วิโรจน์ ลักขณาอดิศร นำเสนอคลิปวิดีโอเพื่อแสดงปัญหาที่ประชาชนในพื้นที่บึงหนองบอนได้รับจากโครงการพัฒนา พร้อมหารือความกังวลต่อแผนการสร้างโรงบำบัดน้ำเสีย เรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงและพิจารณาย้ายโครงการไปที่อื่นเพื่อรักษาพื้นที่สีเขียวและคุณภาพชีวิตของประชาชน
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ ผมยินดีอย่างมากนะครับ แล้วก็คิดว่าชาวเขตประเวศ แล้วก็ประชาชนที่รักการออกกำลังกาย ที่บึงหนองบอน ก็จะได้คำตอบจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอย่างสบายใจด้วย นะครับ คือเบื้องต้นผมขอญาติทางฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์เปิดคลิปวิดีโอ (Clip Video) สั้น ๆ ครับ ไม่เกิน ๑ นาทีครับ เพื่อรวบรวมความไม่สบายใจของประชาชนให้ท่านรัฐมนตรีได้รับทราบ ในเบื้องต้นก่อนนะครับ ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ครับ ผมรบกวนด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ทั้งหมดนี้เป็นภาพนิ่งนะครับ ที่ประชาชนออกกำลังกาย แล้วก็รักและหวงแหนบึงหนองบอน ในฐานะที่เป็นพื้นที่ออกกำลังกาย พักผ่อนหย่อนใจของคนทุกเพศทุกวัย ทุกวันนี้มีความไม่สบายใจแล้วก็ยังกังวลอยู่นะครับว่า พื้นที่ตรงนี้จะอยู่ในแผนที่จะถูกนำไปสร้างโรงบำบัดน้ำเสียหรือไม่ ซึ่งวันนี้ก็คาดหวังเป็น อย่างยิ่งว่าจะได้รับคำมั่น แล้วก็การชี้แจงที่สั้น ๆ ตรงไปตรงมาจากทางท่านรัฐมนตรี ก็เป็น ภาพนิ่ง ๆ ที่เห็นว่ามันมีการใช้ประโยชน์ใช้สอยอย่างสบายอกสบายใจของประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอเกริ่นสั้น ๆ นะครับว่าบึงหนองบอนส่วนใหญ่หลายคนก็ มักจะคิดว่าเป็นแก้มลิงในการรับน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมครับ แต่แท้ที่จริงแล้วบึงหนองบอนยัง เป็นสวนสาธารณะและเสน่ห์ของบึงหนองบอนก็คือความเป็นธรรมชาติครับ ที่พอใครได้เข้า ไปวิ่งได้เข้าไปปั่นจักรยานจะรู้ว่ามันไม่ได้เป็นบรรยากาศที่ถูกรังสรรค์ขึ้นโดยมนุษย์ แต่มันมี ความเป็นธรรมชาติจริง ๆ แล้วก็น่าจะเป็นสวนสาธารณะที่มีเนื้อที่มากที่สุดของ กรุงเทพมหานครด้วยซ้ำไป มีประชาชนจำนวนมากที่ใช้เป็นสถานที่ออกกำลังกาย พักผ่อน หย่อนใจ พาครอบครัวมาเดินเที่ยว ซึ่งผมเชื่อว่าทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็คงทราบดี แล้วก็สิ่งที่ท่านทราบไปมากกว่านั้นก็คือว่า ท่านคงทราบอยู่แล้วว่า พื้นที่สีเขียว ต่อประชากรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อเทียบกับมหานครอื่น ๆ ของโลก เราค่อนข้างมีอยู่ จำกัดและน้อยมาก ๆ ปัจจุบันสิ่งที่ประชาชนกังวล และที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนเพื่อคลายความไม่สบายใจลงไป ก็คือว่าจะมีแผนการที่จะนำเอาพื้นที่ของบึงหนองบอนไปสร้างโรงบำบัดน้ำเสียหรือไม่ สิ่งที่อยากจะทำให้ท่านรัฐมนตรีสบายใจ และอยากจะเน้นย้ำตรงนี้ก็คือว่า ประชาชน เขาไม่ได้คัดค้านการก่อสร้างโรงบำบัดน้ำเสีย และทุกคนเชื่อว่าการบำบัดน้ำเสียเป็นเรื่องที่ ต้องทำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพียงแต่ประชาชนเขาไม่เห็นด้วยครับว่าถ้าจะเอาพื้นที่ของ บึงหนองบอนไปสร้างโรงบำบัดน้ำเสีย เพราะว่าจะเกิดผลกระทบต่อประชาชนเป็น จำนวนมาก เข้าใจครับว่าพื้นที่ที่คาดว่าจะใช้สร้างโรงบำบัดน้ำเสียน่าจะเป็นพื้นที่ที่เป็น สนามกีฬา แล้วก็ลานจอดรถหลักของบึงหนองบอนที่ปัจจุบันก็มีอยู่อย่างจำกัดมาก ๆ อยู่แล้วนะครับ ก็เป็นที่คาดการณ์กันว่าทันทีที่เริ่มมีการก่อสร้าง ต้นไม้จำนวน ๒๐๐ ต้น ถึง ๓๐๐ ต้น หรือมากกว่านั้นจะถูกตัด แล้วก็ประชาชนจะเดือดร้อน ไม่มีที่จอดรถ ซึ่งทุกวันนี้ ที่จอดรถก็อย่างที่เห็น ก็มีความจำกัดอยู่แล้วนะครับ เมื่อเทียบกับประชากรจำนวนมาก ที่เข้ามาใช้บริการ นอกจากนี้ประชาชนที่ไปออกกำลังกายที่บึงหนองบอนก็กังวลครับว่า โรงบำบัดน้ำเสียที่จะสร้างจะส่งผลกระทบด้านมลภาวะ ไม่ว่าจะเป็นเสียงหรือกลิ่น ตลอดจน ทัศนียภาพที่งดงามของบึงหนองบอนก็จะเสียหายไป ในระหว่างการก่อสร้าง ประชาชน ก็กังวลอีกถ้ามีการก่อสร้างจริง ก็อาจจะเกิดอันตราย หรือความไม่ปลอดภัยต่าง ๆ แก่ ประชาชนที่มาใช้บริการในบึงหนองบอน ปัญหาเรื่องนี้ความไม่สบายใจเกิดขึ้นมาตั้งแต่ จริง ๆ ก่อนหน้านั้นแล้ว แต่ว่าตั้งแต่ปลายปี ๒๕๖๐ ก็มีประชาชนตามภาพเมื่อสักครู่นะครับ ก็ลงชื่อกันกว่า ๓,๐๐๐ คน แล้วก็ลงชื่อเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ เพื่อคัดค้าน แล้วก็ร้องขอให้ กรุงเทพมหานครไปใช้พื้นที่อื่นในการสร้างโรงบำบัดน้ำเสีย แล้วก็ประชาชนตัวแทนก็เคยได้ ยื่นหนังสือตรงกับทางท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมาแล้ว แต่เข้าใจว่าก็ยังไม่ได้รับ คำตอบที่ชัดเจน หรือทำให้ประชาชนมีความมั่นใจหรือความสบายใจ การก่อสร้างโรงบำบัด น้ำเสียประชาชนก็บอกกับผมว่าหากประเมินทางวิศวกรรม เมื่อเทียบกับการไปสร้าง โรงบำบัดน้ำเสียบนที่ดินรกร้างว่างเปล่า การก่อสร้างเมื่อเทียบกับการก่อสร้างบนพื้นที่ของ บึงหนองบอน การสร้างบนพื้นที่บึงหนองบอนอาจต้องใช้งบประมาณในการก่อสร้างสูงกว่า ถึง ๓,๐๐๐ ล้านบาท เพราะว่าต้องทุบ ต้องปรับสถานที่ด้วย แล้วก็ความไม่เหมาะสมของ สถานที่อื่น ๆ อีก ที่ผ่านมาการย้ายการก่อสร้างโรงบำบัดน้ำเสียก็ไม่ใช่ว่ากรุงเทพมหานคร ไม่เคยทำนะครับ ที่ผ่านมาก็เคยตัดสินใจย้ายโครงการก่อสร้างโรงบำบัดน้ำเสียธนบุรีไปสร้าง ในที่แห่งใหม่มาแล้ว ด้วยเหตุที่ว่าประชาชนไม่เห็นด้วยที่จะมีโรงบำบัดน้ำเสียในพื้นที่ สวนสาธารณะ บึงหนองบอนก็เป็นสวนสาธารณะเช่นเดียวกัน และเมื่อเทียบกับโครงการ ก่อสร้างโรงบำบัดน้ำเสีย ๒ ที่แล้วนะครับ บึงหนองบอนน่าจะส่งผลกระทบต่อประชาชน มากกว่าด้วยซ้ำ ถ้าเรามีฐานคิดตรงนี้ตรงกันครับท่านรัฐมนตรี หากแผนการก่อสร้าง โรงบำบัดน้ำเสียบนพื้นที่ของบึงหนองบอนยังคงอยู่ ถ้าแผนนี้ยังอยู่นะครับ กรุงเทพมหานคร ก็ควรย้ายการก่อสร้างไปยังที่แห่งใหม่จะดีกว่าไหม เพื่อความสบายใจและความชัดเจน นะครับ และยุติความกังวลของประชาชนให้ได้เสียที เพราะเป็นเรื่องที่เรื้อรังมายาวนานครับ ท่านรัฐมนตรี จึงขออนุญาตเรียนถามทางท่านรัฐมนตรี ๒ คำถามนะครับ โดยเริ่มจากคำถาม แรกดังนี้นะครับ ๑. เมื่อกรุงเทพมหานครทราบอยู่แล้วนะครับว่าการนำเอาพื้นที่ที่จอดรถ และสนามกีฬา และลานกีฬาของบึงหนองบอนไปสร้างโรงบำบัดน้ำเสียจะส่งผลกระทบทำให้ ประชาชนได้รับ ความเดือดร้อน ขาดแคลนที่จอดรถ ไม่มีสนามกีฬา และที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครก็ทราบว่ามีประชาชนจำนวนไม่น้อยไปคัดค้าน ประกอบกับมีที่ดินรกร้าง ว่างเปล่าติดถนนหลักติดคลองที่อยู่ไม่ไกลจากบึงหนองบอนก็มีอยู่หลายแห่งซึ่งสามารถจัดซื้อ และสามารถก่อสร้างโรงบำบัดน้ำเสียที่ได้ขนาดบำบัดมากกว่า รวมถึงการก่อสร้างอาคาร บำบัดน้ำเสียบนที่ดินรกร้างว่างเปล่า เมื่อเทียบกับการก่อสร้างในพื้นที่ของบึงหนองบอน นอกจากจะไม่เกิดความเดือดร้อนกับประชาชนแล้วก็ยังประหยัดในเชิงงบประมาณได้ถึง ๓,๐๐๐ ล้านบาทหรือกว่านั้น ประชาชนจึงอยากทราบว่าแผนการก่อสร้างโรงบำบัดน้ำเสีย บนพื้นที่บึงหนองบอน เอาข้อเท็จจริงครับ ยังคงมีอยู่หรือไม่ ถ้ายังมีอยู่กรุงเทพมหานครจะ ตัดสินย้ายการก่อสร้างโรงบำบัดน้ำเสียตามแผนนี้ไปก่อสร้างยังที่รกร้างว่างเปล่าซึ่งส่ง ผลกระทบต่อประชาชนน้อยกว่าแทนหรือไม่ หากกรุงเทพมหานครยังคงยืนยันที่จะใช้ บึงหนองบอนในการสร้างโรงบำบัดน้ำเสีย ก็ขอทราบเหตุผลจากทางท่านรัฐมนตรีครับ นี่คือ คำถามที่ ๑ ครับ