กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ หารือถึงความจำเป็นในการตรากฎหมายป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับให้สูญหาย เพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามรัฐธรรมนูญและพันธกรณีสากล โดยเสนอร่าง พ.ร.บ. จากพรรคประชาชาติที่มีรายละเอียด 51 มาตรา เพื่อให้สภาพิจารณาในวาระแรกและตั้งกรรมาธิการศึกษา หลังประสบปัญหาละเมิดสิทธิในพื้นที่ชายแดนใต้มานานและต้องการให้มีกรอบกฎหมายรองรับการเยียวยาอย่างเป็นระบบ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดนราธิวาส ประกอบด้วย อำเภอบาเจาะ อำเภอยี่งอ อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร พรรคประชาชาติ ท่านประธานครับ ผมได้รับมอบหมายจากพรรคประชาชาติในฐานะที่พรรคประชาชาติ ได้ยื่นญัตติพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับให้สูญหายต่อ สภาแห่งนี้ตั้งแต่วันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๓ โดยมีหลักการให้มีกฎหมายว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทรมานและการบังคับให้สูญหาย และมีเหตุผลก็คือว่าโดยที่การทรมาน การกระทำที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือที่ย ่ายีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการบังคับบุคคล ให้สูญหายซึ่งกระทำโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ซึ่งไม่อาจยกเว้นให้กระทำได้ไม่ว่าสถานการณ์ใด ๆ อีกทั้งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้บัญญัติให้รัฐมีหน้าที่คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกายของบุคคลจากการ ถูกค้นตัว จับคุมขัง หรือถูกกระทำการใดอันกระทบกระเทือนต่อสิทธิเสรีภาพในชีวิตและ ร่างกายเกินสมควรแก่เหตุผลที่กฎหมายกำหนด ยิ่งไปกว่านั้นการทรมาน ทารุณกรรม หรือ การลงโทษด้วยวิธีโหดร้าย หรือไร้มนุษยธรรมนั้นจะกระทำมิได้ ประกอบกับประเทศไทย ได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน หรือการปฏิบัติ หรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย ่ายีศักดิ์ศรี และได้ลงนามอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วย การคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการบังคับให้สูญหาย จึงต้องมีบทบัญญัติที่กำหนดฐานความผิด เป็นการเฉพาะ ตลอดจนมีมาตรการป้องกันและปราบปรามมาตรการเยียวยาผู้เสียหาย และมาตรการอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามข้อบทในอนุสัญญาดังกล่าวได้อย่าง มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นการยกระดับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยให้เทียบเท่า สากลและสอดรับกับหลักการของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงจำเป็นต้องยื่น ตราพระราชบัญญัตินี้ต่อสภาเพื่อให้พิจารณา โดยในส่วนญัตติของพรรคประชาชาติได้ยื่น ไว้ทั้งหมด ๔ หมวดด้วยกัน ๕๑ มาตรา อาจจะแตกต่างกันในส่วนของกฎหมายของ คณะรัฐมนตรีที่เสนอต่อสภาแห่งนี้
ท่านประธานครับ โดยหลักการและเหตุผลกฎหมายฉบับนี้ที่ทางฝ่ายผม ในนามพรรคประชาชาติแล้วก็ของคณะรัฐมนตรีที่เสนอเข้ามาในสภาแห่งนี้ หลักการ เหตุผล ไม่ได้แตกต่างกันครับ แล้วก็ผมขอแสดงความรู้สึก รู้สึกดีใจมากครับที่กฎหมายฉบับนี้เราได้มี การพิจารณาในวันนี้ก่อนปิดสมัยประชุมนี้ แล้วก็ขอบคุณเพื่อนสมาชิก ขอบคุณท่านประธาน ที่ได้เลื่อนวาระการพิจารณา พ.ร.บ. ฉบับนี้ให้มีการพิจารณาในวันนี้ เพราะถ้าดูตามระเบียบ วาระที่ได้มีการยื่นเสนอเข้าสู่สภาก่อนหน้านี้แล้ว ผมนั่งคำนวณดูแล้วอาจจะไม่ทันสมัยนี้ แล้วก็ถ้าหากไม่ทันสมัยนี้สิ่งที่กังวลที่สุดสถานการณ์การเมืองหลังจากนี้หากมีการยุบสภา กฎหมายฉบับนี้ก็จะตกไป นั่นคือความรู้สึกที่ดีใจว่าสุดท้ายผมในนามพรรคประชาชาติ ในฐานะที่อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีเสียงเล่าลือพูดกันหนาหูว่าเป็นดินแดน แห่งการซ้อมทรมาน เป็นดินแดนที่มีการบังคับใช้กฎหมายพิเศษมาตลอดระยะเวลา ๑๗ ปี แต่ด้วยหลักการและเหตุผลของคณะรัฐมนตรีที่ยื่นเข้ามาถึงจะช้าแต่ก็ยังดีกว่าไม่มา พรรคประชาชาติเราได้ยินตั้งแต่วันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๓ คณะรัฐมนตรีเสนอมาในวันนี้ ผมในฐานะที่เคยเป็นทนายความมุสลิม ศูนย์ทนายความมุสลิมนราธิวาสก่อนที่จะได้รับ เลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๑๗ ปีที่คาดหวังว่าเราสมควรที่จะต้องมีกฎหมาย รองรับป้องกันการซ้อมทรมาน เพราะว่าตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ในมาตรา ๓ วรรคสอง ได้บัญญัติไว้ชัดเจนนะครับว่าคณะรัฐมนตรี รัฐสภา รวมตลอดถึงหน่วยงานของรัฐต้องปฏิบัติ ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย และหลักนิติธรรมนะครับ ผมขอย ้าว่าและหลักนิติธรรม ในวรรคสองของมาตรา ๓ แต่ทั้งหลายทั้งปวงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กฎหมายฉบับนี้ ได้เสนอเข้าสู่สภาขึ้นมันสะท้อนให้เห็นว่าหน่วยงานของรัฐเองยังละเมิดหรือไม่ปฏิบัติตาม กฎหมายอีกมาก กฎหมายปกติมันไม่สามารถเข้าถึงได้ จึงจำเป็นที่ต้องมีพระราชบัญญัติ ป้องกันปราบปรามการซ้อมทรมานและบังคับให้สูญหาย อย่างที่ผมเรียนท่านประธาน ตั้งแต่ต้นว่าในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก่อนที่ผมจะมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะที่ทำงานอยู่มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องในพื้นที่จาก การถูกบังคับใช้กฎหมายพิเศษ กฎอัยการศึก ๗ วัน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ๓๐ วัน รวมเป็น ๓๗ วัน เป็นจำนวนมากเป็นร้อยรายที่กล้าเปิดเผยข้อมูล แต่กฎหมายปกติไม่สามารถเข้าถึงได้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้กำลังทำลายระบบนิติธรรม หลายหน่วยงานบอกว่าพอเห็นกฎหมายฉบับนี้จะเข้ามา อ้างว่าเดี๋ยวเจ้าหน้าที่ทำงานลำบาก นั่นคือท่านกำลังไม่ได้มองถึงหลักนิติธรรมในการทำงาน ผมเชื่อว่าเมื่อกฎหมายฉบับนี้ผ่านวาระที่ ๑ จะได้มีการตั้งกรรมาธิการพิจารณากฎหมาย อีกหลายมาตรา อย่างที่ผมเรียนท่านประธานว่าฉบับที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอกับที่ทาง พรรคประชาชาติเป็นผู้เสนอมีรายละเอียดที่ต่างกันหลายอย่าง เริ่มตั้งแต่คำนิยามของการ ทรมาน คณะกรรมการที่มีการแต่งตั้งตาม พ.ร.บ. ที่คณะรัฐมนตรีเสนอกับทางฝ่ายผม ประชาชาติเสนอก็ต่างกันแต่ต่างกันไม่มาก รวมตลอดถึงในเรื่องของการเยียวยา ซึ่งตัวร่าง ที่ทางฝ่ายพรรคประชาชาติผมจะมีในเรื่องการเยียวยาด้วย แต่ว่าในส่วนตัวร่างของ คณะรัฐมนตรีให้อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการเป็นผู้กำหนด แต่ไม่ได้ระบุบัญญัติไว้ชัดเจน ในเรื่องของการเยียวยา ผมเรียนต่อท่านประธานอย่างนี้นะครับว่า เมื่อประมาณเดือน มิถุนายนปีนี้ผมมีเหตุการณ์ที่ตั้งกระทู้ถามในสภาแห่งนี้เกี่ยวกับการซ้อมทรมานในพื้นที่เขต พื้นที่ผม ก็คือที่ตำบลสุวารี อำเภอรือเสาะ การซ้อมทรมานตลอดระยะเวลาที่ผ่านแลเห็นได้ ว่ามีการวิวัฒนาการการซ้อมทรมาน ผมต้องขอขอบคุณบุคคลที่กล้านำคลิปวิดีโอ (Clip Video) คลุมถุงดำมานำเสนอต่อสังคมจนเป็นที่มา ผมเชื่อว่ากระแสตรงนั้นทำให้ คณะรัฐมนตรีหรือรัฐบาลต้องรีบเร่งเสนอกฎหมายเข้าสู่สภา เพราะว่าเสียงของพี่น้องผม เสียงของผมเองในสภาแห่งนี้นานมาแล้วเราส่งเสียงให้มีการออกกฎหมายฉบับนี้ แต่ทางฝ่าย บริหาร ฝ่ายรัฐบาล ยังไม่ได้ให้ความสำคัญ เพราะเสียงของผมยังไม่ดังพอ แต่ด้วยกระแส สังคมและภาคประชาสังคมหลาย ๆ ภาคส่วน หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่นครสวรรค์จึงได้มีการ พิจารณาเสนอกฎหมายเข้ามา ผมเชื่ออย่างนั้น แต่รายละเอียดต่าง ๆ หลาย ๆ ประเด็นอย่างที่ผมได้เรียนนำเสนอต่อท่านประธานนะครับว่า เราก็คงต้องไปว่ากัน ในกรรมาธิการ แล้วก็ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสภาของเราจะรับหลักการในวาระที่ ๑ เพื่อตั้ง กรรมาธิการ หลาย ๆ ประเด็นผมดูแล้วยังต้องมีการถก เรื่องเยียวยา เคส (Case) ที่ผมตั้ง กระทู้ในสภาแห่งนี้ จนถึงทุกวันนี้ที่ผมตั้งกระทู้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมวันก่อน การซ้อมทรมานมันเกิดวิวัฒนาการแถวบ้านผมมันไม่ใช่แค่คลุมถุงดำแล้วครับ มันทำให้ จิตหลอนจิตประสาท และมีอีกหลาย ๆ กรณีถุงดำก็ไม่ใช่เฉพาะถุงแห้ง ถุงเปียกก็มี การแก้ผ้าในห้องเย็น ถอดเสื้อผ้าทั้งหมดในห้องเย็นในอุณหภูมิที่ต ่า ก็เป็นลักษณะหนึ่ง ของการซ้อมทรมานและเกิดขึ้นจริงในสังคมนี้ ของประเทศนี้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมหวัง เป็นอย่างยิ่งว่าหากกฎหมายฉบับนี้ผ่านการพิจารณาในวาระที่ ๑ วาระที่ ๒ วาระที่ ๓ แล้ว มันสามารถจะเป็นเกราะป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชน แล้วก็มันจะทำให้หลักนิติธรรม ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญตามเจตนารมณ์ของการร่างรัฐธรรมนูญที่ระบุให้มีหลักนิติธรรม ให้หน่วยงานของรัฐปฏิบัติตามกฎหมายและหลักนิติธรรม มันจะเป็นรูปธรรมแล้วก็เป็นจริง ในทางปฏิบัติ สุดท้ายหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน จะได้อภิปรายสนับสนุน แล้วก็ผมเองในฐานะนับถือศาสนาอิสลาม อย่างที่เรียนท่านประธานว่า ดีใจที่สภาได้พิจารณา พ.ร.บ. ป้องกันการซ้อมทรมาน คงต้องกล่าวคำว่า อัลฮัมดุลิลลาฮ์ แล้วก็ซูโงะฮ์ต่ออัลเลาะห์ ซูบาฮะห์ซาลาห์ หรือขอบคุณพระเจ้าที่วันนี้กฎหมายป้องกันการซ้อมทรมานหรือป้องกัน การซอเล็มต่อพี่น้องมลายู จะได้มีการบังคับใช้เสียที ขอบคุณครับ