สมชาย ฝั่งชลจิตร หารือบทบาทของวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมในการพัฒนาประเทศ โดยเน้นให้สถาบันวิทยาศาสตร์ผลักดันองค์ความรู้เป็นยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อยกระดับเกษตรกรรม เสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน และเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตด้วยความรู้ทางวิทยาศาสตร์แทนความเชื่อเดิมๆ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการสำนักงานพัฒนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ที่ตรงนั้นมีผู้รู้เขาเรียกว่าอัจฉริยะทางวิทยาศาสตร์ อยู่เยอะมาก แต่วันนี้ผมในฐานะแล็บบอย (Lab Boy) ขออนุญาตคุยกับท่านนักวิทยาศาสตร์ สักหน่อยว่าในสังคมเราถ้าหากว่าโครงสร้างของอำนาจรัฐจริง ๆ คือรัฐบาลไม่มีความตั้งใจ ในการที่จะเน้นการเปลี่ยนสถานะประเทศไปเป็นองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ แน่นอนครับเรากำลังสู้กันระหว่างความคิดหรือความเชื่อ หรือความจริงที่เป็นวิทยาศาสตร์ กับความเชื่อที่ดำรงอยู่ในสังคมไทย โลกมันเปลี่ยนทางด้านสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีทางด้าน ไบโอเทคโนโลยี (Biotechnology) หรือว่านวัตกรรมใหม่ ๆ มันเกิดขึ้นในโลกนี้มากมาย โดยเฉพาะวันนี้วิทยาศาสตร์จะต้องทำให้มันเป็นวาระสำคัญของชาติ ก็อยากจะฝากสถาบัน ซึ่งทำหน้าที่นี้อยู่แล้วว่าทำอย่างไรก็ตามที่ให้มันเป็นยุทธศาสตร์ของชาติว่ามันเป็นองค์ความรู้ ที่จะสามารถลงไปสู่คนทุกคนในประเทศนี้ เพราะบางประเทศกว่าจะสำเร็จเขาใช้ยุทธศาสตร์ ๑๒ ปี วิทยาศาสตร์ก้าวหน้า เริ่ม ๔ ปี รากฐานทางสื่อสารมวลชน การศึกษาในโรงเรียน ข่าวสารทั้งหลายให้เน้นไปที่วิทยาศาสตร์ เราทำได้ไหม แต่วันนี้มันระหว่างความรู้ทาง ไบโอเทคโนโลยี (Biotechnology) ที่มีการคิดค้นพันธุกรรมพืช ขณะเดียวกันเราก็ต้องใช้ เห็นภาพของการแห่นางแมวเพื่อขอฝน นี่คือวัฒนธรรมที่มันขัดแย้งกันทางวิทยาศาสตร์ จริง ๆ ก็ไม่ทราบว่าบ้านท่านนักวิทยาศาสตร์ในสำนักงาน สวทช. จะยังมีศาลพระภูมิ อยู่หรือไม่ นี่ก็เป็นความขัดแย้งในวัฒนธรรม แล้วมันก็ไปสู่การไม่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง วิทยาศาสตร์ในโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ประเทศเราอยู่บนพื้นฐานของเกษตร แล้วทาง สวทช. ก็รู้ว่าเกษตรกรรมที่มันก่อความยากจนให้กับคนส่วนใหญ่ของประเทศก็คือ เกษตรกรรมล้าหลัง ถ้าไม่ล้าหลังก็เป็นเครือข่ายภายใต้กฎของทุนใหญ่ การพูดถึง เกษตรก้าวหน้า ในวันนี้ที่มันเป็นวาระสำคัญ แน่นอนครับสถาบันพัฒนาวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะมันต้องเกี่ยวข้องกันทางวิทยาศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องทางชีววิทยา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกลไกทางด้านกลศาสตร์ ซึ่งก็ต้องมาสัมพันธ์กันว่า จะทำอย่างไรที่จะให้ลดต้นทุน ซึ่งก็มีวาระของสำนักงาน สวทช. อยู่ด้วยว่าจะให้นำประเทศ ไปสู่ความสามารถทางการแข่งขัน แน่นอนครับการแข่งขันในวันนี้มันต้องลดต้นทุนการผลิต แต่ลดต้นทุนการผลิตโดยการกดขี่ แรงงานและกดขี่ราคาสินค้าภาคเกษตรให้ต่ำลงไม่ควรจะทำ มันควรเอาเทคโนโลยีเข้ามา แก้ปัญหาในการลดต้นทุนในความสามารถทางการแข่งขัน ไม่ค่อยเห็นนวัตกรรมและ ความก้าวหน้าที่ลงไปสู่การผลักดันให้พี่น้องภาคเกษตรกรรมเปลี่ยนแปลงจากการขาย ปฐมภูมิกลายเป็นสินค้าที่ยกระดับขึ้นมาเป็นขั้นของการขายสินค้าที่มีการแปรรูปหรือพัฒนา ที่สูงกว่านั้น นี่คือเป็นบทบาทสำคัญของสถาบันพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนี่ล่ะครับ นี่ก็คือองค์ประกอบเล็ก ๆ แต่ถ้ารัฐโดยอำนาจรัฐบาลส่วนใหญ่ยังมองไม่เห็น โลกถูกทำนาย มาเป็นร้อยแล้วปีว่าแรงงานที่จะใช้ในการผลิตมันจะถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยี และวันนี้มันก็ ปรากฏเป็นจริง เพราะฉะนั้นการที่จะให้คนส่วนใหญ่ของประเทศที่อยู่ในภาคเกษตรกรรม เขาสามารถอยู่รอดได้ มันก็ต้องใช้นวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์เข้าไปช่วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของการลดต้นทุนการผลิต หรือการใช้พันธุกรรมที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มผลผลิตให้พี่น้อง เกษตรกร รวมทั้งการพยายามที่จะพูดถึงเคมีเกษตรเราจะลดอย่างไร เราจะใช้ ไบโอเทคโนโลยี (Biotechnology) หรือใช้เทคนิคทางด้านชีวภาพอย่างไร เพื่อที่จะเพิ่ม ผลผลิตโดยการสร้างปุ๋ยชีวภาพขึ้นมาภายใต้ความรู้ที่เป็นวิทยาศาสตร์จริง ๆ ไม่ใช่ความเชื่อ เชื่อกันว่าทำอย่างนี้ดี ข้อมูลทางการวิจัยทางวิทยาศาสตร์มันเป็นตัวส่งเสริมอย่างจริงจังต่อ การเปลี่ยนวิถีชีวิต วันนี้อนาคตของชาติอยู่ในมือของนักวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่อยู่ในมือของหมอ ดูและหมอผี ความเชื่อวิทยาศาสตร์กำลังก้าวมาทดแทน เพราะฉะนั้นจะทำอย่างไรให้คน สังคมโดยเฉพาะเยาวชนที่จะเติบโตขึ้นมาในอนาคตข้างหน้าให้เขาอยู่กับความจริง พบกับความจริง เรียนรู้ความจริงที่เป็นวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เรื่องราวของความเชื่อ วัฒนธรรม แห่งความเชื่อกำลังกดและสู้กันอยู่ นักวิทยาศาสตร์ในสถาบันนี้ล่ะครับที่จะช่วยกันเผยแพร่ ความจริง ความรู้ จากเอกสารที่ทำมานี้ผมก็ขอบคุณว่าทำได้ดี ทำได้สวย งบประมาณก็ใช้ มากพอสมควร แต่ว่าผมอยากให้มันใช้ไปสู่ความจริงในการผลิต ไม่ว่าจะเป็นภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการที่จะใช้เครื่องมือที่เป็นนวัตกรรมของการเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้อง ประชาชน ก็อยากจะฝากตรงนี้ว่าช่วยผลักดันด้วย แล้วก็ขอบคุณผลงานของท่านทั้งหลายที่ พยายามทำอยู่ แต่ต้องหวังที่นโยบายของรัฐครับ ขอบคุณมากครับ