ภาสกร เงินเจริญกุล เสนอแนะให้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ปรับปรุงแนวทางการพัฒนานวัตกรรมให้มีความเหมาะสมและตอบสนองความต้องการของสังคม โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ และเสนอแนะให้ศูนย์วิจัยจับคอนโซลิเดตผลงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวิจัยและนวัตกรรมในประเทศไทย
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ วันนี้ต้องขอบคุณท่านประธานให้โอกาสผมได้อภิปรายรายงานประจำปี ๒๕๖๓ ของ สวทช. หรือที่เรียกกันเต็ม ๆ ว่าสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แห่งชาติ ผมอยากชี้ประเด็นอย่างนี้ครับ พอมีคำว่า แห่งชาติ มันเกิดการคาดหวังกันมาก ในประเทศด้วย ต่างประเทศด้วย ทุกคนมีความคาดหวัง แต่ผมก็ดีใจว่าเรามีสำนักงาน ลักษณะนี้ในประเทศไทย แต่อยากจะชี้ให้เห็นบางประเด็นว่าจากความคิดเห็นแล้วมันควรจะ มีลักษณะเป็นเช่นไรในบางประเด็น จากรายงานนะครับ ผมอ่านรายงานนะครับ แล้วก็ รายงานช่วงหน้า ๒๒ เป็นเรื่องเกี่ยวกับนวัตกรรมเพื่อรองรับต่อการระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) คือผมมีความคิดเห็นแบบนี้ว่าการที่เราจะทำรายงานมา ๑ เล่ม หรือจะรายงาน อะไรก็แล้วแต่จัดเป็นหมวดหมู่ก็ดูดีครับ ตามสถานการณ์ แต่สิ่งที่เราจะทำมันต้องเป็น นวัตกรรมหรือสิ่งที่เราคิดว่ามันเป็นประโยชน์จริง ๆ แล้วยิ่งพอเป็นสถาบันแห่งชาติเราต้อง ทำอะไรที่มันเกินกว่าสังคมหรืออนาคตนี่มันจะต้องเป็นแบบนี้ แต่พอมาดูหน้า ๑๒ ถ้าผม จำไม่ผิด นวัตกรรมที่ ๑๑ มันเป็นเฟซชิลด์ (Face Shield) ที่พิมพ์จากทรีดีพริ้นติ้ง (3D Printing) ถ้าในมุมผมผมไม่คิดว่าการเอาทรีดีพริ้นติ้ง (3D Printing) มาพิมพ์เฟซชิลด์ (Face Shield) มันเป็นนวัตกรรมนะครับ อันที่ ๑ อันที่ ๒ ก็ไม่คิดว่าต้นทุนมันจะถูกเทียบกับ ในตลาด เพราะว่าในตลาดมีราคา ถ้าไปดูในชอปออนไลน์ (Shop Online) ทั้งหลาย ๒๐-๓๐ บาทก็มีนะครับ เราเอาทรีดีพริ้นติ้ง (3D Printing) มาพิมพ์เฟซซิลด์ (Face Shield) แล้วมาใส่ในรายงาน สวทช. ผมว่าอันนี้ไม่ค่อยโอเคเท่าไร ฉะนั้นต้องดูด้วยว่าเราจะเอา นวัตกรรมอะไรมาใส่เราต้องมองเหมือนกันว่ามันเป็นภาพลักษณ์ขององค์กรของประเทศ อันนี้คือประเด็นที่ ๑
ประเด็นต่อไปครับ คือ ณ วันนี้ลองสังเกตว่าในโลกครับ ของเราวิจัยและ นวัตกรรม หรือการรีเสิร์ช (Research) ต่าง ๆ น้อยมาก น้อยจริง ๆ แต่ในโลกวันนี้มันถูกแบ่ง ออกเป็น ๒ ซีก ถ้าให้เห็นคร่าว ๆ และชัด ๆ ถ้าเป็นฝั่งยุโรป ฝั่งอเมริกาลองสังเกตว่า เขาเก่งเรื่องการวิจัย การค้นพบ การค้นหาสิ่งต่าง ๆ เป็นนวัตกรรม แต่คนที่ผลิตเก่ง ๆ มันอยู่ ฝั่งเอเชีย ฝั่งจีน ลองสังเกตว่าจีนกับไต้หวันผลิตเก่งมาก ณ วันนี้ทั้งโลกมีปัญหาเรื่อง ขาดแคลนพวกเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) พวกชิป (Chip) ต่าง ๆ จริง ๆ แล้ว แหล่งใหญ่ ๆ ก็มาจากฝั่งนี้ล่ะครับ ฝั่งเราทั้งนั้นเลย ก็เลยอยากจะมองว่าถ้าเราจะมีงานวิจัย เราต้องทำให้สุด แต่ว่าไม่ใช่งานวิจัยที่เราจะเน้นปริมาณที่เยอะ ๆ มาก ๆ ยกตัวอย่าง อย่างเช่น ตั้งแต่หน้า ๑๒๓ ถึงหน้า ๑๗๓ เป็นปริมาณผลงานบทความทรัพย์สินทางปัญญา อะไรก็แล้วแต่ที่เป็นผลงานในปี ๒๕๖๓ ปีเดียวนะครับ อยู่เป็นพัน ๆ ผลงานเลยใน ๑ ปี ผมก็ ไม่แน่ใจว่าพอเป็นพัน ๆ ผลงานแล้ว อดีตที่มันผ่านมาผมก็เชื่อว่ามันก็คงราว ๆ ประมาณนี้ล่ะ ครับ แล้วปีหน้าก็ประมาณนี้อีก ถามว่าเรามีผลงานต่าง ๆ ไม่ว่าเป็นบทความ เป็นนวัตกรรมเป็นอะไรก็แล้วแต่ แล้วเราจะต่อยอดกันแบบไหน ไม่อย่างนั้นมันจะกลายเป็น ว่าเรามีแต่ปริมาณ แต่คุณภาพเราอาจจะไปไม่ได้ ฉะนั้นเราต้องไฮไลต์ (Highlight) สักเรื่องสองเรื่อง หรือเราจะเอาช่วงนี้เป็นเรื่องอะไร ก็แล้วแต่ที่นวัตกรรมแล้วเอาเลยครับ เอาให้มันเก่งแล้วก็ทุกคนรู้จัก ยกตัวอย่างอย่างนี้ ผมว่า แพทย์ทางการแพทย์สาธารณสุขเราก็ไม่ด้อยกว่าประเทศไหน เอาสักเรื่องก็ได้ครับ หรือถ้า ช่วงนี้กลับมาเรื่องเกี่ยวกับโควิด (COVID) นะครับ ท่านก็มีแอปพลิเคชัน (Application) ที่เกี่ยวกับเรื่องโควิด (COVID) อีก ๒-๓ อัน ๓-๔ อัน ซึ่งวันนี้ในประเทศไทยถ้าผมต้องการจะ โหลดแอปพลิเคชัน (Load Application) ที่เกี่ยวกับโควิค (COVID) ผมว่าโหลด (Load) เป็น ๑๐ แอปพลิเคชัน (Application) เต็มโทรศัพท์ก็ยังไม่หมด ท่านอาจจะจับคอนโซลิเดต (Consolidate) รวมกันเป็นสักแอปพลิเคชัน (Application) หนึ่ง เปิดแอปพลิเคชัน (Application) ท่าน แล้วทุกอย่างมันจบก็ได้ เพราะวันนี้หมอพร้อมก็มีครับ เดินทางไป จังหวัดเชียงใหม่ เดินทางไปที่ไหนต้องลงทะเบียน แล้วแอปพลิเคชัน (Application) เต็มไป หมดเลย ก็ลองพิจารณาดูว่าทำอย่างไรให้เรามีจุดยืน แล้วก็ผลงานต่าง ๆ ที่จะลงในรายงาน ประจำปีควรจะดูนิดหนึ่ง อันนี้เป็นข้อเสนอแนะครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน