ธีรัจชัย พันธุมาศ อภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและบุคคลสูญหาย โดยเปรียบเทียบความแตกต่างกับร่างของรัฐบาล ชี้ให้เห็นความสำคัญของคำนิยามผู้เสียหายที่ครอบคลุมกว้าง รวมถึงกรณีนอกกระบวนการยุติธรรม และเรียกร้องให้มีกลไกฉุกเฉินเพื่อคุ้มครองผู้ถูกทรมานหรือถูกอุ้มหายได้ทันทีก่อนเข้าสู่กระบวนการศาล
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตท่านประธานในการอภิปรายสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... ผมขอสนับสนุนร่างของคณะกรรมาธิการกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ทำไมถึงต้องสนับสนุนร่างนี้ เนื่องจากร่างนี้เป็นร่างที่พัฒนามาจากร่างที่เสนอโดยภาค ประชาชนผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และมีการปรับปรุงให้ละเอียดรอบคอบมากยิ่งขึ้น เหตุใดถึงไม่สนับสนุนร่างของรัฐบาลที่เพิ่งมาประกบภายหลังเพราะความเร่งรีบอยากจะ ประกบร่างนี้ นั่นก็เพราะว่าร่าง ๒ ร่างมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญที่จะคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพประชาชนอย่างแท้จริง ท่านประธานที่เคารพครับ กระบวนการยุติธรรมคือ กระบวนการที่ทำให้มาสู่การยุติเพื่อความเป็นธรรม เพื่อให้สังคมอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข แต่ในความเป็นจริง หลายกรณีเป็นเรื่องของความตรงกันข้ามเมื่อกระบวนการยุติธรรมกลับ ไปสู่ผู้สร้างความอยุติธรรม ทั้งนำความเดือดร้อนมาสู่ประชาชนและสังคม นั่นคือในเรื่องของ กระบวนการยุติธรรมโดยปกติ มีเจ้าหน้าที่ของรัฐจำนวนไม่น้อยที่มีอำนาจไปใช้อำนาจในการ ทรมาน อาจจะเป็นเรื่องของการเพื่อทำให้คดีเสร็จ เพื่อผลประโยชน์บางอย่าง เบี่ยงประเด็น ให้แพะรับบาปแทนบุคคลที่กระทำผิดจริง นั่นคือในเรื่องของระบบกระบวนการยุติธรรม เรา มีหลายคดี ซึ่งหลายท่านได้อภิปรายไปแล้วว่ามีท่านใดบ้าง นอกจากนั้นในเรื่องของนอกของ กระบวนการยุติธรรม ก็คือการใช้อำนาจรัฐ เช่นในยุคของที่มีอำนาจรัฐประหาร จะมีการใช้ อำนาจผู้ที่ต่อต้าน มีความคิดเห็นต่างในการที่จะต่อต้านการรัฐประหารจะถูกอุ้มหาย ในรัฐประหารปี ๒๕๕๗ มีไม่น้อยกว่า ๙ คนที่ท่าน ส.ส. รังสิมันต์ โรม ได้กรุณาอธิบาย ไปแล้ว เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นมาช้านานตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าทั้งในกระบวนการ ยุติธรรมในตามประมวลกฎหมายวิธีความอาญาหรือกรณีนอกกระบวนการยุติธรรม คือใช้อำนาจมืด อำนาจเถื่อน เหล่านี้มันเป็นที่เดือดร้อน สร้างความอยุติธรรมในประเทศนี้ สร้างความเสียหายมาอย่างยาวนาน ผมดีใจครับที่คณะกรรมาธิการกฎหมายกระบวนการ ยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนได้ทำเรื่องนี้ตั้งแต่ยุคที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล ได้ริเริ่มทำไว้ และมายื่นหลังจากที่ท่านได้พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว แต่ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เราต้องทำให้เสร็จ ร่างนี้ที่แตกต่างจากร่างของรัฐบาลที่เสนอมา สิ่งแรกที่ผมเห็นก็คือเรื่องคำนิยามขอคำว่า ผู้เสียหาย ของรัฐบาลเพียงแต่อธิบายคำนิยาม อธิบายเพียงแค่เป็นผู้ได้รับความเสียหายจาก การทรมาน การอุ้มหายเท่านั้น แต่ร่างของคณะกรรมาธิการนั้น เป็นร่างที่อธิบายรวมถึง บุพพการี สามี ภรรยา เกี่ยวข้องตรงนี้ด้วย และไม่ปิดกั้นเพียงแค่ในระบบของกฎหมายวิธี พิจารณาความอาญา แต่หมายถึงว่าทั้งในกระบวนยุติธรรมและนอกกระบวนการยุติธรรม ถ้าผู้เสียหายถูกตีความได้กว้างขวางแบบนี้ หมายความว่ากระบวนการที่จะไปร้องขอต่อศาล เพื่อให้ยุติในกรณีที่ทราบ ผู้เสียหายทราบว่ามีการทรมาน ยกตัวอย่างเช่นกรณี ที่จังหวัดนครสวรรค์ที่มีการใช้ถุงดำคลุมหัวและจนถึงแก่ความตาย ระหว่างนั้นถ้ามีใครรู้ สามารถไปร้องต่อศาลให้ยุติการกระทำนั้นได้โดยเร็วและมีโทษมากกว่า ถ้าถึงตายถึงจำคุก ตลอดชีวิต นี่คือสิ่งที่การทรมานและการอุ้มหายของร่างฉบับนี้มีโทษที่รุนแรงและเป็นระดับ ขั้นที่ชัดเจนกว่า ผมเรียนอย่างนี้นะครับ สิ่งที่ผมอยากจะขอกราบเรียนต่อท่านประธาน ก็คืออีกเรื่องหนึ่ง ในเรื่องร่างของทุกฉบับมักจะให้ศาลเพื่อพิจารณาเหล่านี้และเป็น โทษเฉพาะนะครับ ไม่ใช่โทษทั่วไป มันจะให้ประชาชนมีสิทธิที่จะร้องขอต่อศาล ระงับ แล้วก็เยียวยา มีอะไรมากมายในส่วนนี้ ยังมีอีกจุดหนึ่งที่ผมอยากจะให้เพิ่มเติมฝากไปยังคณะกรรมาธิการที่จะพิจารณาตรงนี้ก็คือ ในระหว่างที่ศาลไม่เปิดดำเนินการ ถ้าเราพบเป็นเหตุฉุกเฉินเราจะทำอย่างไร จะใช้องค์กร อะไร คณะอนุกรรมการตรงนี้ที่ตั้งขึ้นจะสามารถเข้าไประงับได้ทันทีหรือไม่ และเก็บหลักฐาน มาร้องขอต่อศาลภายหลังได้หรือไม่ ในร่างนี้ทั้ง ๔ ร่างไม่มีครับ ผมเลยฝากว่าลองหา กระบวนการ เพราะว่าบ้านเรามีวันหยุดอยู่อย่างน้อยวันเสาร์ วันอาทิตย์ หยุดราชการ การจะร้องต่อศาลทันทีนั่นก็จะเป็นปัญหาปัญหาหนึ่งที่จะทำให้ล่าช้าหรืออาจจะมีคนตาย เพิ่มเพราะกรณีการทรมาน แต่การอุ้มหายมันเป็นเรื่องของหลัง กระบวนการทรมานอุ้มหาย มีทั้งก่อน ขณะ แล้วก็หลัง กรณีก่อนถ้าเกิดกฎหมายแบบนี้ไปทำให้ความยับยั้งชั่งใจ ของเจ้าหน้าที่จะน้อยลง แต่ขณะยังมีปัญหา เพราะเราต้องรอศาล รอเข้าไปร้องต่อศาล ในกระบวนการยุติธรรมก็มีอำนาจที่จะสั่งทันทีได้ ดังนั้นจะมอบให้คณะกรรมการใด คณะกรรมการหนึ่งในการเข้าไปทันทีทันใดถ้าเกิดได้รับเรื่องแจ้งขึ้นไปแล้วระงับทันที สถานีตำรวจใดกระทำแบบนี้ ข้าราชการฝ่ายปกครองหรือข้าราชการอื่นใดที่มีกระทำที่ไม่ดี ผมเชื่อว่าข้าราชการส่วนใหญ่ดีนะครับ ที่ทำรับใช้อำนาจโดยไม่ถูกต้องสามารถเข้าไปทันที แล้วก็ระงับได้ทันที ถ้าขัดขวางก็จะมีความผิดหนักขึ้น ตรงนี้เป็นสิ่งที่ผมอยากจะเสนอ นอกเหนือจากร่างที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ท่านประธานครับ ผมยินดีที่กฎหมายฉบับนี้เข้ามา ในสภาผู้แทนราษฎร เพราะว่าน้อยครั้งที่กฎหมายที่ไม่ได้ริเริ่มโดยรัฐบาลจะได้มีโอกาสเข้ามา แต่นี่เป็นกฎหมายที่ริเริ่มโดยฝ่ายนิติบัญญัติ ที่ริเริ่มโดยฝ่ายของประชาชนและรัฐบาล เป็นฝ่ายตามเข้ามา และผมให้ความรับรองผมคิดว่าจะให้ผ่านวาระที่ ๑ ในร่างของ คณะกรรมาธิการกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม และเชื่อว่ากรรมาธิการจะช่วยไปขัด เกลาให้ดีในวาระที่ ๒ และจะเป็นกฎหมายที่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพอย่างแท้จริงครับ ท่านประธาน