สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๑๕ กันยายน ๒๕๖๔

มานพ คีรีภูวดล สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและ การกระทำให้บุคคลต้องสูญหาย โดยมุ่งเน้นการแทรกแซงกระบวนการสืบสวนสอบสวนและออกกฎหมายฉบับนี้เพื่อคุ้มครองเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชน

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ผมขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและ การกระทำให้บุคคลต้องสูญหาย ในส่วนของฉบับกรรมาธิการ ท่านประธานครับเป็นเวลา ประมาณ ๑๒ ปี ถ้าผมดูตามประวัติศาสตร์ของการพยายามที่จะให้มีกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งเป็นเวลาที่ยาวนานที่ประชาชนภาคส่วนต่าง ๆ ได้เห็นความรุนแรง การกระทำที่เป็นส่วน หนึ่งของเจ้าหน้าที่รัฐที่มีผลกระทบกับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นทำอย่างไรให้สภาแห่งนี้ ได้ดำเนินการผลักดันให้มันมีกฎหมายที่ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนและเกิดความเป็นธรรม ทุกฝ่าย ผมมีเหตุผลสนับสนุนอยู่ ๒ ปัจจัย คือปัจจัยภายนอกแล้วก็ปัจจัยภายใน ท่านประธานครับ ปัจจัยภายนอกประเทศไทยได้มีการลงนามอนุสัญญาระหว่างประเทศ ๒ ฉบับที่มีความสำคัญ ซึ่งเป็นเงื่อนไขอย่างหนึ่งที่ประเทศไทยต้องกลับมาปรับปรุงกฎหมาย ต้องทำให้กระบวนการยุติธรรมสอดคล้องกับข้อตกลงอนุสัญญาทั้ง ๒ ฉบับ ฉบับแรก ที่เราใช้ชื่อว่าย่อว่า ซีเอที (CAT) หรือว่าอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการหรือ การลงโทษที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือย ่ายีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ๒๕๒๗ ซึ่งประเทศไทย ได้ลงนาม เมื่อปี ๒๕๕๐ ท่านประธานครับ ฉบับที่ ๒ ที่เราเรียกว่าซีอีดี (CED) อนุสัญญา ระหว่างประเทศว่าด้วยเรื่องของการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการสูญหาย การสูญหาย สาบสูญโดยบังคับ ๒๕๔๙ ซึ่งประเทศไทยได้ลงนามไว้ เมื่อปี ๒๕๕๕ทั้ง ๒ อนุสัญญานี้ ท่านประธานครับ ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ประเทศไทยจะต้องไปประชุมที่เจนีวาและจะต้อง สื่อสารอธิบายความคืบหน้าของประเทศไทยว่าจะต้องดำเนินการในประเด็นนี้อย่างไร อันนี้เป็นเหตุผลปัจจัยภายนอกครับประธานครับ ทีนี้ปัจจัยภายในท่านประธานครับ ท่านสมาชิกก็ได้อธิบายไปหลายรายแล้ว ตลอดระยะเวลา ๔๐ ปีนี้คนไทยถูกบังคับให้สูญหาย อย่างที่เราทราบก็คือประมาณ ๘๖ ราย ท่านประธานครับยังไม่ได้นับรวมถึงคนที่ถูกทรมาน ในวิธีการต่าง ๆ ซึ่งเป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่รัฐอันนี้เป็นประเด็นที่สำคัญ ผมอยากจะ ยกตัวอย่างให้เห็นชัดขึ้นท่านประธานครับ กรณีคุณบิลลี่พอละจี รักจงเจริญ ตามสไลด์ (Slide) ที่เห็นนี้นะครับ เหตุเกิดเมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๕๗ คุณบิลลี่เขาเป็นผู้ที่ต่อสู้เรื่อง สิทธิชุมชน สิทธิมนุษยชน ที่ถูกกระทำโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ในผืนป่าแก่งกระจาน วันที่ ๑๗ เขาเดินทางออกจากหมู่บ้านพร้อมกับน ้าผึ้งเพื่อที่จะไปร่วมงานกิจกรรมสงกรานต์รดน ้าดำหัว ผู้หลักผู้ใหญ่ แต่ระหว่างทางกระบวนการยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับเขาไม่เป็นธรรมกับเขา สิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณบิลลี่พอละจี ท่านประธานครับ เราพบว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำ การควบคุม ควบคุมตัวโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่ถูกกระบวนการที่กฎหมายได้รับรองเขียน ไว้ อันนี้ประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ เราพบว่ามีการแทรกแซงกระบวนการสืบสวนสอบสวนเป็นไป โดยไม่อิสระ เพราะฉะนั้นคนตัวเล็กตัวน้อยที่เป็นตัวแทนของประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อย ที่ออกมาลุกขึ้นเพื่อที่จะเรียกร้องความเป็นธรรมความถูกต้องสิ่งที่เขาถูกกดทับโดยเจ้าหน้าที่ ของรัฐ เมื่อเขาออกมาต่อสู้เรียกร้องเพื่อเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน เขาถูกกระทำโดย ฝีมือของเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะฉะนั้นอย่างไรก็ตามแต่ ท่านประธานครับกฎหมายฉบับนี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับพี่น้องประชาชนและที่สำคัญก็คือกฎหมายฉบับนี้ ก็จะคุ้มครองเจ้าหน้าที่รัฐที่มีอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายมอบให้ แล้วก็จะเป็นการดี ทั้ง ๒ ฝ่าย สุดท้ายท่านประธานครับ ผมคิดว่าสภาแห่งนี้เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนเรื่องสิทธิ มนุษยชนเพื่อที่จะตอบโจทย์และอธิบายกับนานาอารยประเทศได้ตามอนุสัญญา ๒ ฉบับ ที่ประเทศไทยได้ลงนามเพื่อที่จะคุ้มครองให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนคนตัวเล็ก ตัวน้อยคนที่ต่อสู้กับกระบวนการยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับทั้งกับตัวเองและครอบครัวหรือกับ สังคม ที่ลุกขึ้นมาเพื่อที่จะบอกความเป็นจริงและพร้อมที่จะสู้กับความไม่ถูกต้องได้รับการ คุ้มครองขณะเดียวกันผมคิดว่าเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐกระบวนการ กฎหมายอย่างนี้ ผมคิดว่าเป็นเครื่องมือเป็นกลไกสำคัญที่จะตอบโจทย์ทั้งผู้ที่ลุกขึ้นมา เรียกร้องกระบวนการอยุติธรรมและผู้ที่อยู่ในบทบาทหน้าที่ที่จะต้องรักษากฎหมายผดุงความ ยุติธรรม ท่านประธานครับผมอยากจะเห็นกฎหมายฉบับนี้ออกมาโดยเร็ว โดยกระบวนการ ของพวกเรา ผมคิดว่าหากเราในสภาแห่งนี้ และนอกสภาพี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม หากพวก เราไม่ดำเนินการอย่างจริงจัง การทรมาน การอุ้มหาย ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ผมคิดว่าพวก เราทุกคนที่อยู่ในห้องนี้ ครอบครัวพวกเราทุกคนที่อยู่ในห้องนี้ ครอบครัวพวกเราทุกคนที่อยู่ในห้องนี้ ญาติพี่น้อง ของเราทุกคนที่อยู่ที่บ้านก็มีสิทธิที่จะได้รับการกระทำอย่างคนที่เกิดขึ้นในอดีต ๘๖ คน เหมือนกันครับ เพื่อไม่ให้เกิดสิ่งเหล่านี้กับพวกเรา ครอบครัวของเรา ญาติพี่น้องของเรา จำเป็นอย่างยิ่งที่สภาแห่งนี้จะต้องช่วยกันผลักดันให้มีกฎหมายฉบับนี้ ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน