วสันต์ ภัยหลีกลี้ ชี้แจงความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในปีงบประมาณ 2563 ครอบคลุมการรับเรื่องร้องเรียน การประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน และการปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศ พร้อมเน้นการส่งเสริมความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน การจัดตั้งศูนย์ประสานงานทั่วประเทศ และการปรับปรุงสถานะ กสม. หลังถูกลดระดับ โดยเสนอให้พิจารณาจัดตั้งกลไกไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเพื่อเสริมประสิทธิภาพการคุ้มครองสิทธิ และเรียกร้องการรับรองความเป็นอิสระของคณะกรรมการตามหลักการปารีส
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ขอชี้แจงรายงานการปฏิบัติงานของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ตามยุทธศาสตร์ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งมุ่งส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนของ สังคมเกิดการเคารพในสิทธิมนุษยชน เน้นการดำเนินการที่ก่อให้เกิดการป้องกันและแก้ไข ปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ และการทำงานร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ โดย ครอบคลุมภารกิจหลักใน ๕ ด้านดังนี้
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ด้านที่ ๑ การตรวจสอบและรายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีกล่าวอ้างว่ามีการกระทำหรือละเลยการกระทำ อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนทั้งสิ้น ๔๖๕ เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับสิทธิ ในกระบวนการยุติธรรม และพื้นที่ที่มีการร้องเรียนสูงที่สุดคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในแง่ ของการตรวจสอบ กสม. ได้ตรวจสอบคำร้องและจัดทำรายงานผลการตรวจสอบรวมทั้งสิ้น ๓๘๗ เรื่อง พบว่ามีการกระทำหรือละเลยการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยมีข้อเสนอแนะและแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวน ๓๔ เรื่อง และไม่ปรากฏว่ามีการกระทำ หรือละเลยการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนจำนวน ๙๗ เรื่อง
ด้านที่ ๒ การจัดทำรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน ของประเทศ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ มีการจัดทำรายงานผลการประเมินสถานการณ์ ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๓ ระหว่างวันที่ ๑ มกราคม ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๓ นอกจากนี้ กสม. ยังได้จัดทำรายงานคู่ขนานตามพันธกรณีระหว่างประเทศอีกจำนวน ๒ ฉบับ
ด้านที่ ๓ การเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครอง สิทธิมนุษยชน กสม. ได้จัดทำข้อเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครอง สิทธิมนุษยชน รวมทั้งการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือคำสั่งให้สอดคล้อง กับหลักสิทธิมนุษยชน จำนวน ๖ ฉบับ อาทิเช่น ปัญหาพนักงานจ้างเหมาบริการ ในหน่วยงานของรัฐไม่ได้รับความเป็นธรรมในการปฏิบัติงาน การเข้าถึงระบบขนส่ง สาธารณะของคนพิการ
ด้านที่ ๔ การชี้แจงและรายงานข้อเท็จจริงที่ถูกต้องในกรณีที่มีการรายงาน เกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยโดยไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นธรรม ในปีงบประมาณ ๒๕๖๓ กสม. พิจารณาแล้วเห็นว่ามีรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชน ในประเทศไทยบางส่วนซึ่งไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นธรรม และได้ดำเนินการตรวจสอบและชี้แจง ข้อเท็จจริง รวมทั้งได้เผยแพร่ให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป จำนวนทั้งสิ้น ๕ เรื่องด้วยกัน
ด้านที่ ๕ การสร้างเสริมทุกภาคส่วนของสังคมให้ตระหนักถึงความสำคัญของ สิทธิมนุษยชน ได้มีการจัดทำหลักสูตรสิทธิมนุษยชนศึกษาในกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย มีการพัฒนาเครื่องมือเพื่อการสื่อสารและสร้างแหล่งเรียนรู้สิทธิมนุษยชน มีการเสริมสร้าง กระบวนการเรียนรู้ผ่านนวัตกรรมส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในหัวข้อ สิทธิมนุษยชนกับ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) หรือโควิด-๑๙ (COVID-19) มีการกระตุ้นและสร้างบุคคลต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน และ มีการสื่อสารสาธารณะเพื่อสร้างวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชน
นอกจากนี้ในปีงบประมาณ ๒๕๖๓ กสม. ได้สร้างสรรค์กิจกรมต่าง ๆ ผ่านความร่วมมือเพื่อส่งเสริมสิทธิมนุษยชนร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ ได้แก่ สถาบันการศึกษา ในภูมิภาค ได้มีการจัดตั้งศูนย์ศึกษาและประสานงานด้านสิทธิมนุษยชน จำนวน ๖ แห่ง ที่จังหวัดปัตตานี ขอนแก่น ชลบุรี สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ และเพชรบุรี ซึ่งตอนหลังได้มีการ ตั้งอีก ๖ แห่ง รวมเป็น ๑๒ แห่ง การตั้งศูนย์ศึกษาและประสานงานดังกล่าวเน้นการจัด กิจกรรมเพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน และการประสานงานให้ความ ช่วยเหลือ ให้การตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการร้องเรียน หรือการกล่าว อ้างว่ามีการกระทำที่ละเมิดหรือส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ยังมีงานด้านวิจัย เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนด้วยนะครับ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ในการส่งเสริมความร่วมมือด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ กสม. ร่วมมือ กับสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของประเทศต่าง ๆ ตามกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยมีทั้งระดับโลก ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แล้วก็มีความร่วมมือกับองค์กรสิทธิมนุษยชนอื่น ๆ เช่น สหประชาชาติ คณะกรรมาธิการ ระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน กสม. ยังได้จัดทำรายงานคู่ขนานเสนอต่อ คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญระหว่างประเทศที่ได้รับการจัดตั้งตามสนธิสัญญา จำนวน ๒ ฉบับ ได้แก่ รายงานคู่ขนานการปฏิบัติตามอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ ในทุกรูปแบบ และรายงานคู่ขนานตามอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติ หรือการ ลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี (ฉบับที่ ๒) รวมทั้งได้เร่งปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานเพื่อขอทบทวนสถานะในกรณีที่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ถูกปรับลดสถานะจากเอ (A) เป็นบี (B) ต่อเครือข่าย พันธมิตรระดับโลกว่าด้วยสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติหรือกานรี (GANHRI)
ด้านการบริหารจัดการและการพัฒนาองค์กรได้มีการดำเนินการ อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้สำนักงาน กสม. ได้รับการประเมินคะแนนคุณธรรมและความโปร่งใส หรือไอทีเอ (ITA) ซึ่งจัดโดยสำนักงาน ป.ป.ช. โดยได้ระดับเอ (A) คะแนนอยู่ที่ ๙๔.๐๖ คะแนน จาก ๑๐๐ คะแนน นอกจากนั้นก็ได้มีการจัดทำแนวปฏิบัติในการรับส่งเรื่อง ระหว่างองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญทั้ง ๕ องค์กร และเตรียมจัดตั้งสำนักงาน กสม. พื้นที่ ภาคใต้ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อที่จะให้ประชาชนในพื้นที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น
สำหรับปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะที่อยากจะขออนุญาตนำเรียนต่อ ท่านประธานและที่ประชุมก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับบทบาทอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้บัญญัติหน้าที่และอำนาจของ กสม. ในการชี้แจงและรายงานข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง โดยไม่ชักช้า ในกรณีที่มีการรายงานสถานการณ์เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย โดยไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นธรรม ซึ่ง กสม. ได้รับการตั้งข้อสังเกตและความห่วงกังวลจาก เครือข่ายองค์กรทั้งในระดับระหว่างประเทศและทั้งในประเทศ ว่าหน้าที่และอำนาจดังกล่าว อาจจะมีผลกระทบต่อความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของ กสม. ไม่สอดคล้องกับหน้าที่ และหลักความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตามหลักการ ปารีส แล้วก็ไม่มีประเทศไหนที่กำหนดบทบาทและอำนาจหน้าที่ของสถาบันสิทธิมนุษยชน เอาไว้
อีกประการหนึ่งเป็นเรื่องของข้อจำกัดด้านกฎหมายที่ทาง กสม. เห็นสมควร ดำเนินการไกล่เกลี่ยประนีประนอมข้อพิพาทในด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อที่จะเป็นการปกป้อง คุ้มครองสิทธิมนุษยชนให้กับผู้ที่ได้รับความเสียหายได้รวดเร็วขึ้น แต่ว่าบทบาทหน้าที่ ดังกล่าวนี้ไม่ได้เป็นการบัญญัติเอาไว้ในกฎหมาย ก็ขออนุญาตนำเรียนต่อท่านประธานและ ที่ประชุมเพื่อโปรดทราบแล้วก็พิจารณาครับ ขอบพระคุณครับ