รังสิมันต์ โรม อภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและอุ้มหาย โดยยกตัวอย่างกรณีผู้สูญหายและถูกซ้อมทรมานในอดีตเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม พร้อมเสนอให้มีคณะกรรมการตรวจสอบอิสระ และกำหนดให้ความผิดเหล่านี้ไม่มีอายุความ เพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเน้นถึงความทุกข์ทรมานของครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายจากเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับรัฐ และเรียกร้องให้ผ่านกฎหมายเพื่อยุติความอยุติธรรม ลงโทษผู้กระทำผิดอย่างโหดเหี้ยม และสร้างหลักประกันว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก
เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออภิปราย สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทนมานและกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... โดยเฉพาะร่าง (ฉบับที่ ๔) ที่เสนอโดยภาคประชาชนและแก้ไขเพิ่มเติมโดย กรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ท่านประธานครับ ผมถือว่าการ อภิปรายครั้งนี้เป็นการคารวะต่อดวงวิญญาณของผู้สูญเสียจากการซ้อมทรมานและการอุ้ม หายตลอดประวัติศาสตร์ไทยที่ผ่านมา ในอดีตการซ้อมทรมานและอุ้มหายเกิดขึ้นหลายครั้ง ครับ ต่อหลายคน หลายครอบครัว เอาแค่เฉพาะในยุค คสช. ก็มีผู้ที่ถูกอุ้มหายแล้วอย่างน้อย ๙ คน ส่วนใหญ่เป็นนักกิจกรรมทางการเมืองที่ต่อต้าน คสช. ซึ่งผมจำเป็นต้องเอ่ยชื่อเพื่อ ถือเป็นการคารวะ นั่นก็คือคุณอิทธิพล สุขแป้น หรือดีเจซุนโฮ คุณวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ คุณสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือสุรชัย แซ่ด่าน คุณชัชชาญ บุปผาวัลย์ หรือสหาย ภูชนะ คุณไกรเดช ลือเลิศ หรือสหายกาสะลอง คุณชูชีพ ชีวะสุทธิ์ หรือลุงสนามหลวง คุณกฤษณะ ทับไทย หรือสหายยังบลัด และคุณสยาม ธีรวุฒิ หรือสหายข้าวเหนียวมะม่วง ส่วนอีก ๑ คนคือคุณเด่น คำแร่ ก็เป็นแกนนำชาวบ้านที่ต่อต้านนโยบายทวงคืนผืนป่าที่รังแก คนจนของ คสช. ซึ่งในจำนวน ๙ คนนี้มี ๓ คนที่ถูกพบว่าเสียชีวิตแล้ว ซึ่งได้แก่คุณชัชชาญ และคุณไกรเดชที่ถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมและถ่วงปูนจนศพมาเกยฝั่งแม่น ้าโขง และคุณเด่น ที่พบข้าวของเครื่องใช้และชิ้นส่วนกะโหลกตกอยู่กลางป่า ส่วนผู้ที่ถูกซ้อมทรมานก็มักเป็น กลุ่มบุคคลที่รัฐมองพวกเขาอย่างมีอคติ เช่น เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๒ เกิดกรณี ของคุณอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ที่บาดเจ็บสาหัสขนาดถูกสอบสวนในค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี ทว่าฝ่ายเจ้าหน้าที่กลับอ้างว่าเขาลื่นล้มในห้องน ้า และท้ายที่สุดก็เสียชีวิต ในเวลาต่อมา เหตุการณ์ทั้งหลายนี้ทำให้เมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๓ ภาคประชาชน ทั้งองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนตลอดจนครอบครัวของเยื่อผู้ถูกกระทำ ได้ร่วมกันยื่นร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการซ้อมทรมานและการอุ้มหายฉบับประชาชน ต่อคณะกรรมการ การกฎหมายซึ่งขณะนั้นมีอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล เป็นประธาน ซึ่งก็ได้ผลักดัน ในที่ประชุมกันต่อไป โดยได้มีมติให้กรรมาธิการแต่ละท่านไปปรึกษาหารือกันในพรรคตัวเอง เพื่อที่จะเสนอ พ.ร.บ. ดังกล่าวร่วมกันในเวลาต่อมา โดยที่มีความตั้งใจว่าจะไม่มีการแบ่งแยก ฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ทว่าในวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๖๓ เกิดกรณีการอุ้มหายอีกครั้งกับคุณ วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมทางการเมืองที่มีประวัติต่อต้าน คสช. คณะกรรมาธิการ การกฎหมายจึงเร่งดำเนินการโดยนำร่างของประชาชนมาแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความ สมบูรณ์ยิ่งขึ้นแล้วเสร็จเสนอต่อสภาเมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๓ โดยร่วมลงชื่อโดย ส.ส. ทั้งหมด ๑๐๑ คน จากทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านมีผม และเพื่อน ส.ส. จากพรรคก้าวไกล รวมอยู่ด้วย สาระสำคัญของร่างดังกล่าวคือการกำหนดให้การซ้อมทรมานและการอุ้มหาย เป็นความผิดตามกฎหมาย โดยผู้มีความผิดรวมถึงผู้มีส่วนร่วมที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ ผู้บังคับบัญชาที่ปล่อยปละละเลย และผู้กระทำผิดนอกราชอาณาจักรด้วย และให้ผู้เสียหายหมายความรวมถึงคู่ชีวิต บุพการี ผู้สืบสันดานของผู้ถูกกระทำด้วย อีกทั้งให้มีการตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การซ้อมทรมานและการอุ้มหาย มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบายและหลักเกณฑ์ ที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหาย และรวมถึงการป้องกันมิให้มีการปกปิดการควบคุมตัว บุคคล และกำหนดให้เจ้าหน้าที่ที่ควบคุมตัวบุคคลต้องบันทึกและรายงานข้อมูลผู้ถูกคุมตัว โดยญาติของผู้ถูกคุมตัวหรือคณะกรรมการมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูล หากปฏิเสธก็มีสิทธิร้อง ต่อศาลเพื่อให้ศาลสั่งให้เปิดเผยข้อมูลได้ หรือหากมีข้อร้องเรียนว่ามีการกระทำความผิด เกิดขึ้นคณะกรรมการก็สามารถที่จะร้องขอต่อศาลเพื่อให้สั่งยุติการกระทำได้ นอกจากนี้ เมื่อเทียบกับร่างฉบับของคณะรัฐมนตรีแล้ว ร่างของกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ยังมีการเพิ่มความผิดฐานกระทำการที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือที่ย ่ายี ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ คือการกระทำที่ทำให้เกิดอันตรายแก่กาย จิตใจ หรือลดคุณค่า ความเป็นมนุษย์ของบุคคลเข้ามา และให้ความผิดทั้งหมดตามร่าง พ.ร.บ. นี้ไม่มีอายุความ เนื่องจากเป็นความผิดที่ใช้เวลายาวนานในการรวบรวมพยานหลักฐานและพิจารณา ข้อเท็จจริง หรือในส่วนของคณะกรรมการในร่างฉบับของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนก็กำหนดให้มีตัวแทนจากผู้ที่ได้รับความเสียหายเข้ามาเป็น กรรมการโดยให้ตัวแทนของพรรคการเมืองต่าง ๆ ในสภาร่วมเป็นผู้สรรหาด้วย ทั้งโดย อำนาจหน้าที่ยังสามารถติดตามตรวจสอบการกระทำผิดได้โดยไม่ต้องรอให้มีการร้องเรียน ก่อน ตรวจเยี่ยมสถานที่ควบคุมตัวโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า และเรียกบุคคลหรือเอกสาร หลักฐานต่าง ๆ มาพิจารณาได้ และอีกข้อหนึ่งที่สำคัญ คือกำหนดให้มีการสืบสวน สอบสวน คดีการซ้อมทรมานและอุ้มหายที่เกิดขึ้นก่อนที่ร่าง พ.ร.บ. นี้จะบังคับใช้ด้วย เพื่อช่วยค้นหา ความจริงและคืนความยุติธรรมให้แก่ผู้ที่ถูกกระทำในอดีต เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วจะเห็นว่า ร่างของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนนั้นมีความเข้าอก เข้าใจและมอบการคุ้มครองแก่ผู้ถูกกระทำมากกว่า และแม้ว่าจะได้ยื่นต่อสภาไปตั้งแต่เมื่อ ๑ ปีแล้ว แต่น่าเสียดายที่ร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวกลับถูกบรรจุต่อท้ายจากร่าง พ.ร.บ. อื่น ๆ อีกนับร้อยฉบับที่ถูกเสนอโดย ส.ส. หรือภาคประชาชน ผิดกับร่าง พ.ร.บ. ที่ถูกเสนอโดย คณะรัฐมนตรีที่มักจะได้รับอภิสิทธิ์ในการจัดให้เป็นเรื่องด่วนเสมอในทันที ต้องรอกระทั่ง จนเกิดโศกนาฏกรรมอีกครั้งจากการซ้อมทรมานผู้ต้องหาจนเสียชีวิต โดยผู้กำกับ สภ. เมือง นครสวรรค์ เมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม ปี ๒๕๖๔ เราจึงเพิ่งจะได้มาพิจารณาร่างกฎหมายนี้ในวันนี้
สุดท้ายนี้ครับท่านประธาน ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการกับหลักการในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสิ้นสุดวงจรอุบาทว์ที่ประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะคนที่เห็นต่างจาก รัฐและผู้มีอำนาจ ต้องถูกรุมทุบตีจนบาดเจ็บล้มตายหรืออุ้มหายไปอย่างไร้ร่องรอยโดยที่ ไม่แม้แต่จะมีใครเสนอหน้าออกมาแสดงความเห็นที่เกี่ยวข้อง ปล่อยให้ครอบครัวผู้ถูกกระทำ รอคอยความยุติธรรม หรือแม้กระทั่งรอคอยข้อเท็จจริงอย่างไร้จุดหมาย ทุกวันนี้พี่สาว คุณวันเฉลิม แม่ของคุณสยาม ภรรยาของคุณสุรชัยก็ยังคงหวังที่จะได้ทราบถึงสิ่งที่เกิดขึ้น กับคนที่พวกเขารัก แม้ไม่กล้าหวังว่าจะได้ชีวิตกลับมาเป็น ๆ กลับมาแล้วก็ตาม ครอบครัว ของคุณอับดุลเลาะห์ก็ยังรอวันที่คนผิดจะถูกลงโทษ และที่น่าสลดใจที่สุดเมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม ปี ๒๕๖๔ คุณสุภาพ คำแหล้ ภรรยาของคุณเด่นได้เสียชีวิตลงโดยไม่มีโอกาส แม้แต่จะได้เห็นร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ถูกนำมาพูดถึงในสภา เพราะฉะนั้นแล้วอย่าปล่อยให้มี ครอบครัวไหนต้องมาทนทุกข์ทรมานแบบนี้เลย และอย่าปล่อยให้มีทุรชนหน้าไหนคิด เหิมเกริมกว่านี้อีก ได้คร่าชีวิตผู้อื่นอย่างโหดเหี้ยม ลอยนวลพ้นผิดไปอย่างน่าเสียดาย ท่านประธานครับ บางทีเรื่องเลวร้ายต่าง ๆ คงจะหมดไปถ้าเราได้พิจารณากฎหมายฉบับนี้ ความเร็วร้ายทั้งปวงอาจจะไม่เกิดขึ้น ดังนั้นนี่คือโอกาสที่สภาแห่งนี้จะได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง เสียที ขอบคุณครับ