ซูการ์โน อภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ป้องกันการทรมานและบังคับบุคคลให้สูญหาย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๑๕ กันยายน ๒๕๖๔

ซูการ์โน มะทา อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย โดยชี้ให้เห็นความสำคัญของการมีกฎหมายดังกล่าวในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเรียกร้องให้บูรณาการข้อดีจากทั้ง 4 ร่างเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ได้รับผลกระทบ

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ผมขออนุญาตอภิปราย เพื่อสนับสนุนญัตติร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับ บุคคลให้สูญหาย พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดยพรรคประชาชาติ และผมก็เป็นผู้หนึ่งที่ร่วมลงชื่อ เพื่อเสนอกฎหมายนี้นะครับ ท่านประธานครับ ในเบื้องต้นผมเห็นด้วยในขั้นรับหลักการว่า สำหรับร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและบังคับบุคคลให้สูญหาย พ.ศ. .... ทั้ง ๔ ฉบับนะครับว่ามีประโยชน์และในขั้นหลักการก็เห็นด้วยว่าประเทศไทยเรา ควรจะมีกฎหมายที่ว่าด้วยการป้องกันการปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญ หายเพราะว่าสิ่งที่เกิดขึ้นที่เพื่อนสมาชิกหรือผู้เสนอญัตติร่างทั้ง ๔ ท่านได้กล่าวมานั้นเป็น ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ผมต้องการที่ให้เห็นว่าร่างฉบับดังกล่าวนี้ มีความสำคัญกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้และ พี่น้องที่อยู่ตามชายขอบของประเทศต่าง ๆ จะได้รับผลกระทบอย่างมาก โดยผม ให้ความสำคัญที่ว่าการทรมานนั้นมีอยู่จริง การทำให้บุคคลสูญหายก็มีอยู่จริงในพื้นที่ของ ประเทศไทย อย่างที่เราทราบกันดี ถ้าจะเป็นที่สนใจมากที่สุดก็ต้องขออนุญาตท่าน ส.ส. ผู้มีเกียรติในสภา แห่งนี้ว่า ท่านหะยีสุหลง โต๊ะมีนา คือบุคคลแรกที่สูญหาย และกระทั่งวันนี้เราก็ไม่พบมา แต่หลังจากนั้นยังมีกรณีการซ้อมทรมาน การจับผู้ต้องสงสัยไปทรมานเพื่อซักถามข้อเท็จจริง มีกระทั่งถึงขั้นเผานั่งยาง เผาในถังแดงทิ้งแม่น ้าปัตตานีที่สะพานกอตอ อันเป็นประวัติศาสตร์ ที่เราต้องจดจำว่านี่คือการกระทำที่การบังคับใช้กฎหมายนั้นมีอยู่จริงในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ และเป็นความเจ็บปวดที่พี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ต้องสูญเสียบิดามารดาผู้ปกครองที่เกี่ยวข้องหรือญาติพี่น้องที่ถูกทางการนำกฎหมายมา บังคับใช้โดยใช้กฎหมายพิเศษ ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าท่านประธานและท่านรัฐมนตรี แล้วก็ตัวแทนของกระทรวงยุติธรรมที่มาฟังวันนี้ว่า ปัญหาการซ้อมทรมานนั้นถ้าเราจะเห็น กรณีที่เกิดขึ้นอย่างที่ถุงนำที่จังหวัดนครสรรค์นั้นผมว่าเป็นกรณีที่มันอุกอาจ แต่ว่าอย่างน้อย ยังไม่รุนแรงเท่ากับในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นที่รู้ ๆ กันว่าหน่วยงานของรัฐ สถานที่ของรัฐเป็นสถานที่ที่จับตัวพี่น้องประชาชนผู้ต้องสงสัยหรือผู้ที่ มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลไปถูกสอบสวน ไม่ว่าจะเป็นค่ายทหารที่ หนองจิก ปัตตานี หรือค่ายทหารพรานต่าง ๆ ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งก็เป็น ที่มาที่ไปที่ทำให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ต้องสูญเสียจากการทรมานนั้นจนถึงขั้นเสียชีวิต หลายกรณี แม้กระทั่งตั้งแต่กรณีของอิหม่ามยะผา กาเซ็ม มาจนถึงกรณีของอับดุลเลาะ อีซอมูซอ อันนี้ก็คือกรณีหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าการที่รัฐบาลพยายามต่อกฎหมายพิเศษ ในทุก ๆ ปี พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ชายขอบก็ยังต้องถูกกระทำจากเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยใช้กฎหมายพิเศษ ฉะนั้นวันนี้ผมเห็นว่า การที่สภาแห่งนี้ได้ให้ความสำคัญว่าการซ้อมทรมานและการบังคับใช้การบุคคลให้สูญหาย นั้นเราจำเป็นที่จะต้องมาร่างเป็นกฎหมายขึ้นบังคับใช้ และในกรณีนี้ผมเห็นด้วยกับร่างญัตติ ทั้ง ๔ ร่าง ว่ามันมีความแตกต่างที่หลากหลายกัน ก็อยากฝากให้ทางกรรมาธิการซึ่งจะได้รับ การแต่งตั้งจากสภาแห่งนี้ว่าท่านควรจะนำทั้งร่างที่เป็นประโยชน์ที่สุด ไม่ว่าจะเป็นร่างของ รัฐบาลซึ่งต้องรับฟังมาจากพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศหรือร่างของ คณะกรรมาธิการ หรือแม้กระทั่งร่างของพรรคประชาชาติที่เราสะท้อนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และเราได้กำหนดบางส่วนที่มันแตกต่างจากของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเยียวยา หลังจากที่ผู้ได้รับผลกระทบแล้ว อันนี้เราให้ความสำคัญว่าบุพการีของผู้สูญหายนั้น เขารอคอย ท่านประธานครับ นอกจากกรณีของอับดุลเลาะ อีซอมูซอ แล้ว ยังมีกรณีที่ คู่สมรสที่รอคอยสามีกลับมา อย่างเขตในพื้นที่ผม ที่ตำบลปะแต ณ วันนี้เขาก็ยังรอคอย เพียงเพราะว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ. ตำบลปะแตนำไปสอบสวนในพื้นที่ แล้วก็ จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ก็ยังไม่ปรากฏว่าได้กลับมาถึงยังที่บ้าน ทำให้เขามีฐานะที่ลำบาก เหตุผล เช่นนี้พวกผมในนามของสมาชิกพรรคประชาชาติจึงได้กำหนดว่าในร่าง พ.ร.บ. เหล่านี้จะต้อง มีการเยียวยา การเยียวยาเป็นเรื่องการรักษาบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ว่าเราตีมูลค่า ชีวิตของบุคคลที่สูญหายแล้วเป็นเรื่องเงิน แต่บางครอบครัวเสาหลักของครอบครัวเขาหายไป เขากลายเป็นบุคคลที่สังคมอาจจะรังเกียจ ด้วยข้อการใส่ไฟ การให้ข้อมูลไอโอ (IO) ต่าง ๆ ที่แตกต่างกันไปก็อยากฝากถึงท่านประธาน ผ่านถึงกรรมาธิการว่าอยากให้นำข้อดี ๆ ของร่างทั้ง ๔ ฉบับ มาบูรณาการและให้เกิด ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน และคิดว่าหลังจากที่กฎหมายฉบับนี้ได้ออกไป แล้ว พฤติกรรมการซ้อมทรมานหรือบังคับให้บุคคลสูญหายก็จะต้องสูญสิ้นไปจากประเทศ ไทยด้วยครับ ขอบคุณครับ