ณัฐวุฒิ ตั้งคำถามบทบาท กสม. ปมรับเรื่องร้องเรียนต่ำ-จ้างงานไม่เท่าเทียม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑๖ กันยายน ๒๕๖๔

ณัฐวุฒิ บัวประทุม ตั้งข้อสังเกตถึงประสิทธิภาพและความโปร่งใสของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยตั้งคำถามถึงตัวเลขการรับเรื่องร้องเรียนที่ต่ำ การสื่อสารสิทธิของประชาชน และความเสมอภาคในการจ้างงาน พร้อมท้าทายบทบาทในการออกแถลงการณ์ยุติเหตุการณ์ชุมนุมปี 2563 ที่อาจสะท้อนการเข้าข้างรัฐบาลมากกว่าการคุ้มครองสิทธิอย่างเป็นกลาง

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัด อ่างทองครับ ผมขอมีส่วนในการอภิปรายต่อรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ อยู่ทั้งหมด ๕ ประเด็นใหญ่ ๆ ด้วยกัน แต่แน่นอนครับท่านประธาน รายงานฉบับนี้เข้ามาตั้งแต่ต้นสมัยประชุม ตอนนั้นผม เตรียมความพร้อมที่จะอภิปรายมากกว่านี้ ฉะนั้นการเว้นเวลาที่ผ่านไปก็อาจจะทำให้เอกสาร การจดประเด็นต่าง ๆ ของผมนั้นได้เปลี่ยนไปหรือสูญหายไปบ้าง ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายเป็น อย่างยิ่ง แต่อย่างไรก็ตามครับทั้งหมด ๕ ประการด้วยกัน ผมขออนุญาตเริ่มประการที่ ๑ ครับท่านประธาน ในรายงานของ กสม. ปี ๒๕๖๓ พูดถึงจำนวนรับเรื่องร้องเรียนทั้งสิ้น ๔๖๕ กรณี ถ้าเราดูตัวเลขแบบนี้แต่ไม่ลงรายละเอียดว่าจริง ๆ แล้วท่านทำงานเท่าไร ก็ดูเป็น ตัวเลขที่ดี แต่ผมอยากจะแยกจำนวนสุดท้ายก่อนนะครับ จำนวนสุดท้ายที่ใช้คำว่ารับไว้ ตรวจสอบนั้นมีเพียงแค่ ๙๔ กรณี หรือคิดเป็น ๒๐.๒๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น นั่นหมายถึงว่า ท่านมีกรณีที่ไม่รับ ๑๘๕ กรณี ซึ่งคิดเป็น ๓๙.๗๘ เปอร์เซ็นต์ มีกรณีที่รับ แต่มี การประสานงานถึง ๑๗๒ กรณี ซึ่งคิดเป็น ๓๖.๙๘ เปอร์เซ็นต์ มีประเด็นที่รับไว้แต่แค่ดำเนินการศึกษาอยู่ ๗ กรณี คิดเป็น ๑.๕๐ เปอร์เซ็นต์ มีกรณีที่รับไว้ แล้วบอกว่าจะมีการช่วยเหลืออื่น ๆ ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่าเป็นการช่วยเหลือใด ๆ อีก ๗ กรณี หรือ ๑.๕๐ เปอร์เซ็นต์ ผมบวกลบคูณหารตัวเลขทั้งหมดนะครับ เท่ากับว่าใน ๔๖๕ กรณีนั้น ท่านมีถึง ๗๙.๗๖ เปอร์เซ็นต์ที่ท่านไม่ได้รับไว้ตรวจสอบ ท่านขยายความลงรายละเอียด บอกกับพวกเราอย่างชัดเจนตรงไปตรงมาได้หรือไม่ครับ มัน ๒ มุมเลยนะครับ มุมหนึ่งก็คือ ว่าตกลงแล้วพี่น้องประชาชนรู้สิทธิของตนเองในการร้องเรียนต่อกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติหรือไม่ว่าสิทธิของเขามีข้อจำกัด มันมีตั้ง ๔๐๐-๕๐๐ กรณี แต่ท่านรับไว้แค่ ๒๐.๒๑ เปอร์เซ็นต์เอง ฉะนั้นพวกคุณไม่ต้องมาร้องเยอะหรอก อย่างไรฉันก็ไม่ทำ หรือมันชัดเจนแล้ว ว่าสิ่งเหล่านี้ไม่เข้าเงื่อนไขที่จะมีการรับดำเนินการจริง ๆ ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ แล้วขัดต่อเจตนารมณ์ที่ท่านพยายามจะบอกว่าผู้ใดที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนต้องร้องเรียน ต่อท่าน นั่นเป็นประการที่ ๑ ครับ

ประการที่ ๒ ท่านผู้ชี้แจง ท่านวสันต์ ภัยหลีกลี้ ยกกรณีศึกษาว่าสิ่งที่ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นว่าเป็นเคสสตัดดี (Case Study) ที่สำคัญ สภาเราเอง ก็ให้ความสำคัญนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรรมาธิการแรงงานของท่านประธานสุเทพ อู่อ้น ก็คือเคสสตัดดี (Case Study) กรณีการจ้างเหมาบริการ ท่านพูดเต็มปากเต็มคำ ภาษาอังกฤษเรียกว่าอีควอล เพย์ ฟอร์ อีควอล เวิร์ก (Equal Pay for Equal Work) ด้วยความเคารพครับ ท่านทราบไหมครับ ในรายละเอียดของรายงานฉบับนี้ในหน้าที่พูดถึง อัตราบุคลากรของท่านในหน้า ๑๓ บอกคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีเจ้าหน้าที่ ทั้งหมด ๒๗๖ คน เป็นข้าราชการ ๑๕๐ คน พนักงานราชการ ๕๘ คน ผู้ชำนาญการ เลขานุการ ๑๒ คน พนักงานจ้างเหมาบริการ ๕๖ คน ตกลงพนักงานจ้างเหมาบริการ ๕๖ คนนี้ได้รับสิทธิตามที่ท่านได้มีเคสสตัดดี (Case Study) ศึกษาออกมาว่าเขาเป็นกลุ่มที่ ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน เขาได้รับสิทธิเท่าเทียมกับเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ที่เป็นข้าราชการ พนักงานราชการ ผู้ชำนาญการ เลขานุการ ในสำนักงานของท่านเองหรือไม่ อีควอล เพย์ ฟอร์ อีควอล เวิร์ก (Equal Pay for Equal Work) ท่านทำตามที่ท่านได้ศึกษาออกมาเป็น รายงานหรือไม่ ด้วยความเคารพนะครับ คำว่า ท่าน คือท่านที่เป็น กสม. ตอนปี ๒๕๖๓ ซึ่งอาจจะไม่ใช่ท่านที่นั่งอยู่ในการชี้แจงในวันนี้ นั่นเป็นประการที่ ๒ ครับ

ประการที่ ๓ ครับท่านประธาน เพื่อนสมาชิกฝากกันมาเยอะเลยครับ ในปี ๒๕๖๓ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเข้าไปยุ่งเกี่ยว ผมใช้คำนี้นะครับ ในการ ออกแถลงการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมของน้อง ๆ นิสิต นักเรียน นักศึกษา อย่างน้อยที่สุด มีการออกแถลงการณ์ที่อยู่ในมือผม ๖ ฉบับด้วยกัน ฉบับที่มีปัญหาอย่างยิ่งก็คือฉบับที่ลง วันที่ ๒๐ สิงหาคม ปี ๒๕๖๓ บัดนี้ กสม. มีข้อเสนอดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ วรรคสอง การใช้ เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมที่จะได้รับการคุ้มครองดังกล่าวจะต้องไม่เป็น การพูดแสดงท่าทางหรือกระทำด้วยวิธีการอื่นที่ก้าวร้าว ดูหมิ่น เหยียดหยามหรือจาบจ้วง การอภิปรายของผมเข้าข่ายก้าวร้าวไหมครับ การอภิปรายของผมเข้าข่ายเป็นการกระทำ อื่น ๆ ที่แสดงท่าทางดูหมิ่นเหยียดหยามหรือจาบจ้วงท่านไหมครับ ที่เพื่อนสมาชิกเขาถาม กันมาเขาบอกว่ารายงานแถลงการณ์ฉบับนี้ใครใน กสม. เป็นคนเขียน ด้วยความเคารพ ท่านอาจจะไม่ทราบ ในการชุมนุมของน้อง ๆ การชุมนุมปี ๒๕๖๓ ที่มีเด็กและเยาวชนเข้าไป เกี่ยวข้อง ผมนี่ล่ะครับเป็นคนเขียนแถลงการณ์ให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในยุคนั้นในฐานะที่เป็นอนุกรรมการด้านเด็กและเยาวชน ในหน้า ๒ ของแถลงการณ์ฉบับนี้ ข้อ ๓ ขอให้ผู้ชุมนุมแจ้งข้อร้องเรียนที่มีความชัดเจน มีเหตุผลที่อธิบายได้ ไม่เลื่อนลอย ไม่ผูกขาดความถูกต้องสมควรแต่ผู้เดียว อันนี้ท่านเป็นศาลซึ่งสูงกว่าศาลรัฐธรรมนูญนะครับ ท่านตัดสินคนได้ด้วยหรือครับว่าข้อร้องเรียนเขาชัดหรือไม่ชัด ไม่เลื่อนลอย ไม่ผูกขาด ความถูกต้องแต่ผู้เดียว ผมฟังท่านไป ๑๐ นาที ผมยังไม่ได้บอกเลยว่าสิ่งที่ท่านพูดนั้นถูก หรือ สิ่งที่ผมพูดออกมานี้ถูก เขาบอกว่าถ้า กสม. ชุดใหม่ ประธานคนใหม่ที่เป็นอดีต นักการทูต อดีตอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ อดีตเอ็นจีโอ (NGO) หลายคนที่มี บทบาทในสังคมช่วยออกแถลงการณ์ ถอนแถลงการณ์ฉบับวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๓ ได้ไหม นั่นเป็นประเด็นที่ ๓ และผมไม่อยากจะพูดถึงแถลงการณ์ฉบับอื่น ๆ นะครับที่ไปละเมิดสิทธิของผู้ชุมนุม แต่ดัน ออกโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในปี ๒๕๖๓ ผมมีเวลาไม่มากพอครับ ที่อยากจะลงรายละเอียดในบางประการที่เกี่ยวข้องกับในภาคใต้และเกี่ยวข้องกับประเด็น การศึกษาที่เกี่ยวข้องกับอายุครรภ์ในการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย แต่ผมตอบสุดท้าย แล้วกันครับท่านประธาน ผมเห็นด้วยข้อเดียวครับกับ กสม. ก็คือข้อที่ท่านบอกว่าไม่ควร ให้ท่านไปทำหน้าที่แก้ต่างแทนรัฐบาล รัฐบาลเขามีกรมประชาสัมพันธ์ครับ ที่ผมต้องพูด แบบนี้เพราะว่าคำชี้แจงของกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ ๔/๒๕๖๓ กรณีรายงาน ด้านสิทธิมนุษยชนประจำปี ๒๕๖๒ ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ถ้าให้เวลา ผมอีก ๑๐ นาทีผมจะชำแหละให้ดูว่ามันไม่ถูกต้องหรือละเมิดสิทธิอย่างไร แม้กระทั่งกรณี ของคนที่โดนกักตัวในสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ผมฝากท่านกลับไปถามท่านอาจารย์สุชาติ เศรษฐมาลินี ว่าข้อนี้ถ้าอาจารย์สุชาติเป็น กสม. ณ วันนั้น ซึ่งท่านเป็นในวันนี้ ท่านจะเขียน แบบนี้จริงหรือไม่ ฉะนั้นผมขอคำตอบจากรายงานปี ๒๕๖๓ ของกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติชุดเก่าจากกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดใหม่ ขอบคุณครับท่านประธานครับ