กองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ หารือเรื่องการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการจัดตั้งศูนย์ประสานงานและให้ประชาชนเข้าถึงสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้โดยง่าย และหารือเรื่องการกำหนดเขตห้ามล่าสัตว์ป่าในจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งจะทำให้ประชาชนที่ทำมาหากินและลงทุนในพื้นที่นั้นได้รับความเดือดร้อน และเรียกร้องให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมาตรการหรือการช่วยเหลือให้กับประชาชนเหล่านี้
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐครับ วันนี้ กระผมได้อ่านรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๓ และตามที่ทางคณะกรรมการได้นำเสนอชี้แจงต่อที่ประชุมสภาแห่งนี้ กระผมได้ดูแล้ว ผมคิดว่าการปฏิบัติภารกิจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในปี ๒๕๖๓ นั้น ก็ได้ ดำเนินการไปตามกรอบเงื่อนไขภารกิจของหน่วยงาน แต่ว่าก็อาจจะมีบางส่วนที่ผมจะ ขออนุญาตเพิ่มเติมหรือแนะนำในการปฏิบัติภารกิจในโอกาสของปีต่อ ๆ ไปนะครับ อย่างกรณีปัญหา อุปสรรค ข้อเสนอแนะในการดำเนินงาน ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๓ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ นั้น กระผมเห็นว่าสิ่งที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ดำเนินการไปแล้ว ในหน้า ๒๐ เรื่องของการจัดตั้งศูนย์ประสานงาน ก็เห็นว่าในส่วนนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะได้ให้หน่วยงานในพื้นที่ให้พี่น้องประชาชนสามารถได้เข้าถึง สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้โดยง่าย โดยอาจจะให้มีการจัดตั้ง สำนักงานที่รับเรื่องหรือว่าศูนย์ประสานงานต่าง ๆ ในภูมิภาคให้มากขึ้น เช่น ตามสถานที่ ราชการ ตามหน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นในระดับจังหวัด ระดับอำเภอ หรือในส่วนของ ท้องถิ่น อันนี้ก็เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนสามารถเข้าถึงหน่วยงานของสำนักงาน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้โดยง่าย แล้วก็ผลการปฏิบัติตามหน้า ๕๕ การเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศ ก็มีการติดตาม สถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทยเป็น ๔ ประเด็นนะครับ
ประเด็นที่ ๑ ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง การเข้าถึง ความยุติธรรมของพี่น้องประชาชน การกระทำการทรมาน การบังคับให้บุคคลสูญหาย อันนี้ ทางรัฐสภาก็ได้มีการรับกฎหมาย ซึ่งได้มีร่างกฎหมายเมื่อเช้าวันนี้ ก็ได้พิจารณาดำเนินการ ไปแล้ว แล้วก็การใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ก็อย่างที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายไป เมื่อสักครู่นะครับ ด้านสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม สิทธิในการทำงาน ความคุ้มครองสังคม สิทธิในทางการศึกษา แล้วก็เรื่องสำคัญก็คือสิทธิมนุษยชนที่อยู่ในความห่วงใย ได้แก่ สิทธิชุมชนในการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อันนี้ก็จะพูดถึงสถานการณ์ในจังหวัดภาคใต้ ผมอยากจะนำเรียนถึงปัญหาของสิทธิมนุษยชนในระดับพื้นที่ของจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะเรื่องของปัญหาการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ขออนุญาตใช้สไลด์ (Slide) นะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
มันจะมีรูปภาพ เรื่องของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหรือว่าพื้นที่ป่าไม้ อันนี้ก็เป็นสิทธิในเรื่องของการทำกิน การเข้าถึงสิทธิในการที่จะใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ในจังหวัดนครศรีธรรมราชโดยเฉพาะ ในจังหวัดในเขตเลือกตั้งที่ ๓ ก็จะมีเรื่องสำคัญก็คือเรื่องของการกำหนดเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ได้กำหนดเรื่องของพื้นที่ทะเลน้อย จังหวัด พัทลุง แต่ว่าในการจัดพื้นที่ก็มีการขยายเขตห้ามล่าออกเป็น ๓ ระยะ จากจังหวัดพัทลุงก็ได้ ขยายเข้ามาสู่จังหวัดนครศรีธรรมราช แล้วก็ในการที่ขยายเข้ามาในพื้นที่จังหวัด นครศรีธรรมราชก็จะทำให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนจากการ ที่ไม่สามารถที่จะใช้ เข้าครอบครอง หรือทำประโยชน์ในที่อยู่อาศัย ในที่ทำกินที่เขาเคย ทำอยู่นะครับ โดยเฉพาะที่จังหวัดนครศรีธรรมราชในอำเภอชะอวดก็จะมีพี่น้องที่ไปทำมา หากินปลูกปาล์ม ก็จะมีพื้นที่ที่ทำมาหากินปลูกปาล์มแล้วก็ทำเป็นที่อยู่อาศัย ตอนนี้ ก็ถูกทางราชการต้องโดนเรื่องของการบังคับกฎหมาย ทำให้ได้รับความเดือดร้อน คนที่ทำมา หากินลงทุนตั้งแต่เริ่มการเตรียมดิน การปลูกสวนปาล์มทำอะไรต่าง ๆ เพื่อจะเลี้ยงครอบครัว ก็ปรากฏว่าในขณะนี้โดนบังคับใช้กฎหมายทำให้ได้รับความเดือดร้อน นี่ครับอย่างที่ ท่านประธานเห็นในสไลด์ (Slide) นี้ก็จะเป็นพื้นที่ที่เป็นที่อยู่อาศัย ที่ทำมาหากิน แต่ว่า ในที่เหล่านี้บางรายก็ถูกดำเนินคดี ต้นปาล์มที่ปลูกแล้วได้ผลแล้วไม่สามารถจะเก็บเกี่ยว ผลผลิตได้ พื้นที่เหล่านี้จะไม่มีเอกสารแล้วก็ถูกบังคับใช้กฎหมาย ไม่สามารถที่จะไปใช้ ประโยชน์ได้ สิ่งนี้ราชการจะต้องไปต่อสู้กับพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนก็ต้องมาต่อสู้กับ รัฐ ผมคิดว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเราจะมีมาตรการหรือเรื่องอะไรที่จะเข้าไป ติดตามและให้ความช่วยเหลือพี่น้องเหล่านี้ ก็เป็นบทบาทของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติครับ ผมขอฝากไว้ในการดำเนินงานต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ