารถที่จะมาทำ เป็นโปรตีนก็อยู่ในแผนเรื่องเกษตร นอกจากนั้นก็มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการใช้สารชีวภัณฑ์ ในการจำกัดศัตรูพืชแล้วก็แมลงด้วยเช่นเดียวกัน ก็อยู่ในแผนที่เราขับเคลื่อนในส่วนของบีซีจี (BCG) ภาคเกษตรนะครับ ยังมีภาคอื่น ๆ ทางด้านอาหาร การแพทย์สาธารณสุข ซึ่งเกี่ยวข้อง กับสมุนไพรที่ท่านให้ความสนใจด้วยนะครับ ในการที่จะนำสมุนไพรต่าง ๆ เป็นส่วนหนึ่งของ เกษตรกลุ่มใหม่ รวมถึงการทำสารสกัดเพื่อนำสารสกัดเหล่านั้นมาใช้เป็นยา มาใช้เป็น เครื่องสำอาง รวมถึงการนำสารสกัดเหล่านั้นมาผลิตเป็นอาหารที่เรียกว่าอาหารฟังก์ชัน (Function) ที่มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับคนที่มีปัญหาทางด้านสุขภาพหรือนักกีฬาโดยเฉพาะ ก็มีโจทย์หลายส่วนที่อยู่ระหว่างการขับเคลื่อน

ผมเรียนว่าในส่วนของ สวทช. มีบุคลากรอยู่ ๓,๐๐๐ คน งบประมาณ ที่ท่านสุพิศาลได้กรุณาดูงบการเงิน กราบเรียนว่าเงินสดคงเหลือที่ สวทช. มีอยู่ลดลง อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเรานำงบประมาณต่าง ๆ มาใช้ในการขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง แล้วก็ยังมีพันธะที่เราต้องใช้จ่ายเงินเหล่าเพื่อการลงทุนใน อีอีซีไอ (EECi) อีกจำนวนมาก ตัวเลขที่เห็นเป็นตัวเลขชั่วขณะเดี๋ยวเราต้องจ่ายตามสัญญา ที่มีการก่อสร้างอีอีซีไอ (EECi) อีกหลายพันล้านบาทนะครับ เพื่อให้แน่ใจว่าอีอีซีไอ (EECi) จะเป็นฐานสำคัญในการนำวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีที่อยู่ในห้องปฏิบัติการไปขยายผลในระดับ สเกล (Scale) ใหญ่และนำไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ ๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ การแปลงค่าเกษตรให้เป็นวัสดุใหม่ เป็นเคมีชีวภาพ เป็นวัสดุชีวภาพ ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของ ตลาดโลกในอนาคตที่มีโพเทนเชียล (Potential) สูงมากครับ ก็กราบขอบพระคุณครับ แล้วก็ ขอบพระคุณและจะรับความคิดเห็นของทุกท่านไปดำเนินการต่อไป ขอบพระคุณครับ