ณัฐวุฒิ บัวประทุม อภิปรายร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและบุคคลสูญหาย โดยเน้นความจำเป็นในการตรากฎหมายเฉพาะที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ครอบคลุมนิยามชัดเจน การตั้งคณะกรรมการอิสระ กลไกสืบสวน เยียวยา และอายุความที่เหมาะสม เพื่อให้การคุ้มครองเป็นรูปธรรมและยุติปัญหาการทรมานและบุคคลสูญหายอย่างถาวรในประเทศ.
ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ผมเป็นหนึ่งในผู้ลงนามมีส่วนร่วมในการนำเสนอร่างพระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... ในฉบับที่เป็น ฉบับของคณะกรรมาธิการกฎหมายสิทธิมนุษยชนและการยุติธรรมที่มีคุณสิระ เจนจาคะ เป็นประธานคณะกรรมาธิการครับ ด้วยเหตุดังกล่าวครับ ผมจึงเป็นคนแรกของพรรคก้าวไกล ที่จะนำภาพรวมให้เห็นว่าประเด็นเรื่องของคำอภิปรายต่อร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้นั้น มี ๔ เรื่องใหญ่ ๆ ผมขอสไลด์ (Slide) ด้วยนะครับที่ผมจะขอพูดก่อนที่จะมีการรับหรือไม่รับ หลักการด้วยกัน
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
เรื่องที่ ๑ ก็คือประเด็น เรื่องของนิยามความหมายตลอดจนการให้ความสำคัญต่อประเด็นเรื่องการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย
เรื่องที่ ๒ คือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นในบริบทภายในประเทศ หรือที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย
เรื่องที่ ๓ เป็นการต่อพันธกรณีหรืออนุสัญญาระหว่างประเทศ ตลอดจน กลไกระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเข้าไปเกี่ยวข้อง
เรื่องที่ ๔ ก็คือสิ่งที่ควรมีและควรจะพิจารณารับหรือไม่รับในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ ผมขอสไลด์ (Slide) หน้าที่ ๒ ที่จะอธิบายเพื่อย ้าให้เห็นว่า ท่านประธานที่เคารพ ครับ ประเด็นเรื่องนิยามความหมายของการทรมานที่เรียกว่าทอร์เจอร์ (Torture) ในภาษาอังกฤษนั้นผมหยิบยกมาจากอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมานแคต (CAT) ในฉบับที่ประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิก ผมไม่พูดซ ้ากับประเด็นของท่านอื่น ๆ ที่พูดถึงว่า การทรมานนั้นหมายความว่าการกระทำใด ๆ ที่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดทุกข์ทรมานใด ๆ ต่าง ๆ แต่ผมย ้าและไฮไลต์ (Highlight) ในประเด็นตอนท้ายให้เห็นครับว่ากระบวนการของ การกระทำดังกล่าวนั้นอาจเกิดขึ้นโดยตรง หรือเกิดโดยการยุยง หรือโดยความยินยอม หรือรู้เห็นเป็นใจของเจ้าพนักงานของรัฐ นั่นหมายถึงว่าไม่ว่ารัฐจะเป็นผู้กระทำโดยตรง หรือไม่ แต่การที่รัฐหรือรัฐบาลในขณะนั้นหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐในระดับผู้บังคับบัญชา ปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำ นั่นก็เรียกว่าเป็นการกระทำทรมานเช่นเดียวกัน ส่วนประเด็นเรื่องการกระทำให้บุคคลสูญหายโดยการถูกบังคับครับ ในสไลด์ (Slide) ในหน้าที่ ๓ หน้าถัดไปครับ ก็คือการอธิบายว่าเอนฟอร์ซ ดิสแอปเพียเรนซ์ (Enforced Disappearance) ความหมายโดยนัยที่อยู่ในอนุสัญญาที่เรียกว่าไอซีพีพีอีดี (ICPPED) นั้นเขียนว่าอย่างไร แล้วท่านจะเห็นได้ว่าการกระทำดังกล่าวนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากการที่หาไม่ เจออย่างเดียวนะครับ แต่หมายรวมถึงการปกปิดชะตากรรมหรือที่อยู่ของบุคคลที่สูญหาย ด้วย ท่านประธานครับ ชีวิตใคร ใครก็รัก ชีวิตของคนที่ไม่รู้ว่าชะตากรรมของคนในครอบครัว ของตนเองอยู่ที่ใดเหมือนแก้วที่มันร้าวไม่สามารถที่จะประสานกลับมาได้อีก ด้วยเหตุ ดังกล่าวครับในทั่วโลกสากลนั้น จึงยอมรับกันว่าการกระทำทรมานและการกระทำให้บุคคล สูญหาย ถือเป็นอาชญากรรมร้ายแรง ๑ ใน ๔ รูปแบบในสไลด์ (Slide) ที่ ๔ ครับ ที่มี อนุสัญญาธรรมนูญกรุงโรมและหลักการของศาลอาญาระหว่างประเทศ ถึงแม้ไทยไม่ยอมเข้า เป็นภาคีสมาชิกหรือยังไม่มีผลในไทยที่บอกว่าเป็นอาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติ หรือไครม์ อะเกนสต์ ฮิวแมนนิตี (Crime Against Humanity) นั่นเป็นประเด็นเรื่องของการให้ ความสำคัญเป็นประการที่ ๑ ครับ ประการที่ ๒ ในสไลด์ (Slide) ถัดไปในหน้า ๕ ท่านประธานครับ ผมแยกให้เห็นว่าสถานการณ์การบังคับให้บุคคลสูญหายนั้นมีรายงาน อย่างเป็นทางการที่สุด ไม่ได้เกิดขึ้นจากองค์กรในประเทศไทย แต่เกิดขึ้นจากองค์กรที่เป็น คณะทำงานในระดับสหประชาชาติ เขาย ้าแต่เพียงปี ๒๕๒๓ จนถึงปี ๒๕๖๑ ว่าอย่างน้อย มีคนที่ถูกบังคับให้สูญหายในประเทศถึง ๘๖ คน ท่านสมาชิกพูดถึงท่านหะยีสุหลง อับดุลกอเดร์ ท่านสมาชิกพูดถึงท่านเตียง ศิริขันธ์ ท่านสมาชิกพูดถึงกรณีถีบลงเขา เผาลง ถังแดง แต่นับตั้งแต่ปี ๒๕๒๓ จนถึงปี ๒๕๖๑ ครับ ไม่ว่าจะเป็นกรณีของคุณทนง โพธิ์อ่าน ซึ่ง ๓๐ ปีชะตากรรมของเขาวันนี้ยังไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ใด ไม่ว่าจะเป็นกรณีของทนายสมชาย นีละไพจิตร คุณสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ คุณพอละจี รักจงเจริญ คุณกมล เหล่าโสภาพันธ์ พ่อเด่น คำแหล้ ตลอดจนถึงคุณวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ในปัจจุบันนี้ นั่นเป็นเพียงตัวอย่าง เบื้องต้นเท่านั้น ย้อนกลับมาดูประเด็นในหน้าสไลด์ (Slide) ถัดไปครับ เป็นประเด็นเรื่อง การบังคับการทรมาน มีรายงานอย่างเป็นทางการที่สุดในช่วง ๒ ยุคด้วยกันนะครับ ก็คือ รายงานของศูนย์ทนายความมุสลิม เพื่อนสมาชิกหลายคนก็เป็นหนึ่งในทนายความมุสลิม ที่ชี้ให้เห็นว่าอย่างน้อยมี ๓๖๔ รายระหว่างปี ๒๕๕๐ ถึงปี ๒๕๕๗ ที่มีการกระทำการทรมาน และนับแต่ปี ๒๕๕๗ หลังการรัฐประหารเป็นต้นมาก็มีอีกอย่างน้อย ๒๕๐ เรื่องที่มี การรวบรวมโดยกลุ่มด้วยใจ มูลนิธิผสานวัฒนธรรมภายใต้คณะกรรมการสหประชาชาติ ที่บอกว่ายังมีการทรมานที่เกิดขึ้นในจังหวัดภาคใต้ กรณีของท่านอับดุลเลาะห์ อีซอมูซอ กรณีของอิหม่าม ยะผา กาเซ็ง ท่านประธานครับ กรณีของครอบครัวชื่นจิตร ซึ่งวันนี้มายื่น หนังสือต่อที่ประชุมสภาแห่งนี้ เขาต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิของผู้ถูกกระทำทรมาน ๑๒ ปีเต็ม ในการต่อสู้เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม นั่นเป็นเหตุผลสาธารณะประการที่ ๒ ที่ชี้ให้เห็นว่า เราจำเป็นต้องมีกฎหมายเฉพาะในการพิจารณา ประการที่ ๓ ในสไลด์ (Slide) ถัดไป ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกหลายคนได้พูดถึงการตอบต่ออนุสัญญาระหว่างประเทศ แต่เพื่อนสมาชิกไม่ได้บอกว่าเราเป็นภาคีสมาชิกเฉพาะอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้าน การทรมาน แต่อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลจากการสูญหาย สาบสูญ โดยถูกบังคับพี่ไทยไม่ได้ลงนามให้สัตยาบรรณ ฉะนั้นการจะมีกฎหมายฉบับนี้หรือไม่ท่านก็ ต้องคิดถึงการให้สัตยาบรรณหรือการลงนามเพื่อให้กฎหมายอนุสัญญาระหว่างประเทศ ฉบับนี้มีผลไปด้วย แต่ในขณะเดียวกันครับ เราอย่าทำให้กฎหมายเป็นแต่เพียงเครื่องสำอาง ที่ไปตอบโจทย์กลไกของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติที่เรียกว่า ยูพีอาร์ (UPR) ซึ่งมีกว่า ๑๐ ประเทศที่ตั้งคำถามถึงประเทศไทย ๒-๓ วันนี้มีสถานทูต ๕ ประเทศอียู (EU) ที่บอกว่าเราจำเป็นต้องมีกฎหมายฉบับนี้ นั่นเป็นประการที่ ๓
ประการที่ ๔ เป็นประการสุดท้ายในเหตุและผลของการที่จะรับหรือไม่รับ หลักการ ผมขออนุญาตท่านประธานต่อไปอีกนิดหนึ่งครับ ผมดูทั้ง ๔ ร่างนะครับ สไลด์ (Slide) หน้าถัดไปครับ มันมีคำถามอยู่ทั้งหมด ๔ ประการด้วยที่ผมคิดว่าเป็นคำถามสำคัญ ต่อการจะพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้
คำถามประการที่ ๑ ก็คือคำถามที่บอกว่านิยามที่อยู่ในร่างกฎหมายนั้น ครอบคลุมและจำเพาะเจาะจงต่อการปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการทรมานหรือการอุ้มหาย จริงหรือไม่ ร่างของกระทรวงยุติธรรมไม่มีคำว่า การย ่ายีอย่างไร้มนุษยธรรมหรือไร้ศักดิ์ศรีซึ่ง เป็นหนึ่งในเรื่องของการทรมาน
คำถามประการที่ ๒ คือเราจะมีคณะกรรมการในระดับชาติที่เป็นอิสระมา จากสัดส่วนของผู้ที่สูญหาย ผู้ที่สูญเสีย สัดส่วนขององค์กรที่เกี่ยวข้องที่เป็นอิสระจริงหรือไม่
คำถามประการที่ ๓ คือกระบวนการในการสืบสวนสอบสวน กระบวนการ ระงับเหตุที่รวดเร็วและมีมาตรการในการเยียวยา
และคำถามประการที่ ๔ ก็คือตัวเนื้อหากฎหมายนั้นต้องเป็นเนื้อหาที่ตอบ โจทย์การป้องปรามไม่ให้เกิดการกระทำทรมานหรือการสูญหายอีก และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องมีอายุความที่ยาวกว่าที่เป็นอยู่ในกฎหมายอาญาปัจจุบัน ท่านประธานครับ ในนามของ พรรคก้าวไกลผมต้องขอโทษต่อผู้สูญเสียทุกคนที่สภาแห่งนี้เราน่าจะทำกฎหมายฉบับนี้ได้เร็ว กว่านี้ แต่หากจะเป็นไปได้ผมคิดว่าการเยียวยาและการคืนความยุติธรรมที่จะเกิด ในร่างกฎหมายฉบับนี้นั้น หากจะเป็นและมีขึ้นจริงก็ขอให้ไม่มีใครที่จะตกเป็นบุคคลที่สูญ หายหรือถูกกระทำทรมานอีก ขอให้กฎหมายนี้จบในรุ่นเราจริง ๆ ขอบคุณครับท่านประธาน