สุพิศาล ภักดีนฤนาถ อภิปรายเรื่องการประเมินผลการชุมนุมของเด็ก เยาวชน และประชาชน ในวันที่ 13 ตุลาคม 2563 โดยมีประเด็นขัดแย้งเกี่ยวกับการรายงานของ กสม. ที่เขียนข้อเท็จจริงที่ไม่ถูกต้อง และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการดำเนินการของ กสม. ที่เกี่ยวข้องกับการประกาศฉุกเฉิน
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอเริ่มอภิปรายในรายงานการประเมินผล ผมลงมาเอกสารผมไม่รู้หายไปไหน แต่อย่างนี้ครับท่านประธานครับ วันนี้ผมจะไม่ตะโกนครับท่านประธาน ท่านเปิดหน้า ๕๙ ผมจำไม่ผิดว่าเป็นหน้า ๕๙ ในรายงานนี้เป็นเรื่องของการชุมนุมของเด็ก เยาวชนและ ประชาชน มีรายงานที่เขียนไว้ในหน้านี้เป็นหัวใจของรายงาน ที่เขียนเมื่อปรากฏข้อความ อันเป็นเท็จ เบา ๆ ครับท่านประธาน วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๓ มีการชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุม ที่ปรากฏในรายงานซึ่งรัฐบาลเขียนข้อเท็จจริง แล้ว กสม. เอามาเขียนผิดพลาดครับ ท่านประธาน เพราะผมเสนอญัตติด่วนในสภาแห่งนี้ ท่านประธานคงทราบครับ เป็นญัตติ เรื่องอะไร แต่ไม่ได้อภิปราย แต่ผมจะมาชี้ประเด็นให้ฟังภายใน ๗ นาที เหลือ ๕ นาทีนะครับ ท่านประธาน ว่าทำไมในประเด็นนั้นมันเกี่ยวข้องกับการรายงานของตัว กสม. อย่างไร ท่านประธานครับ ในเหตุการณ์นั้นเป็นเหตุการณ์ที่อุบัติขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และถ้ามีจริง แสดงถึงใครสั่ง ใครวางแผน เพราะมันผิดปกติครับท่านประธาน เหตุการณ์ที่มีการชุมนุม แล้วมีการจับกุมเยาวชน ๔ คน พร้อมกับผู้ชุมนุมที่เป็นประชาชนไปดำเนินคดี แล้วลงโทษ ทางวินัยโดยย้ายตำรวจนายพล ๓ คน แต่กลับมาแล้วนะครับท่าน ได้ดิบได้ดีด้วยครับ ใน ๑ คนเป็นผู้บัญชาการไปแล้วครับ ท่านครับ ความสงสัยที่เกิดขึ้นจากหลักการ ซึ่งอันนี้ ผมหยิบมาเพียงสไลด์ (Slide) เดียวที่ผมจะพูดในเวลา ๔๐-๕๐ นาที ถ้าท่านประธาน ให้โอกาสผมในการใช้ญัตติด่วนอันนั้น ท่านครับ ผมมี ๓ ประเด็นที่ขัดแย้งต่อในรายงาน ฉบับนี้ ท่านเปิดดูได้ครับ มีในเอกสารนี้
๑. สถานการณ์มิเคยเกิดเช่นนี้มาก่อน ที่ปรากฏอยู่ในรายงาน อันเป็น สถานการณ์ที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาจริงหรือไม่ เดี๋ยวฟังผมนะครับ ใครร่วมกันทำ มันไม่ใช่ อุบัติเหตุอย่างแน่นอน เพราะรัฐบาลสามารถควบคุมได้ ในประเด็นนี้ผมมีอยู่ในการเสนอ ญัตตินั้น แต่ตั้งใจให้เกิด
๒. รูปแบบที่จัดการ รัฐบาลที่จัดการมีพิรุธเป็นจุด ๆ แล้วเขียนมาในรายงาน แบบผิดพลาดอย่างมากมาย เพราะการปรากฏตัวของผู้ที่มาเป็นผู้ปฏิบัติการ หลายคนมิควร อยู่ที่นั่น หลายคนมีการควบคุม หลายคนทำหน้าที่รับคำสั่ง หลายคนไม่ควรจะประจำจุด ตรงนั้น รูปแบบของการทำงานผิดเพี้ยนไปตามโพรโตคอล (Protocol) ที่ กสม. ควรจะไป ศึกษาดูว่าโพรโตคอล (Protocol) เรื่องนี้มีรูปแบบอย่างไรที่ชัดเจน
๓. เจตนาพิเศษที่มีเหตุจูงใจเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้หนึ่งผู้ใด ไม่ต้องบอก นะครับว่าคือผู้ใด การกระทำของบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ผมสันนิษฐาน ไว้อย่างนี้ครับ ในเอกสารที่ กสม. ต้องศึกษา ไปดูร่างประกาศที่ยกฐานะจาก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เป็น พ.ร.บ. ร้ายแรง เมื่อวันที่ ๑๕ ใช้ตีหนึ่ง ประกาศตอนตีสี่ เขียนเมื่อไร เขียนบนดราฟต์ (Draft) ของเครื่องเจ้าหน้าที่คนที่พิมพ์ที่อยู่ที่กองราชกิจจานุเบกษา พิมพ์ในเอกสารนั้นเมื่อไร ถ้าก่อนเวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกา นั่นหมายความว่าอะไร มันเป็นคำตอบ เพราะว่าเหตุการณ์ ดังกล่าวนี้มันมีรูปแบบที่จะเกิดขึ้นก่อนในเวลา ๑๔.๐๐-๑๖.๐๐ นาฬิกา ที่อนุสาวรีย์ ประชาธิปไตย แต่มันไม่เกิดที่นั่น มันถูกไปเกิดอีกที่หนึ่งเพราะมีการบิดและเลื่อนของเวลา จึงพยายามจะให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นเพื่อประกาศ ท่านครับ เพื่อใช้โอกาสนี้ประกาศ จะมี เวิร์ดดิง (Wording) ๑ เวิร์ดดิง (Wording) อยู่ในนั้น ถึงยกระดับประกาศจากความฉุกเฉิน ธรรมดาเป็นร้ายแรงเพื่อใช้อำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการฉุกเฉิน ๒๕๔๘ มาตรา ๑๗ กสม. ต้องไปศึกษาดูนะครับแล้วมาฟังผมพูดถ้าญัตตินี้ได้เข้าสภา ผมมี พยานหลักฐานเป็นมิติ ๆ เลยครับ พยานบุคคล เอาจากที่ไหนครับ ในที่เกิดเหตุแน่นอน พยานเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับกล้อง มีไลฟ์ (Live) สด มีวงจรปิด มีไทม์ไลน์ (Timeline) ของเครื่องมือ แม้กระทั้งพยานเอกสารที่เกี่ยวข้องอะไรครับ การประชุมก่อนมีเหตุการณ์นี้ ๑ เดือน จะต้องมีเจ้าหน้าที่หน่วยที่รับผิดชอบมาประชุมครับท่านประธาน และจะต้องมีการ สื่อสารทางวิทยุว่าใครสั่งวิทยุ สั่งอย่างไร จนกระทั่งมีการติดต่อสื่อสาร ทั้งระบบมันจะเห็น และโพรโตคอล (Protocol) ดังกล่าวนั้นผิดเพี้ยน ไม่ถูกต้องตามแบบฉบับที่เป็นรากเหง้า ของเดิม กสม. ครับ เชิญมาฟังผมได้ที่นี่ครับ ท่านรายงานผิดครับ ขอบคุณครับท่านประธาน ครับ