คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ชี้แจงนโยบายส่งเสริมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมัธยมปลาย รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาการศึกษาในสายอาชีวะและเกษตรกรผ่านโครงการวิทย์พลัง 10 เพื่อยกระดับทักษะแรงงาน ลดความเหลื่อมล้ำ และเตรียมความพร้อมนักเรียนสู่ยุคดิจิทัลและเวทีโลก
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ตอบสั้น ๆ ว่ามีนโยบาย แล้วก็ให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษค่ะ ความพร้อมนั้นเป็นรายละเอียด ถ้ามีอาคารแล้วก็มีสถานที่ มีคนที่จะเรียน สามารถตั้งศูนย์ได้ แต่ว่าถ้ายังไม่มี ตรง ๑๒๐ ไร่นี้ ยังไม่มีอาคาร ก็ใช้อาคารของท้องถิ่นได้ไหมคะ ที่ไม่ได้ใช้ หรือโรงเรียนในอำเภอกุสุมาลย์ และอำเภอโพนนาแก้ว ที่เป็นอาคารว่างที่ยังไม่ได้มีการ ใช้งาน มาเป็นศูนย์เรียนรู้อบรมวิชาชีพก่อน อันนั้นย่อมทำได้ งบประมาณไม่ได้พูดถึง แล้วก็ นโยบายชัดเจน ไม่ต้องห่วงว่าเราจะไม่สนับสนุน เราสนับสนุนทุกอาชีวะค่ะ แม้จะเป็นเทคนิค อาชีพ ช่าง สารพัดช่างหรือเกษตรโดยเฉพาะก็ตาม ทุก ๆ อาชีวะให้ความสำคัญ มากที่สุด เพราะว่าเราต้องการบุคคลที่มีคุณภาพ แล้วดิฉันเองเป็นนักวิทยาศาสตร์ ดิฉันก็ได้ ใช้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ความรู้ความสามารถที่จะนำวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีมาช่วยในการ เรียนรู้ให้มากขึ้น ดิฉันเป็นคนภาคอีสาน ดิฉันก็อยากเห็นเกษตรกรด้วยซ้ำไป ซึ่งเป็นอาชีพหลักและเป็นคนที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศได้รับการพัฒนา อย่างวิทยาลัย เกษตรเทคโนโลยี เราส่งเสริมเราจัดคอร์ส (Course) ๕ คอร์ส เรียนคอมพิวเตอร์ เรียนเอไอ (AI) เรียนโดรน (Drone) เรียนไอโอที (IOT) เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ทางด้าน วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ทำมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ แล้วก็ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ นี้ตลอด ๒ ปี ที่ผ่านมาดิฉันได้ผลักดัน ๒ อย่างที่เป็นพื้นฐานของการศึกษารวมทั้งอาชีวะด้วย คือโค้ดดิง (Coding) ที่ทุกคนต้องเรียน เป็นภาษาใหม่ที่เด็กทุกคนในประเทศหรือคนไทยทุกคนจะต้องมี ในยุคดิจิทัล คืออะไรคะ คือสร้างทักษะใหม่ให้กับคนไทยที่สามารถที่จะคิดวิเคราะห์เป็นเหตุ เป็นผลเชิงวิทยาศาสตร์ เชิงคณิตศาสตร์ แก้ปัญหาเป็นขั้นเป็นตอน กล้าลงมือทำ แล้วโดยเฉพาะอาชีวะนี้เป็นการเรียนที่ลงมือทำ เพราะฉะนั้นก็เน้นไปที่สมรรถนะ ความสามารถในการทำงาน แล้วคนเรียนอาชีวะนี้นะคะ ดิฉันพบกับพ่อแม่หลายคน เขาบอกว่าให้ลูกเรียนอาชีวะ ระหว่างเรียนมีรายได้ จบแล้วมีงานทำ คนที่จบอาชีวะนี้ ไม่ตกงานค่ะ คนที่จบปริญญาตรีเมื่อปีก่อนปีที่แล้วตกงานไป ๕๐๐,๐๐๐ คน แต่คนเรียน อาชีวะมีงานทำ ระหว่างเรียนมีรายได้ อันนี้เป็นเสน่ห์เป็นความน่ารักของคนที่เรียนอาชีวะ แล้วเกษตรล่ะ ทำอย่างไรเกษตรกรถึงจะเลิกจน เพราะฉะนั้นต้องเรียนโค้ดดิง (Coding) โค้ดดิง ฟอร์ฟาร์ม (Coding for farm) วางแผนให้เรียบร้อยโค้ดดิง ฟอร์ (Coding for) ชาวนา ไม่ให้ขาดทุน หาทุนมาได้ นอกจากนั้นโค้ดดิง (Coding) ตั้งแต่อนุบาลจนถึง ม. ๖ เป็นนโยบายของรัฐบาลนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ให้ทุก ๆ คนใช้โค้ดดิง (Coding) ไปประยุกต์ใช้กับ ทุกสาระวิชา อันนั้นเป็นอันที่ ๑ ที่ทำเป็นการปฏิรูปถึงตัวเด็ก แล้วก็ลดความเหลื่อมล้ำด้วย เพราะว่าเป็นอันพลักโค้ดดิง (Unplug Coding) อันพลัก (Unplug) แล้วก็ค่อย ๆ พลัก (Plug) น้อย ๆ แล้วก็พลัก (Plug) มาก ๆ ถึงไปเป็นแพลตฟอร์ม (Platform) อะไร ต่าง ๆ ต่อไปเฉพาะคนที่เก่ง แต่คนทั้งประเทศ คนทั้งโลกต้องมีโค้ดดิง (Coding) เพื่อที่จะได้ สื่อสารกับคนทั้งโลกได้ พูดภาษาเดียวกันกับคน ๗,๐๐๐ ล้านคนได้ อันนั้นเป็นอันที่ ๑ ที่ใส่เข้ามาในกระทรวงศึกษาธิการ
อันที่ ๒ รัฐบาลนี้ให้เงินประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะเปิด ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ว่าระดับไหนให้มีโอกาสเรียน วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี นวัตกรรม ในช่วง ๑๐ ปี เริ่มแล้ว ปีนี้มี ๒๐๐ โรงเรียนที่จะมีครู สอนวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีให้กับเด็กชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา แล้วก็เพิ่มขึ้นเป็น สิบเท่า ๆ คือวิทย์พลัง ๑๐ เพื่อให้ภายใน ๓ ปีเด็กทุกคนจะเก่งหรือไม่เก่ง สนใจหรือ ไม่สนใจ ได้เรียนวิทยาศาสตร์ด้วยค่ะ โค้ดดิง (Coding) ไม่พอ คิดได้ วิเคราะห์ได้ เป็นเหตุ เป็นผลได้ แต่ยังต้องมีวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม เพราะฉะนั้นเป็น ๒ ส่วนที่ดิฉัน ได้วางรากฐานการศึกษาให้คนไทยรวมถึงอาชีวะ อาชีวะจะทำอย่างนี้ต่อไปก็ไม่ได้ จะต้อง สมาร์ต (Smart) จะต้องอัจฉริยะ จะต้องอะไรก็แล้วแต่ แล้วจะเป็นหัวหอก ถ้าเรามีอาชีวะ ที่มีคุณภาพอย่างที่คุณนิยมต้องการนะคะ แล้วเราทำได้ ซึ่งดิฉันใส่เข้าไปแล้ว วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม ถ้าเด็กไม่กี่ปีข้างหน้ามีโค้ดดิง (Coding) มีวิทยาศาสตร์และเรียน อาชีวะ ก็สามารถที่จะเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพเข้าสู่แรงงานทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ แข่งขันได้ แล้วอยู่ในโลกดิจิทัล อยู่ในยุคศตวรรษที่ ๒๑ อย่างมีภูมิคุ้มกัน แล้วก็ มีความสามารถในการแข่งขัน จะชนะเครื่องได้ ชนะต่างประเทศได้ในทุก ๆ ระดับ ขณะนี้ เริ่มแล้ว ๒ ปีที่ผ่านมาดิฉันก็ได้ทำเรื่องนี้ให้กับกระทรวงศึกษาธิการ เด็กทุกคนจะเป็น วิทยาศาสตร์ ไม่วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีหรือไม่ ไม่เป็นอะไร ทุกคนต้องเรียนเรียนอย่างมี คุณภาพ ได้เริ่มแล้วในปีนี้ค่ะ ๒๐๐ โรงเรียน ต่อไป ๒๐๐ โรงเรียนนี้ก็จะไปออกลูกคนละ ๑๐ แล้วก็ ๑๐ เพราะฉะนั้นภายใน ๓ ปี เราก็จะได้ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ โรงเรียน ที่สามารถ สอนเด็กตั้งแต่ประถมศึกษาจนถึงมัธยมศึกษา เพราะฉะนั้นเด็กจบ ม. ๓ ที่จะมาเรียนอาชีวะก็จะมีพื้นฐานโค้ดดิง (Coding) และ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม เพราะคุณนิยมสนใจศาสนา ดิฉันจะขอถือโอกาสนี้ ท่านประธานคะ เอส (S) ไซเอนซ์ (Science) ที (T) เทคโนโลยี (Technology) ไอ (I) อินโนเวชัน (Innovation) ดิฉันแปลเป็นภาษาไทยว่า สติค่ะ ก็เรียนว่าไม่ได้ละเลย แล้วก็ พัฒนาตลอดเวลาเพื่อใช้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเข้าสู่ศตวรรษที่ ๒๑ เป็นพลเมือง ๔.๐ ต่อไปค่ะ