สุพิศาล ภักดีนฤนาถ อภิปรายรายงานการปฏิบัติงานของ กสม. ประจำปี 2563 โดยตั้งคำถามถึงการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 247 และมาตรา 141 พร้อมขอคำชี้แจงเกี่ยวกับการดำเนินงานภายหลังรัฐบาลรับทราบรายงาน การจัดสรรงบประมาณที่ไม่เพียงพอ และประสิทธิผลของแผนงานที่ต่ำกว่าเป้าหมาย เน้นย้ำความจำเป็นในการชี้แจงแนวทางการทำงานร่วมกับรัฐ ความร่วมมือกับภาคีระหว่างประเทศ และการพัฒนาองค์กรอย่างเป็นระบบภายใต้แนวคิดองค์กรแห่งการเรียนรู้เพื่อยกระดับบทบาทและประสิทธิภาพของ กสม. ในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมมาขออภิปรายเรื่องรายงานการปฏิบัติงานของ กสม. ประจำปี ๒๕๖๓ เล่มนี้นะครับเล่มที่ ถืออยู่นี้ครับท่านประธาน ผมเริ่มขึ้นอย่างนี้ครับท่านประธาน ผมจะเข้าไปในบทที่ ๔ บทที่ ๔ คือการวิเคราะห์ประเมินผลของการปฏิบัติงานตามกรอบแนวทางการประเมินผล ภาคราชการ เล่มนี้นะครับ ในเนื้อหานี้เป็นเรื่องของการวิเคราะห์ เพราะว่า กสม. ได้จัดทำ คำรับรอง คำรับรองการปฏิบัติและกำหนดตัวชี้วัดหรือเคพีไอ (KPI) และผลสัมฤทธิ์ในเชิง ปริมาณ เชิงคุณภาพและเชิงเวลา แล้วก็การสร้างความครอบคลุมสถานที่คือเพลส (Place) ไว้ในนี้ แต่ผมจะพูดใน ๒ มิติ ในมิติที่เกี่ยวข้องสำคัญคือมิติภาค ที่เกี่ยวข้องกับมิติภายนอก ๒ ประเด็นนั้นก็คงจะข้ามไปครับ แต่ผมจะเข้ามามิติภายใน ท่านประธานครับ มิติภายใน อันแรกเลย ใน ๒.๑ แล้วก็ ๒.๒ ซึ่งเป็นมิติภายในที่พูดถึงเรื่องการประเมินประสิทธิภาพ และเรื่องของการพัฒนาองค์กร ผมถามเป็นคำถามแรกเลยครับ ท่านประธานครับ ท่าน กสม. ครับ ท่านครับ ขอทราบผลการใช้อำนาจที่ท่านมีอยู่ในมาตรา ๒๔๗ วรรคสอง เขาบอกว่ามันเป็นหน้าที่ของท่านในวรรคหนึ่ง แต่วรรคสองว่า เมื่อคณะรัฐมนตรีรับทราบ รายงานข้อเสนอแนะนี้ ตอนท้ายนะครับ แล้วได้ดำเนินการแก้ไขโดยเร็วอย่างไรหรือไม่ เดี๋ยวช่วยชี้แจงหน่อยครับ เพราะท่านเขียนไว้ในรายงานในหน้า ๑๖๔ คณะรัฐมนตรี ควรพิจารณาสนับสนุนทรัพยากร บลา บลา บลา (Blah Blah Blah) ผมไม่พูดนะครับ ๔ บรรทัดที่ปรากฏอยู่ตรงนี้ แล้วท่านมีอำนาจที่ได้จากรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๔๑ วรรคสอง มาตรา ๑๔๑ วรรคสอง เป็นเรื่องของการใช้งบประมาณที่ไม่พอเพียง มาตรา ๑๔๑ วรรคสอง บอกเลยว่าท่านสามารถของบประมาณที่ไม่พอเพียงได้ เป็นหน้าที่ที่รัฐสภาจะต้องจัดให้ ในอำนาจนี้ท่านเคยขอกับสภาแห่งนี้ต่อกรรมาธิการงบประมาณหรือไม่เมื่อปีที่ผ่านมา นี่เป็น คำถามที่ ๑ ครับ
ต่อไปในเรื่องของมิติในเรื่องการประเมินประสิทธิภาพซึ่งปรากฏอยู่ในเอกสาร ไม่ว่าเรื่องของร้อยละที่ท่านได้ในโครงการและกิจกรรม ซึ่งท่านตั้งค่าเป้าหมายไว้ ๙๐ คืออันดับ ๕ แต่ท่านได้ ๘๐.๓๙ ในแผนงานประจำปีที่ทำเสร็จแล้วไปแล้ว ช่วยชี้แจงด้วยว่า ผลสัมฤทธิ์หรือร้อยละความสำเร็จที่มันหายไป ในระดับ ๕ ที่ไม่ถึง ได้ ๘๐.๓๙ ที่เหลือคือ อะไร เพราะว่าท่านได้ลงรายละเอียดเรื่องของการเน้นวิธีการ เมตทอต (Method) แล้วก็ เรื่องของการคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากรคือรีซอร์ซ (Resource) เป็นหัวใจสำคัญ
ถัดไปครับท่านประธาน ในหนังสือเล่มนี้จะมีเรื่องที่พูดเกี่ยวกับเรื่องของ สาเหตุที่ท่านให้ไว้ว่าเกิดจากโควิด (COVID) เกิดจากการปรับรูปแบบรายได้ที่เกิดขึ้นจาก มาตรฐานของสาธารณสุขที่กำหนดจากเรื่องโควิด (COVID) อะไรคือปัญหา ช่วยอธิบายด้วย นะครับว่าอะไรคือปัญหา และท่านได้ปรับภายใต้พื้นฐานรูปแบบอะไรในการทำงานเมื่อเกิด โควิด (COVID) ช่วยอธิบายด้วยว่าที่ท่านเขียนไว้เรื่องของความร่วมมือในประเด็นเรื่องความ ร่วมมือกับพันธมิตร ที่ท่านบอกว่ายังด้อย ยังไม่สามารถดำเนินการได้ชัดเจน คือพันธมิตร ในเวทีระหว่างประเทศ ใช่หรือไม่ว่าท่านยังติดหนี้เรื่องการซ้อมทรมานและบุคคลสูญหาย ในประเทศไทยอยู่ รัฐเองไม่เอาใจใส่เรื่องนี้ท่านถึงไม่สามารถทำให้รัฐแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ได้ จนกระทั่งมีกฎหมายเข้าสภาเมื่อวานนี้ นี่คือประเด็นครับ ใช่หรือไม่ ช่วยตอบด้วยนะครับว่า ท่านไม่สามารถทำให้รัฐบาลเป็นสาเหตุ ช่วยตอบนะครับ ถัดไปครับ ในเรื่องการประชุม ท่านไม่สามารถจัดได้แน่ ท่านใช้เวิร์ก ฟรอม โฮม (Work From Home) หรือการประชุม ทางซูม (Zoom) ทางออนไลน์ (Online) เพื่อสนับสนุน ถามว่าจริง ๆ แล้วรัฐบาลจริงใจ กับท่านที่จะร่วมมือซึ่งเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชน จริงหรือเปล่าครับ จากการตรากฎหมายที่กว่าจะเลื่อนลำดับขึ้นมาได้ การขับเคลื่อน ที่ชัดเจน ต้องรอให้ม็อบ (Mob) ที่เรียกว่าเป็นม็อบ (Mob) เยาวชน ซึ่งจะมีอยู่ในวาระถัดไป การประเมินสถานการณ์ เดี๋ยวผมมีซีรีส์ (Series) ต่อไปครับ ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบเนื้อหา ระเบียบและประกาศคำสั่งของท่าน ของ กสม. เอง จัดลำดับความสำคัญอย่างไร ที่ท่านมีประกาศออกไปในราชกิจจานุเบกษาที่ประกาศไปแล้ว ช่วยชี้แจงด้วยครับว่าท่านให้ความลำดับความสำคัญอะไรในประกาศที่ท่านใช้อำนาจ คำถาม อีกคำถามหนึ่งครับท่านประธานครับ อะไรคือแนวปฏิบัติร่วมขององค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญที่ท่านอ้าง นั่นคือคำถามนะครับ ในประเด็นของการพัฒนาองค์กรครับ ท่านประธาน กสม. ใช้กลยุทธ์ที่เรียกว่าองค์กรแห่งการเรียนรู้ คือเลิร์นนิง ออร์แกไนเซชัน (Learning Organization) ภายใต้ยุทธศาสตร์ของ กสม. ๒๕๖๐ ถึง ๒๕๖๕ กราบเรียน ท่านประธานครับ ผมจบปริญญาเอกด้วยแอลโอ (LO) ของเซงเก้ (Senge) เซงเก้ (Senge) มีวินัย ๕ ประการครับท่านประธานที่ใช้ในการขับเคลื่อนองค์กร ปีเตอร์ เซงเก้ เป็นศาสตราจารย์เกี่ยวกับเรื่องของการพัฒนา แล้วการจัดการที่สำคัญคือเรื่องของการทำให้ องค์กรนี้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ไม่ว่าจะใช้ในวินัย ๕ ประการ ที่เราเรียกว่า ขอประทานโทษที่ใช้ภาษาอังกฤษครับ เพอร์ซันนอล แมสทรี่ (Personal Mastery) อันที่ ๒ คือเมนทอลโมเดลส์ (Mental Models) อันที่ ๓ คือแชร์วิชัน (Shared Vision) อันที่ ๔ คือทีมเลิร์นนิง (Team Learning) อันที่ ๕ คือซิสเตมทิงกิง (System Thinking) สำคัญ ที่สุดครับที่ท่านใช้ที่เห็นอยู่ในภาคของท่านคือเรื่องการระดมระบบความคิดคนภายในองค์กร นั่นคือสิ่งที่ท่านณัฐวุฒิถามไปในคำถามที่แล้วว่าคนภายในองค์กรมีกระบวนการ ในความสัมพันธ์ของคุณในองค์กรนั้นอย่างไรในแนวความคิดเรื่องของสิทธิมนุษยชนกับ รัฐบาลที่ปกครองอยู่ขณะนี้ เพราะว่าความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งที่เกิดขึ้นที่เห็นจะต้อง ผสมผสานและเห็นเป็นขั้นเป็นตอน ในประเด็นนี้ของเซงเก้สุดท้ายนี้คือต้องเห็นภาพรวม ให้ได้ ถ้าท่านยังเห็นภาพรวมไม่ได้อย่างเป็นมิติ ๆ นะครับ สมาชิกทุกคนรู้จักหน้าที่ รู้จัก เป้าหมายหรือไม่ นิดเดียวครับท่านประธาน รู้จักองค์กรอยู่ที่ใด กระทำการแบบเดิม ๆ ไม่ได้ แล้วครับ ต้องแก้ปัญหาที่แท้จริงที่เป็นต้นเหตุ ต้องยึดติดกับเหตุการณ์ที่แท้จริง อย่าเข้าใจผิด ว่าการเรียนรู้มาจากประสบการณ์เท่านั้น ขาดความเข้าใจในความแตกต่าง อดีตและปัจจุบัน สรุปครับ ต้องแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ มีการทดลองปฏิบัติอย่างชัดเจน มีการเรียนรู้ในอดีต และจากผู้อื่นอย่างชัดเจน และสุดท้ายมีการถ่ายทอดความรู้ครับท่านประธาน นี่คือบทสรุป ของการประเมินในเนื้องานวันนี้ครับ ขอบคุณครับ