ธนภร ตั้งคำถามภาระค่าตรวจโควิด-19 หนักเกินแรงงาน-ผู้ประกอบการ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑๖ กันยายน ๒๕๖๔

ธนภร โสมทองแดง หารือถึงผลกระทบจากนโยบายที่ให้โรงงานรับผิดชอบค่าตรวจโควิด-19 ทั้งหมด ซึ่งกลายเป็นภาระหนักต่อผู้ประกอบการและแรงงาน พร้อมตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการบริหารวิกฤตของรัฐบาล และเรียกร้องให้มีการชี้แจงมาตรการชดเชยและช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่เข้าไม่ถึงชุดตรวจ ATK

นางสาวธนภร โสมทองแดง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ ขออนุญาตหารือนิดหนึ่งนะคะ พอดีเมื่อเช้านี้ดิฉันถูกติงนิดหน่อย เรื่องหัวข้อในการยื่น กระทู้สด คำว่า รัฐบาลล้มเหลว วันนี้ในการถามกระทู้สดนี้มันอาจจะมีคำนี้บ้าง ก็อาจจะเป็น เรื่องสืบเนื่องนะคะ เสียดายค่ะที่ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้มาตอบ อย่างไรก็ต้องขอ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีสาธิต ที่กรุณามาตอบคำถามดิฉันในวันนี้นะคะ ท่านประธาน ที่เคารพคะ ดิฉัน นางสาวธนภร โสมทองแดง แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านประธาน และพรรคเพื่อไทยที่ให้ โอกาสดิฉันซึ่งเล็งเห็นความสำคัญความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จึงให้โอกาสดิฉันได้ตั้ง กระทู้ถามสด รวมทั้งขอขอบคุณ ส.ส. พรรคเพื่อไทยทั้ง ๒ เขตที่อนุญาตให้ได้มีโอกาส ได้ถามสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเกิดจากความล้มเหลวของรัฐบาลค่ะ ท่านประธานคะ พี่น้องชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประกอบอาชีพหลัก ๆ คือภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตร รวมทั้งกิจการในภาคอุตสาหกรรม ท่องเที่ยวที่เป็นพื้นที่มรดกโลก มีนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หลายแห่ง อาทิ นิคม อุตสาหกรรมบ้านหว้า หรือไฮเทค นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร นิคมอุตสาหกรรม บางปะอิน และสวนอุตสาหกรรมโรจนะ ซึ่งภาคอุตสาหกรรมนั้นเปรียบเสมือนเป็นเส้นเลือด เส้นหนึ่งที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจไทย จากข้อมูล ณ วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๔ มีโรงงาน อุตสาหกรรมที่รับอนุญาตประกอบกิจการทั้งหมด จำนวน ๒,๗๙๙ โรงงาน มีการจ้างแรงงาน กว่า ๓๑๐,๐๐๐ คน ผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีมูลค่าสูงติดอันดับ ๑ ใน ๖ ของประเทศนะคะ หลังจากการแพร่ระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) ส่งผลให้ภาพรวม ของเศรษฐกิจกระทบอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมที่มีแรงงานอยู่ในระบบ ประกันสังคมมากกว่า ๓๐๐,๐๐๐ คน รวมทั้งกลุ่มอาชีพอิสระ อาทิเช่น พ่อค้าแม่ขาย ร้านนวดเพื่อสุขภาพ พนักงานธนาคาร ร้านตัดผม สถานที่บริการต่าง ๆ เป็นต้น จังหวัดพระนครศรีอยุธยาถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มข้น ได้ออกประกาศ เรื่องมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) สำหรับ สถานประกอบการและโรงงานในพื้นที่มีการแพร่ระบาดแบบกลุ่มก้อนในสถานประกอบการ และโรงงาน รวมทั้งได้มีการแพร่กระจายโรคไปสู่ครอบครัวและชุมชน โดยมีมาตรการหนึ่ง ในการควบคุมโรค คือให้ผู้ประกอบการดำเนินการสุ่มตรวจสอบหาเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ (Virus COVID-19) ด้วยวิธีอาร์ทีพีซีอาร์ (RT-PCR) หรือวิธีแอนติเจน เทสต์ คิต (Antigen Test Kit) อย่างน้อยร้อยละ ๕ ของพนักงานเป็นประจำสัปดาห์ละ ๒ ครั้ง โดยผู้ประกอบการ หรือโรงงานเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด และเมื่อดำเนินการแล้วต้องรายงานผลต่อ สำนักงานสาธารณสุข หรืออำเภอในพื้นที่ที่สถานประกอบการหรือโรงงานตั้งอยู่ การที่รัฐ กำหนดให้ผู้ประกอบการหรือโรงงานเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด นี่เป็นการสร้าง ภาระอย่างแสนสาหัสอย่างมากค่ะ โรงงานส่วนใหญ่ตรวจคนงานทุกคน อย่างน้อยป้องกัน ความเสี่ยงและป้องกันการผลิตหยุดชะงักลง ท่านประธานลองคำนวณดูนะคะ ถ้าตรวจ ทุกคน ทุกอาทิตย์ อาทิตย์ละ ๒ ครั้งจะใช้เม็ดเงินเท่าไร ครม. อนุมัติร่างกฤษฎีกา ผู้ประกอบการนำค่าใช้จ่ายตรวจชุดเอทีเค (ATK) หักรายจ่ายได้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันคิดว่า รัฐบาลแก้ปัญหาที่ปลายเหตุหรือเกาไม่ถูกที่คันค่ะ ท่านประธานทราบไหมคะว่า ค่าตรวจอาร์ทีพีซีอาร์ (RT-PCR) ราคาต่อครั้งต่อคนเท่าไร ดิฉันมีประสบการณ์ตรงค่ะ เคยไปตรวจที่คลินิกทั่วไปอยู่ที่ราคา ๑,๕๐๐ บาท ราคานี้แค่ตรวจเพื่อทราบผลว่ามีการ ติดเชื้อหรือไม่ แต่ถ้าตรวจแบบต้องการให้เข้าสู่ระบบการรักษาของสาธารณสุขราคาอยู่ที่ ๓,๐๐๐ บาทค่ะ สำหรับชุดตรวจเอทีเค (ATK) นั้นมีหลายยี่ห้อหลายราคา ดิฉันเคยใช้ ยี่ห้อสแตนดาร์ด คิว ค่อนข้างมีคุณภาพและผ่านการรับรองของ อย.แล้ว ราคาอยู่ที่ ๒๕๐ บาทต่อชุดค่ะ จากที่ดิฉันกล่าวมาทั้งหมดนั้นเป็นเพียงการยกตัวอย่าง พื้นที่จังหวัดหนึ่ง จังหวัดที่มีบริบทแวดล้อมเหมือนกับอีกหลายจังหวัดทั่วประเทศ ดังนั้นกระทู้ที่ดิฉันกำลัง จะถามและรอคำตอบที่จะได้รับจากรัฐบาลจะสะท้อนว่าการทำงานที่ผิดพลาดล้มเหลว ของรัฐบาลนั้นประชาชนผู้เสียภาษีเดือดร้อนอย่างไร ท่านประธานคะ ก่อนที่ดิฉันจะ เข้าคำถามนะคะ ดิฉันต้องขอบคุณหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ที่พาดหัวข่าวเมื่อเช้าตรู่นะคะว่า วอนควบคุมราคาชุดตรวจเอทีเค (ATK) ประชาชนแบกภาระไม่ไหวแล้วนะคะ ท่านประธาน ที่เคารพ ๒ คำถามแรกที่ดิฉันจะถามดังต่อไปนี้นะคะ

คำถามที่ ๑ นายกรัฐมนตรีทราบถึงปัญหาที่ภาคอุตสาหกรรมต้องแบก รับภาระค่าใช้จ่ายตรงนี้หรือไม่ เท่าไร ดิฉันขอถัวเฉลี่ยเพื่อให้เห็นภาพชัด ๆ ว่า มีแรงงาน ๕,๐๐๐ คนต่อ ๑ โรงงาน ผู้ประกอบการต้องแบกภาระค่าตรวจแอนติเจนเทสต์ (Antigen Test) ราคาชุดละ ๒๕๐ บาท คูณ ๕,๐๐๐ คน ๑ ครั้ง ๑,๒๕๐,๐๐๐ บาทนะคะ ๑ อาทิตย์ตรวจ ๒ ครั้ง ถ้า ๑ เดือนจะมีค่าใช้จ่ายสูงสุดถึง ๑๐ ล้านบาทนะคะ ดิฉัน จำเป็นต้องถามย้ำ ๆ กับรัฐบาลว่าท่านจะชดเชยแต่ละครั้งเท่าไร และรวมทั้งหมดที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันนี้อย่างไรนะคะ

คำถามที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพ แล้วคนที่มีรายได้น้อย หาเช้ากินค่ำ ผู้ประกอบการอาชีพอิสระที่อยู่ชายขอบของระบบทุนนิยม ลำพังใช้เวลาหาเงินเพื่อเลี้ยงปาก เลี้ยงท้อง อย่างยากลำบากแสนเข็ญแล้ว ดิฉันขอยกตัวอย่างสัก ๒ อาชีพนะคะ เช่นอาชีพ ร้านทำผม ตัดสระไดร์ (Dry) เฉลี่ยหัวละ ๑๕๐ บาท และอาชีพนวดแผนโบราณชั่วโมงละ ให้สูงสุดเลยนะคะ ๒๕๐ บาท เท่ากับราคาชุดตรวจเลยค่ะ ชาวบ้านจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อ ชุดตรวจเอทีเค (ATK) กรณีอย่างนี้ท่านต้องรับผิดชอบตอบให้ชัด จะรับผิดชอบอย่างไร สำหรับประชาชนที่เดือดร้อน จบคำถามที่ ๒ ค่ะ