สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๑๕ กันยายน ๒๕๖๔

สมศักดิ์ เทพสุทิน เสนอร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย โดยมีหลักการและเหตุผลที่ชัดเจน และขอให้ที่ประชุมพิจารณาเพื่อพิจารณาอนุมัติ

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

เรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในนามของคณะรัฐมนตรีขอเสนอ ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้

หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมานและ การกระทำให้บุคคลสูญหาย เหตุผลโดยที่การทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ซึ่งกระทำโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงที่ไม่อาจกระทำได้ ไม่ว่าสถานการณ์ใด ๆ ดังนั้นเพื่อยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย สมควรกำหนดฐานความผิด มาตรการ ป้องกันและปราบปราม และมาตรการเยียวยาผู้ได้รับความเสียหาย ตลอดจนมาตรการอื่น ที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่น ที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมหรือที่ย ่ายีศักดิ์ศรี และอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการ คุ้มครองบุคคลทุกคนจากการบังคับให้สูญหายให้สาบสูญ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ โดยมีโครงสร้างและสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติประกอบไปด้วย ๕ หมวด ๓๔ มาตราดังนี้ อารัมภบทมาตรา ๑ กึ่งมาตรา ๔ กำหนดคำนิยาม คำว่า ผู้ได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่ของรัฐและคณะกรรมการ รวมทั้งกำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้ รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

หมวด ๑ บททั่วไป มาตรา ๕ ถึงมาตรา ๑๒ กำหนดฐานความผิดการทำ ทรมานและกระทำให้บุคคลสูญหาย กำหนดห้ามการทำทรมานและกระทำให้บุคคลสูญหาย ในทุกสถานการณ์และห้ามผลักดันบุคคลกลับไปเผชิญอันตราย รวมทั้งกำหนดให้สืบสวน จนกว่าจะพบบุคคลสูญหาย

หมวด ๒ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำ ให้บุคคลสูญหาย มาตรา ๑๓ ถึงมาตรา ๒๐ จัดตั้งคณะกรรมการ ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมเป็นประธานและมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านสิทธิมนุษยชน แพทย์ และด้านจิตวิทยา รวมทั้งสิ้น ๑๒ คน รวมเป็นกรรมการ โดยมีอำนาจหน้าที่เชิงนโยบายเพื่อวางแผนเกี่ยวกับการป้องกันปราบปรามและเยียวยาการ ทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย

หมวด ๓ การป้องกันการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย มาตรา ๒๑ ถึงมาตรา ๒๕ กำหนดให้ทุกหน่วยงานที่มีการจำกัดเสรีภาพบุคคล ต้องจัดทำ บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถูกจำกัดเสรีภาพ กำหนดหลักเกณฑ์ในการเปิดเผยข้อมูลของผู้ถูก จำกัดเสรีภาพและกำหนดให้มีมาตรการระงับการทรมานและการเยียวยาความเสียหาย เบื้องต้น

หมวด ๔ การดำเนินคดี มาตรา ๒๖ ถึงมาตรา ๒๗ กำหนดให้ความผิดตาม พระราชบัญญัติเป็นคดีพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษและให้กรมสอบสวน คดีพิเศษมีอำนาจหน้าที่สืบสวนสอบสวนเป็นหลักรวมทั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติ มิชอบเป็นศาลที่มีเขตอำนาจ

หมวด ๕ บทกำหนดโทษ มาตรา ๒๘ ถึงมาตรา ๓๔ กำหนดระวางโทษ ความผิดฐานกระทำทรมานและทำให้บุคคลสูญหาย เหตุเพิ่มโทษและเหตุบรรเทาโทษ รวมทั้งกำหนดโทษแก่ผู้บังคับบัญชาที่ทราบการกระทำความผิดของผู้ใต้บังคับบัญชา และไม่ดำเนินการป้องกันหรือระงับการกระทำความผิดนั้น ทั้งนี้ร่างพระราชบัญญัติ ได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนและวิเคราะห์ผลกระทบในการออกกฎหมาย ตามมาตรา ๗๗ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และตาม พระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๖๒ เรียบร้อยแล้ว โดยได้รับความเห็นชอบว่ามีความจำเป็นในการออกกฎหมาย นอกจากนี้ร่างพระราชบัญญัติยังมีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ ถึง พ.ศ. ๒๕๘๐ ในประเด็นยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม และประเด็นยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ โดยร่างพระราชบัญญัติจะเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการสร้างหลักประกันด้านสิทธิมนุษยชน แก่ประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับข้อตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีอันจะ ส่งผลให้เกิดความเป็นธรรมในสังคมและประเทศชาติได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ขอเรียนเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีร่างพระราชบัญญัติที่มีหลักการคล้ายคลึงกับร่างพระราชบัญญัตินี้อีก ๓ ฉบับ ที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและคณะ ได้แก่ ฉบับเสนอโดย นายสิระ เจนจาคะ นายสุทัศน์ เงินหมื่น และนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ซึ่งจะได้นำมาพิจารณาประกอบการ จัดทำร่างพระราชบัญญัติต่อไป กระผมในนามของคณะรัฐมนตรี จึงขอกราบเรียนท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ร่วมกันพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... ต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ