อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อภิปรายเรื่องร่าง พ.ร.บ. ป้องกันการซ้อมทรมานและการอุ้มหาย โดยกล่าวถึงการปฏิบัติการชะลอความจริง และการลิดรอนละเมิดสิทธิเสรีภาพของสื่อสารมวลชน
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากนครปฐมค่ะ ท่านประธานคะ วันนี้หลังจากเสร็จประชุมแล้วดิฉันกลับบ้าน ทุกคนในที่นี้กลับบ้าน รวมทั้งคิดว่าท่านประธานก็คงไม่ได้ไปเถลไถลที่ไหนนะคะ ท่านประธานก็คงกลับบ้านเช่นเดียวกัน ถ้าวันนี้เรากลับไปที่บ้านแล้วสมาชิกที่บ้านของเรา อยู่ไม่ครบหายไปสักคนหนึ่ง ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราจะต้องรอให้ครบ ๔๘ ชั่วโมง เพื่อที่จะไปแจ้ง ความที่ สน. ได้ ตอนนี้ดีขึ้นค่ะรอเพียงแค่ ๒๔ ชั่วโมง เราสามารถที่จะไปแจ้งความได้ว่าให้ ดำเนินคดีเรื่องคนหายค่ะ ท่านประธานคะ ๒๔ ชั่วโมงแห่งการรอคอยเราก็ได้ทราบรสชาติ ของความความทุกข์ทรมาน แต่สำหรับคนที่ต้องลาจากกันไปตลอดชีวิต โดยที่จากกันไป ตลอดชีวิตกับครอบครัวโดยที่ไม่ได้ร ่าลาค่ะ เราจินตนาการถึงความเจ็บปวดแบบนั้น แทบจะไม่ได้เลยถ้าไม่ได้เป็นผู้ที่ประสบเหตุนั้นด้วยตัวเองนะคะ ในประเทศที่การซ้อมอุ้มฆ่า ยังเกิดอยู่ต่อเนื่องตลอดมาหลายสิบปีโดยที่เรายังไม่มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลยนะคะ เกิดจากวัฒนธรรมอำนาจนิยมของประเทศนี้คะ ประเทศนี้เต็มไปด้วยสิ่งที่น่าสงสัยแล้วก็ไม่มี คำตอบนะคะ ในประเทศที่กลัวความจริง ท่านประธานคะ ประเทศเรามีคุกลับจริง หรือเปล่าคะ ดิฉันจะถามใครได้ ประชาชนที่สงสัยจะถามใครได้ว่าเรามีคุกลับอยู่ในประเทศนี้ จริงหรือเปล่าใน พ.ศ. นี้ ท่านประธานคะ เรายังใช้จารีตนครบาลในการทำกับผู้ต้องสงสัย จารีตนครบาลที่ถูกยกเลิกไปแล้วตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ จารีตนครบาลคือการซ้อมทรมาน ผู้ต้องหาด้วยการตอกเล็บ บีบขมับ เรายังทำสิ่งนั้นผู้ใน พ.ศ. นี้บนโรงพัก เพียงแค่เปลี่ยน วิธีการ เปลี่ยนอุปกรณ์ที่ใช้มาเป็นถุงดำ เปลี่ยนอุปกรณ์ที่ใช้มาเป็นการใช้ผ้าชุบน ้าห่อหุ้ม ร่างกายเพื่อให้การซ้อมทรมานไม่เกิดบาดแผลภายนอกแต่ช ้าในตายค่ะท่านประธาน ท่านประธานคะ ทั้ง ๆ ที่ประเทศเราได้ร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาต่อต้านการซ้อมทรมานมานาน ถึง ๔๔ ปีแล้ว ทั้ง ๆ ที่ปฏิญญาสากลว่าด้วยเรื่องสิทธิมนุษยชนในข้อ ๕ มีข้อห้ามในการซ้อม ทรมาน และทั้ง ๆ ที่มีภาคประชาสังคม มีกลุ่มก้อนในสังคม เป็นต้นว่าแอมเนสตี (Amnesty) ประเทศไทยได้พยายามผลักดันวาระนี้นะคะ วาระในการเสนอกฎหมายป้องกันการทรมาน และอุ้มหาย ทำอย่างนี้มา ๑๐ กว่าปีแล้วในภาคประชาสังคมค่ะ ก็ไม่เคยเกิดผล และ ท่านประธานคะ ท่านประธานทราบไหมคะว่ากฎหมายฉบับนี้ได้เคยเข้ามาพิจารณาวาระหนึ่ง ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เป็นจำนวนถึง ๔ ครั้งแล้ว แต่ละครั้งนี้ก็ถูกปัดตกไปด้วยอุปสรรค ต่าง ๆ นานา ไม่เคยไปถึงฝั่งฝัน เราจึงยังไม่ได้กฎหมายในเรื่องนี้เกิดขึ้นมาสักที ท่านประธานคะ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้นะคะจึงมีความจำเป็นที่ดิฉันจะต้องยืนขึ้นแล้วก็อภิปราย เพื่อสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ป้องกันการซ้อมทรมานและการอุ้มหายฉบับของกรรมาธิการค่ะ รัฐบาลไม่ได้เคยแสดงความจริงใจในการที่จะทำให้เกิดกฎหมายนี้ขึ้นมา เห็นได้ชัดเจนจากที่ คณะทำงานขององค์การสหประชาชาติได้เคยยื่นจดหมายขอมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็น ทางการเพื่อจะทำงานด้านนี้ แต่เกิดอะไรขึ้นคะท่านประธาน รัฐบาลไทยไม่อนุมัติให้มาเยือน เป็นทางการค่ะ เมื่อขอมามาก ๆ เข้าคณะทำงานชุดนี้เป็นคณะทำงานขององค์การ สหประชาชาติ เมื่อขอมามากเข้าปรากฏว่าอนุญาตให้เข้ามาเยือนประเทศไทยได้ แต่จะต้อง เป็นแบบไม่เป็นทางการ แล้วแบบเป็นทางการกับแบบไม่เป็นทางการมันต่างกันอย่างไรคะ การมาเยือนแบบไม่เป็นทางการมันมีผลทำให้คณะทำงานชุดนี้ไม่สามารถออกรายงาน ไม่มี อำนาจที่จะทำรายงานยื่นต่อสหประชาชาติได้ อีกครั้งค่ะท่านประธานความไม่จริงใจได้แสดง ออกมาอย่างเป็นรูปธรรมเมื่อคณะทำงานชุดนี้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยก็ถูกเจ้าหน้าที่รัฐ ตามประกบอยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งในโรงแรมที่พักก็ไปตามประกบทำให้ญาติผู้เสียหาย ทั้งหลายทั้งปวงไม่สามารถเข้าถึงคณะทำงานชุดนี้ได้ค่ะ ทั้งหมดนี้เป็นการปฏิบัติการเพื่อชะลอความจริง เป็นการปฏิบัติการเพื่อต่อลมหายใจให้ผู้นำ โง่ โอหัง และคลังอำนาจได้อยู่ในตำแหน่งต่อไป ไม่ใช่เฉพาะการทำลายประชาชนด้วยความ โหดเหี้ยม ป่าเถื่อน ไม่ใช่เฉพาะการบุกอุ้มหาย คนไทยที่เห็นต่างทั้งในประเทศ แม้กระทั่งหนี ไปต่างประเทศ ไม่ได้ร่วมใช้อากาศหายใจกับพวกท่านแล้วก็ยังตามไปอุ้มหายอยู่ที่ชายแดน ที่ประเทศเพื่อนบ้านของเรานะคะ รวมทั้งที่สำคัญที่สุดคือการลิดรอนละเมิดสิทธิเสรีภาพของ สื่อสารมวลชน เราจะเห็นได้ชัดเจนเมื่อ ๒-๓ วันที่แล้วที่สมรภูมิดินแดงที่มีคนโกธรแค้น รัฐบาลและออกมามีม็อบ (Mob) อยู่ที่นั่น รัฐบาล คฝ ได้ทำการให้หยุดเฟซบุ๊กไลฟ์ (Facebook Live) แล้วก็จับตัวแอดมินเพจ (Admin Page) เหล่านี้ไม่ให้ทำงานไม่ให้ใน ขณะที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ด้วย เป็นการกักขังหน่วงเหนี่ยวไม่ให้ออกมาปฏิบัติหน้าที่ ท่านประธานคะ พ.ศ. ๒๔๗๒ ส.ส. อีสานถูกอุ้มหาย ไม่กี่วันพบศพ ปี ๒๕๑๐ เหตุการณ์ ถังแดง ตอนนี้ก็มีอนุสาวรีย์อยู่ ปี ๒๕๓๔ ทนง โพธิ์อ่าน ถูกอุ้มหายในตำแหน่งวุฒิสภา และประธานสหภาพแรงงาน ปี ๒๕๓๕ พฤษภาทมิฬ เป็นการหายไปทั้งกลุ่ม ปี ๒๕๔๗ ทนายสมชาย นีละไพจิตร ถูกอุ้มหายหลังจากที่ไปแจ้งความกล่าวโทษว่าตำรวจ ๕ นายซ้อม ทรมานผู้ต้องหา การอุ้มฆ่าแม่ลูกตระกูลศรีธนะขัณฑ์ คดีทนายสมชาย นีละไพจิตร เป็นคดีแรก ทนายสมชายเป็นเหยื่อรายแรกที่คดีถูกนำขึ้นสู่การพิจารณาของศาล ผลการพิจารณาคดีในศาลชั้นต้น ศาลได้เอาผิดกับนายตำรวจ ๑ ใน ๕ แต่เมื่อคดีมาถึงศาล ฎีกา ศาลฎีกาได้ยกฟ้องทั้งหมดทั้ง ๕ คนค่ะท่านประธาน และถึงจะมีความผิดในกรณีนี้ ก็จะเป็นความผิดที่เป็นฐานความผิดที่ละเมิดต่อเสรีภาพ ซึ่งเป็นฐานความผิดที่มีโทษที่ อัตราต ่ามาก คือจำคุกไม่เกิน ๓ ปี ท่านประธานคะ ถึงเวลาแล้วดิฉันยืนยันว่าการปกป้อง ประชาชนให้ปลอดภัยจากการถูกทรมานและบังคับสูญหายเป็นหน้าที่โดยตรงของรัฐบาล และไม่ใช่เพียงเท่านั้น หน้าที่ของรัฐบาลยังครอบคลุมไปถึงการติดตามสืบสวน สอบสวนหา ความจริง และเยียวยาช่วยเหลือก็เป็นหน้าที่ของรัฐเช่นกัน ชะตากรรมที่น่าเศร้า เราขอให้ที่ ประชุมแห่งนี้ร่วมกัน ถ้าเราอยากจะเป็นสภาที่ทรงเกียรติ กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมาย ที่มีขึ้นเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพของประชาชน ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจะผ่านร่างกฎหมายนี้วันนี้ในวาระแรก ขอบคุณค่ะ