สงวน พงษ์มณี ตั้งข้อสังเกตการใช้งบประมาณของรัฐที่ไม่ตอบโจทย์ปัญหาจริง โดยเฉพาะในประเด็นเรือนจำล้น พร้อมท้วงติงการใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมและการซ้อมทรมานในสถานที่ราชการ เรียกร้องให้ทบทวนวิธีคิดการบริหารราชการเพื่อความเป็นธรรมและเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ รวมถึงเน้นบทบาทของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการกำกับสังคม พร้อมตั้งคำถามต่อการละเมิดสิทธิ การใช้กฎหมายจำกัดสิทธิเกษตรกร และความขัดแย้งของอำนาจองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่นำไปสู่ความล้มเหลวของรัฐ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ท่านครับ เนื่องจากท่านเป็นคณะกรรมการชุดใหม่ ผมก็จะไม่ได้พูดในหนังสือเล่มนี้นัก ผมเองเป็นคนร่างรัฐธรรมนูญในปี ๒๕๔๐ แล้วองค์กรนี้ ก็เกิดมาจากรัฐธรรมนูญฉบับนั้น ตอนนั้นเลขายกร่างท่านเขียนไว้ชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มาตรา ๔ เป็นมาตราที่ใหม่ พูดถึงเรื่องความเป็นมนุษย์ของคนในสังคมว่า เท่าเทียมกัน ท่านครับ ผมจะพูดต่อไปนี้เวลามันสั้น ผมอยากจะพูดเรื่องอะไรบ้าง ผมก็ จะบอกท่านว่าพบเห็นปัญหานี้ท่านคิดอย่างไร ผมกำลังจะตรวจสอบว่าวิธีคิดของผมกับวิธีคิด ของพวกท่านมันต่างกันอย่างไร ทำไมเราต้องมาตรวจสอบวิธีคิดกัน ก็เนื่องจากว่าวิธีคิด มันจะกำหนดวิธีทำงานของท่านเอง ท่านครับ รัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชนเขาเรียกว่า ฉบับที่เรียกว่ารัฐของพลเมือง มาวันนี้ภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่เป็นรัฐราชการของใคร ของเสนาบดี เข้มแข็ง ตรวจสอบยาก ผมอยากจะเห็นว่าท่านมองการใช้งบประมาณ ของรัฐบาลไม่ตอบสนองกับปัญหาที่ท่านกำลังดูแลอยู่อย่างไร ท่านควรจะมีความคิดเห็น เรื่องนี้ไหมต่อสาธารณะ ผมยกตัวอย่างเรื่องที่ ๑ คือเรื่องเรือนจำครับท่านประธาน เรือนจำ สามารถบรรจุคนขังไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ คน แต่มีคนถึง ๓๗๐,๐๐๐ คน รัฐมีเงินมหาศาลทุกปี หลายแสนล้านบาท แต่ไม่เคยคิด ศาลตัดสินให้เขาถูกจำกัดสิทธิ ไม่ได้ตัดสิทธิให้เขาสูญเสียความเป็นมนุษย์นะครับ จุดนี้ ผมอยากให้ท่านลองมาคิดดูว่าท่านมองการใช้เงินงบประมาณของรัฐอย่างไร ไม่เคยตั้ง การเงินอีก เรื่องอาหารการกินอีก มันไม่ใช่ที่จะให้กับคนกิน เขายังมีความเป็นมนุษย์อยู่ หากศาลตัดสินว่าเขาต้องสูญสิ้นความเป็นมนุษย์เขาจะตัดสินประหารชีวิตครับ อันนี้เป็นเรื่อง ที่ ๑ ที่ผมอยากถาม
เรื่องต่อมาคือเรื่องการอุ้มหาย การซ้อมทรมาน มันหนักถึงขั้นว่าซ้อมทรมาน บนโรงพัก บนสถานที่ราชการ มันมากเกินไปแล้ว พวกท่านคิดอย่างไร ท่านมาใหม่ เรื่องเหล่านี้วิธีคิดของท่านคิดอย่างไร จะนำเสนออย่างไรให้เกิดการกำกับดูแลจากรัฐ จากประชาชน ท่านครับ เรื่องต่อไป การจัดการกับผู้ชุมนุมในคืนวันที่ ๑๑ ท่านดูบ้างไหม ขอความกรุณาท่านไปดูหน่อย แบบนั้นมันใช่หรือครับ แบบนั้นมันใช่หรือ ถ้าท่านบอกว่าใช่ ไม่ควรแตะต้อง และมันจะมีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทำไมท่านครับ มันลุกลาม ใหญ่โตไปแล้วครับท่านครับ
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะพูด ผมพูดที่อยากพูดก่อน แต่จะพูดได้มากน้อย แค่ไหนก็อยู่ที่เวลาที่ท่านให้ การมองพลังการผลิตของเกษตรกร ท่านคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติครับ การมองพลังการผลิตของเกษตรกรท่านมองอย่างไร กฎหมายไทยมองเกษตรกรต้องยากจน กฎหมายประเภทนี้ท่านควรจะอ่านดูแล้วไปเสนอเขา ว่าอย่างนั้น วันนี้เกษตรกรที่ได้ที่ดินมาในโครงการของรัฐ วันหนึ่งเขาสะสมทุนได้ดี เขาเป็น คนมีวินัย เขามีเงินมีทองซื้อรถซื้อลามาใช้ เขากลายเป็นบอกว่าคนประเภทอย่างนี้ไม่ควร ที่จะได้สิทธินั้นอีก เห็นไหมครับ นั่นหมายความว่าเรากำลังจะใช้กระบวนการผลิต พลังการผลิตของเกษตรกรไปเพื่อว่าคุณจะต้องเป็นคนจนเท่านั้น อันนี้ผมดูว่าองค์กรอื่น จะมองเห็น ผมไม่ได้ถามท่านว่าท่านจะตอบอย่างไร แต่ผมถามว่าท่านมีวิธีคิดอย่างไรกับ เรื่องสิทธิ เรื่องหน้าที่ เรื่องเสรีภาพและเรื่องวินัย เมื่อท่านเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ การละเมิดสิทธิเป็นความเลวร้าย การรอนสิทธิยังพอทนได้ แต่การละเมิดสิทธิ ละเมิดอย่างไรถึงละเมิดไม่ได้ ละเมิดสาระสำคัญแห่งสิทธิ รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ เขียนไว้ ในมาตรา ๒๙ คุณจะรอนสิทธิได้นะ คุณจะตัดสิทธิได้นะ แต่ต้องไม่ละเมิดสาระสำคัญ แห่งสิทธิ วันนี้สภาแห่งนี้อ้างมาตราเหล่านั้นแล้วออกตัดสิทธิ ละเมิดสิทธิ อย่างสบายใจ ถ้ากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มีแนวคิดวิธีคิดนำเสนอต่อรัฐบาล ต่อนิติบัญญัติ มันก็ จะได้ระมัดระวังครับท่านประธานครับ ท่านครับ การซ้อมทรมาน การเผานั่งยาง รู้มาได้ยินมาก็ ตรงหายไม่พบศพ เห็นแล้วเห็นแต่กองกระดูก เห็นแต่กองยาง อยู่นอกสำนักงาน วันนี้มันทำ ในสำนักงาน จะจบแค่คนทำผิดแค่นั้นหรือ ท่านครับ เมื่อเราพูดถึงสิทธิเราต้องพูดถึงหน้าที่ สิทธิของผม ผมก็มีหน้าที่จะไม่ไปละเมิดสิทธิคนอื่น ถ้าเราพูดถึงเสรีภาพ ต้องดูว่าผมใช้ เสรีภาพอย่างมีวินัยไหม แล้วมันจึงจะเสมอภาค วันนี้เราพูดสิทธิคู่กับเสรีภาพ สิทธิและ เสรีภาพ ผมกำลังจะบอกว่าท่านว่าวิธีคิดหรือปรัชญาในเรื่องเหล่านี้มันเป็นศาสตร์และศิลป์ ของการกำกับสังคม องค์กรของท่านไม่ใช่องค์กรลงโทษ องค์กรของท่านคือองค์กรเตือนสติ ประณาม เดินไปดูให้เขาเกรงใจ ผมกำลังจะบอกอะไรกับสังคมไทยครับ วันนี้สังคมนี้มันกำลังกลายเป็นรัฐที่ล้มเหลว ล้มเหลว ตรงไหนครับ ตรงที่เขตองค์กรตามรัฐธรรมนูญต่าง ๆ เขตอำนาจมันล้ำกันไปล้ำกันมา ท่านประธานครับ ผมจะจบการพูดลงที่เรื่องนี้ ในปี ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญมาตราสุดท้าย เขียนว่าถ้าไปถึง ๕ ปีแล้ว เราร่างรัฐธรรมนูญ เราทายกันว่าเขตอำนาจขององค์กรต่าง ๆ ที่เราสร้างขึ้นโดยรัฐธรรมนูญ ปี ๒๖๔๐ มันจะทำให้เกิดปัญหาแน่นอน แล้วก็บอกว่ามีองค์กร ไหนบ้างถึง ๕ ปีแล้วต้องเสนอแก้กฎหมาย องค์กรเหล่านั้นไม่เพียงแต่จะไม่เสนอ ยังร่วมกัน โค่นล้มรัฐธรรมนูญฉบับนั้นด้วย วันนี้ทุกอย่างที่มันเกิดขึ้นมาแล้วมันเป็นสถานการณ์ที่เรา มองเห็นมันถึงเวลาที่จะต้องตรวจสอบวิธีคิดของคนที่ถูกเลือกมากำกับตรงนี้ ท่านเอง เป็นเพียงองค์กรเดียวที่ผมชื่นชมและแอบมองอยู่ตลอดเวลา เพราะว่าท่านเป็นองค์กรที่ควร จะเสนอแนะ ควรจะกำกับ ควรจะมีกระบวนการที่บอกสังคมว่าอย่างนี้ไม่ใช่นะ คุณเลย เขตแดนนี้ไปแล้วนะ ผมอยากให้เห็นเพียงเท่านี้ครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ