สุทัศน์ เงินหมื่น หารือปัญหาการทรมานและการทำให้บุคคลสูญหายที่เกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐในอดีต พร้อมเสนอร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและบุคคลสูญหาย เพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เสริมสร้างกลไกตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐ และให้ความยุติธรรมแก่ผู้ได้รับผลกระทบ ตามพันธกรณีระหว่างประเทศและหลักการรัฐธรรมนูญ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผม พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ทุกท่าน ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย มีหลักการและเหตุผล ดังนี้
หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมานและ การกระทำให้บุคคลสูญหาย โดยกำหนดให้การค้นตัว จับ คุมขัง หรือกระทำการใด อันกระทบกระเทือนต่อเสรีภาพในร่างกายของบุคคลจะต้องมีการแจ้งสิทธิและจัดทำบันทึก การควบคุมตัวตามที่กฎหมายนี้กำหนดโดยไม่เลือกปฏิบัติ รวมทั้งกำหนดให้ศาลยุติธรรม เป็นกลไกสำคัญในการตรวจสอบการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ของรัฐ อันกระทบกระเทือนต่อ เสรีภาพในร่างกายบุคคล สร้างระบบความพร้อมรับผิดและลบล้างวัฒนธรรม ปล่อยให้คนผิด ลอยนวล ตลอดจนมีกลไกมีสนับสนุนช่วยเหลือให้ผู้ได้รับความเสียหายได้รับความเป็นธรรม ผ่านการช่วยเหลือทางกฎหมาย เพื่อติดตามตรวจสอบและนำตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมาเข้าสู่ กระบวนการยุติธรรมทางอาญาและมาตรการชดเชยฟื้นฟูเยียวยาความเสียหายทางร่างกาย จิตใจ สังคม และการป้องกันไม่ให้กระทำการละเมิดเกิดซ ้าอีก
เหตุผล โดยการที่ทรมาน การกระทำ หรือการลงโทษที่โหดร้ายไร้ มนุษยธรรม หรือย ่ายีศักดิ์ศรีและการกระทำให้บุคคลเสียหาย ซึ่งกระทำโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ซึ่งไม่อาจยกเว้นให้กระทำได้ไม่ว่าสถานการณ์ ใด ๆ อีกทั้งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้บัญญัติให้รัฐมีหน้าที่คุ้มครองสิทธิและ เสรีภาพในชีวิตและร่างกายของบุคคล จากการถูกค้น จับ คุมขัง หรือกระทำการใด อันกระทบกระเทือนต่อเสรีภาพในร่างกายเกินสมควรแก่เหตุที่กฎหมายกำหนด ยิ่งไปกว่านั้น การทรมาน การทารุณกรรม หรือการลงโทษด้วยวิธีโหดร้าย หรือไร้มนุษยธรรมนั้นจะกระทำ มิได้ ประกอบกับประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีของอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติ หรือการลงโทษอื่นที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรม หรือย ่ายีศักดิ์ศรี และได้ลงนามในอนุสัญญา ระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการบังคับให้หายสาบสูญ จึงต้องมี บทบัญญัติที่กำหนดฐานความผิดเป็นการเฉพาะ ตลอดจนมีมาตรการในการป้องกันและ ปราบปราม มาตรการเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายและมาตรการอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามข้อบทในอนุสัญญาดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นการ กระทำการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยให้เทียบเท่าสากล และสอดคล้องกับ หลักการของรัฐธรรมนูญจึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้
ท่านประธานที่เคารพ การทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายนั้น เป็นการกระทำที่ทารุณโหดร้ายและเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง กรณีที่เกิดขึ้น ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการกระทำโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะ ในรัฐเผด็จการ เช่น การทรมานเพื่อให้ได้มาซึ่งคำรับสารภาพ หรือบังคับให้เป็นพยาน หรือ การจับกุม การฆ่า ทำให้สูญหาย หรือกรณีอุ้มหาย หรือทรมานฆ่าผู้มีความคิดเห็นทางการ เมืองแตกต่าง หรือทรมานทำให้เสียชีวิต หรือทำให้หายตัวไป ท่านประธานที่เคารพ สำหรับ ในประเทศไทยนั้นได้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ต่อบุคคลจำนวนมาก นับตั้งแต่เปลี่ยนแปลง การปกครอง ๒๔๗๕ เป็นต้นมา ซึ่งเป็นผลของการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะสมัย รัฐเผด็จการ กระผมขออนุญาตที่จะยกตัวอย่างบางตัวอย่าง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในประเทศไทย เพื่อกราบเรียนท่านประธาน ท่านประธานครับ กรณีที่เกิดขึ้นในประเทศไทย หลายกรณีด้วยกัน หลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔๗๕ นั้น เช่น กรณีการสังหาร อดีตรัฐมนตรี ๔ คน เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม เวลา ๐๓.๐๐ นาฬิกา ได้มีการนำตัวอดีตรัฐมนตรี ๔ คน ซึ่งถูกจับกุมออกจากสถานีตำรวจเพื่อที่จะอ้างว่าย้ายที่คุมขัง ขออนุญาตเอ่ยนามคือ ๑. นายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ ส.ส. จังหวัดอุบลราชธานี ๒. นายถวิล อุดล ส.ส. จังหวัดร้อยเอ็ด ๓. ดอกเตอร์ทองเปลว ชลภูมิ ส.ส. จังหวัดสมุทรสาคร ๔. นายจำลอง ดาวเรือง ส.ส. จังหวัดมหาสารคาม ทั้ง ๔ ท่านนี้เป็นรัฐมนตรี เป็นอดีตรัฐมนตรี ขณะที่มีการย้ายที่คุมขัง ได้ถูกยิงที่สี่แยกบางเขน โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐอ้างว่าเป็นการแย่งชิงตัวจากโจรจีนมลายู แต่ไม่ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐแม้แต่คนเดียวถูกยิงหรือเสียชีวิต และจากการพิจารณา ในศาลนั้นชัดเจนว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งศาลได้มี คำพิพากษาฎีกาปรากฏชัดเจน รายละเอียดจะปรากฏในคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าว อีกกรณีหนึ่งท่านประธานครับ กรณี นายเตียง ศิริขันธ์ อดีตรัฐมนตรี ๓ สมัย ส.ส. จังหวัดสกลนคร ๕ สมัย ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นขุนพลภูพาน ถูกอุ้มฆ่า พบศพถูกเผาที่ป่า จังหวัดกาญจนบุรี อีกกรณีหนึ่งครับท่านประธานที่เคารพ มีความจำเป็นที่จะต้องเรียน ท่านประธานเป็นข้อมูลและเป็นข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการพิจารณา กรณีท่านหะยีสุหลง โต๊ะมีนา ซึ่งขอประทานโทษทายาทของท่านก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั่งอยู่ที่นี่ ซึ่งท่านหะยีสุหลงเป็นผู้นำชาวมุสลิมนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ท่านเป็นโต๊ะอิหม่าม ที่มีชื่อเสียง เป็นผู้นำจิตวิญญาณและปัญญาชนของชาวไทย เชื้อสายมุสลิม โดยเฉพาะ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านได้หายไปพร้อมกับลูกชายและคนสนิท ซึ่งมีการติดตาม พบว่าถูกถ่วงน ้าที่ทะเลสาบสงขลา ท่านเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๔๙๗ และ เป็นที่แปลกประหลาดที่สุดก็คือเมื่อประมาณปี ๒๕๕๙ ได้มีทายาทของบรรดาผู้ที่กระทำ ให้เกิดการสูญหายของท่านหะยีสุหลง ได้เดินทางไปร่วมในพิธีการครบรอบการเสียชีวิตของ ท่านหะยีสุหลง โดยมีการกล่าวขอโทษญาติพี่น้องของท่านหะยีสุหลงโดยระบุว่า ขอแสดงความเสียใจและขอโทษแทน ซึ่งบรรพบุรุษชั้นผู้ใหญ่ของท่านเป็นผู้มีส่วน ในการกระทำให้เกิดความเสียหาย ให้เกิดการอุ้มหายหรือเกิดการทารุณ กรณีนายสะอิ้ง มารังกูล อดีต ส.ส. จังหวัดบุรีรัมย์ กรณีนายชวินศักดิ์ คำ อดีต ส.ส. จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเสียชีวิตโดยมีเงื่อนงำ การล้อมปราบและการทำให้สูญหายในเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ การสูญหายในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ การที่ผู้นำแรงงานคุณทนง โพธิ์อ่าน ได้ถูกอุ้มหายไป ก่อนที่จะเดินทางไปประชุมแรงงานสากลที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เพราะท่านผู้นี้เป็นผู้ที่ แถลงการณ์ต่อต้าน รสช. ในขณะนั้น กรณีการสูญหายของทนายสมชาย นีละไพจิตร ซึ่งเป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน การฆ่าและอุ้มหายในสงครามปราบปรามยาเสพติด กรณีการฆ่าและทรมานทำให้สูญหายและถึงแก่ความตายกรณีตากใบและกรือเซะ กรณีการหายตัวของนายสุรชัย แซ่ด่าน การหายตัวของวันเฉลิม ศักดิ์สิทธิ์ การหายตัวของ นายพอละจีหรือบิลลี่ รักจงเจริญ และล่าสุดกรณีการกระทำของเจ้าพนักงานตำรวจ ซ้อมทรมานจนถึงแต่ความตายที่จังหวัดนครสวรรค์ ท่านประธานที่เคารพ กรณีเหล่านี้ เป็นเพียงบางตัวอย่างที่เกิดขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะกระบวนการยุติธรรมที่ขาด ความสม ่าเสมอและมีหลายมาตรฐาน รวมทั้งขาดกลไกและขาดผู้รับผิดชอบโดยตรง รวมทั้งขาดกฎหมายที่สามารถบังคับใช้ได้เป็นการเฉพาะ ไม่มีบทลงโทษที่ชัดเจน ไม่มีกลไก การตรวจสอบ ไม่มีการควบคุมการกระทำความผิดหรือไม่มีกลไกพิเศษในการรับมือกับ ความซับซ้อนของคดี กระผมและคณะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ ในนามพรรคประชาธิปัตย์จึงได้เสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ ตั้งแต่วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๓ เพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น การเสนอกฎหมายฉบับนี้เป็นการสอดคล้องกับนโยบายกับพรรคประชาธิปัตย์และสอดคล้อง กับการที่ประเทศไทยได้ลงนามในอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติ หรือ การลงโทษอื่นที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรม ซึ่งย ่ายีศักดิ์ศรีและสอดคล้องกับอนุสัญญา ระหว่างประเทศ ว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากกรณีบังคับให้หายสาบสูญ ซึ่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีสาระสำคัญย่อ ๆ ทั้งหมด ๔๘ มาตรา เริ่มต้นด้วยบทนิยาม ซึ่งบทนิยามดังกล่าวนี้จะค่อนข้างที่จะสอดคล้องกับอนุสนธิสัญญาตามที่กระผมได้กราบเรียน แล้ว ซึ่งมีคำนิยามว่าให้หมายความคำว่า กรณีการทรมาน การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทำประการใด ๆ ให้ผู้อื่นเกิดความเจ็บปวดหรือทุกข์ทรมานอย่างร้ายแรงแก่ร่างกายหรือ จิตใจเพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีการพูดถึงการละเมิดสิทธิและการเยียวยา ในมาตรา ๖ มาตรา ๗ มีการบัญญัติถึงลักษณะการกระทำการทรมาน การบังคับบุคคล ให้สูญหาย การกระทำหรือลงโทษที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือย ่ายีศักดิ์ศรีในร่างมาตรา ๘ ถึงมาตรา ๑๘ ซึ่งการดำเนินคดีอาญานี้ได้กำหนดจะไม่ให้มีการเริ่มนับอายุความจนกว่า จะได้พบบุคคลที่ถูกกระทำให้สูญหาย หรือปรากฏหลักฐานน่าเชื่อว่าบุคคลนั้นถึงแก่ ความตาย หมายความว่าไม่มีการนับอายุความจนกว่าจะพบเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น เมื่อพบบุคคลถึงแก่ความตาย หรือปรากฏหลักฐานว่าสูญหายแล้วจึงเริ่มนับอายุความ ๕๐ ปี ความผิดตามกฎหมายฉบับนี้ให้ถือเป็นคดีพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ และให้พนักงานอัยการเป็นผู้รับผิดชอบ สำนวนการสอบสวนไม่อยู่ในอำนาจของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ กรณีทหารกระทำความผิดจะต้องขึ้นศาลพลเรือน คือศาลคดีอาญาทุจริต ไม่ให้ขึ้นศาลทหาร เพราะถือว่าศาลทหารนั้นมีอัยการและมีตุลาการ เป็นทหาร ท่านประธานที่เคารพครับ การดำเนินสิทธิของผู้ถูกควบคุมตัว กระบวนการ ควบคุมตัวและการปล่อยตัวมีอยู่ในร่างมาตรา ๒๗ ถึงร่างมาตรา ๓๕ และมีรูปแบบของ คณะกรรมการป้องกันและการปราบปรามการทรมานการกระทำให้บุคคลสูญหาย ในร่าง มาตรา ๓๖ ถึงร่างมาตรา ๔๓ ที่เหลือเป็นบทกำหนดโทษรวมทั้งหมด ๔๘ มาตรา ท่านประธานที่เคารพ โดยเหตุผลดังกล่าวนี้กับกระผมและสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ จึงได้เสนอร่างกฎหมายฉบับนี้มาเพื่อโปรดให้สภาพิจารณา ขอบคุณครับท่านประธาน