สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๑๕ กันยายน ๒๕๖๔

สุพิศาล ภักดีนฤนาถ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและ การกระทำให้บุคคลสูญหาย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบและดำเนินการอย่างโปร่งใส พร้อมเรียกร้องให้คณะกรรมการสิทธิมนุษย์ชนเป็นผู้เสียหายในกรณีที่ไม่มีผู้เสียหาย และขอให้กรมคุ้มครองสิทธิได้รับเงินทุนในการดำเนินการ

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่าน ประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมขอมาสนับสนุนญัตติของเพื่อน ส.ส. และท่าน ส.ส. สิระ เจนจาคะ ในญัตติดังกล่าว ที่กระผมกับพวกได้ร่วมลงชื่อในร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและ การกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... ผมเริ่มอย่างนี้ครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ท่านเคยอ่านหนังสือเล่มนี้ไหมครับ ชื่อว่า เมื่อผมถูกทรมานจึงมาตามหาความยุติธรรม ของ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม โดยคุณสมชาย หอมลออ กับคณะ ในหน้าแรกครับท่านประธาน ซึ่งมี คุณสมศักดิ์ ชื่นจิตร เขียนไว้ว่า แพะรับบาปไม่ใช่นิยาย แต่ขึ้นอยู่กับใครจะโชคร้ายกลายเป็น แพะ ผมมีความเชื่ออย่างสุจริตว่าไม่มีแพะตัวสุดท้ายในประเทศนี้ มีแต่ใครจะเป็นแพะตัว ต่อไปและเมื่อใดเท่านั้น ในหนังสือเล่มนี้ครับ ในหน้า ๑๗๕-๑๘๐ พูดถึงข้อเสนอแนะ ๑๓ ประเด็น ผมไม่อ่านครับ แล้วก็มีข้อเสนอแนะจากสาเหตุ ๔ สาเหตุในหนังสือเล่มนี้ครับ พูดถึงการที่เจ้าหน้าที่ในที่ลับ ทำในที่ลับ ไม่มีผู้เห็น มีผู้เห็นไม่กล้าจะเป็นพยาน เจ้าหน้าที่ ฝึกฝนมาอย่างดี ถ่ายทอดวิชามารด้วยการทรมาน พนักงานสอบสวนเบี่ยง ไม่รับคดี ไม่รับแจ้งความในการทรมานดังกล่าว และอันที่ ๔ เรื่องของการทรมานเป็นประจำเป็น วัฒนธรรมของเจ้าหน้าที่ กราบเรียนอย่างนี้ครับผมมี ๔ ประเด็นครับ

ในประเด็นแรกคือเรื่องฐานความผิดครับท่านประธาน ความผิดนั้นพูดง่าย ๆ ว่าในมาตรา ๕ ระบุไว้แล้วชัดเจนนะครับเรื่องการทรมานคืออะไร แล้วนี่เรื่องมาตรา ๖ ก็พูดถึงเรื่องการสูญหายในร่างชัดเจน ผมไม่พูดซ ้านะครับ เพราะจะเสียเวลาผม แต่สิ่งสำคัญ คืออย่างนี้ครับท่านประธานครับ ผู้เสียหายมิใช่มีแค่บิดา มารดา ภรรยา บุตร หรือ ผู้สืบสันดานเท่านั้นที่จะเขียนกฎหมายไว้ว่าเป็นผู้เสียหาย ผมว่าถ้ากรณีไม่มีผู้เสียหาย ไม่ปรากฏ ควรจะให้คณะกรรมการสิทธิมนุษย์ชนเป็นผู้เสียหายก็ได้ นี่คือคำแก้ ที่ผมจะเขียนในคำแปรญัตติของผมมาตราแรกครับ เพราะว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๒๔๗ (๖) ท่านประธานครับ ให้อำนาจหน้าที่ของ กสม. มีอำนาจหน้าที่ ตามที่กฎหมายบัญญัติใช้วงเล็บนี้เลยครับ (เพื่อเป็นผู้เสียหาย)

ในประเด็นถัดไปครับ มาตรการในการป้องกันและปราบปราม เจ้าหน้าที่ ของรัฐที่กระทำไม่ใช่ตำรวจอย่างเดียวนะครับท่านประธาน อย่าคิดว่าเป็นตำรวจครับ ทหาร ผู้ใช้กฎหมายอื่น ๆ อีกนี่ครับ เจ้าหน้าที่ที่คุมกฎหมายพระราชบัญญัติต่าง ๆ ที่มีอำนาจควบคุม จับกุม นั่นก็ตัวดี และสุดท้ายครับท่านประธาน ราชทัณฑ์ ผู้ที่ใช้อำนาจ ควบคุม ก็นี่ก็เป็นหนึ่งของผู้ที่เรียกว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐ ท่านประธานครับ ในอดีตนั้นการ จับกุมนั้นจะต้องมีความโปร่งใสครับ แล้วขัดความโปร่งใสมันถึงเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ ในกระบวนการชั้นสอบสวน ชั้นการจับกุมควบคุมก็ต้องมีกระบวนการที่เป็นข้อมูลโปร่งใส เปิดให้ราษฎรเข้าไปเห็น จารีตนครบาลเดิมต้องหายหรือสลายลงไปเลยครับท่านประธาน ไม่มีอีกแล้วปัจจุบันนี้ ท่านประธานครับ ท่านเคยได้ยินไหมครับว่าตำรวจ เจ้าหน้าที่ เอาเครื่องบินฮอครับ แล้วถีบลงจากเครื่องบิน เจ้าหน้าที่เอาถุงคลุมปิดตามืด ๆ แล้วเอาปืน มาหมุนให้ลูกโม่มันดังครืด ครือ ครืด แล้วเอามือจับให้ผู้ที่ถูกซ้อมจับปืนเพื่อเหนี่ยวไกตัวเอง เจ้าหน้าที่เอาผู้ถูกจับไปนอนกอดน ้าแข็ง ไปดีดอวัยวะด้วยไฟฟ้า ท่านประธานครับ นี่มีเยอะแยะไปหมดเลยครับ จารีตนครบาลตอกเล็บ บีบขมับ ที่เหมือนแบบนี้ควรจะเลิก เลิกเสียในยุคนี้ครับท่านประธาน ต้องไม่มีครับ เพราะว่านั่นคือสิ่งที่เจ้าพนักงานของรัฐ จดจำหรือพักลักจำที่ผิดมา และมุ่งเน้นด้วยเจตนาที่ผิดในการกระทำ กล้าลงมือ รวมทั้งเจ้านายเขาด้วยครับที่รู้เห็น นั่นคือสิ่งที่เป็นบ่อเกิดในอดีต

ประเด็นที่ ๓ คือมาตรการจะเยียวยาครับท่านประธาน ผมมีมาตรการ เยียวยา ที่สำคัญคือศาลต้องพิจารณาอย่างรวดเร็ว แล้วก็สิ่งสำคัญคือต้องมีกองทุนครับ ท่านประธาน ผมเปิดคำนิยามว่ากองทุนคือกองทุนที่สนับสนุนกฎหมายนี้นะครับ ต้องมีครับ ไม่มีไม่ได้ กรมคุ้มครองสิทธิต้องมีกองทุนเพื่อใช้เงิน ขาดเรื่องนี้เรื่องเดียวครับ เพราะท่านจะ ไม่มีกองทุน เพราะว่าท่านต้องใช้กองทุนไปดูแลอะไรครับ ไปดูแลคนที่มาให้ข้อมูล ให้ข่าวสาร หรือคนที่เป็นญาติพี่น้องทางด้านเศรษฐกิจ ทางด้านการเงิน สถานที่อยู่ เปลี่ยนแปลงชื่อ ความปลอดภัย ที่ซ่อนเร้นต่าง ๆ ท่านต้องใช้ สุดท้ายครับท่านประธาน มาตรการสุดท้ายคือคดีนี้ต้องไม่มีอายุความ และจำไว้นะครับว่าก่อนที่จะเกิดคดีนี้มีคดีเก่า ครับท่านประธาน เช่น คดียาเสพติดและถูกคลุมถุง คดียาเสพติดจะต้องถูกโอนย้าย คดีที่เป็นสาเหตุหลักของคดีจะต้องถูกโอนย้ายครับท่านประธาน ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นคนทำ สุดท้ายจริง ๆ ครับท่านประธาน ในชั้นหลักการนี้กระผมรับหลักการนะครับ แต่ผมมีคำแปรญัตติ ที่สำคัญคือการอุ้มหายและการซ้อมทรมานยังมีอยู่ครับท่านประธาน ต้องแก้ครับ