ขจิตร ชัยนิคม แสดงความไม่เห็นด้วยต่อการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค ตามคำสั่งของคสช. ฉบับที่ 19/2560 โดยระบุว่าคำสั่งนี้ทำลายหลักประชาธิปไตยและหลักการกระจายอำนาจ ซึ่งถูกก่อตั้งมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ปี 2516 และได้รับการปฏิรูปอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2520
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขณะนี้เรากำลังพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ท่านประธานครับ ใช้คำว่า การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค จริง ๆ แล้วผมต้องเรียนท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่าคำสั่ง คสช. ฉบับนี้ ๑๙/๒๕๖๐ มันเป็น การทำลายหลักประชาธิปไตย หลักการกระจายอำนาจโดยสิ้นเชิง ความพยายามในการ ปฏิรูปการศึกษาตั้งแต่ปี ๒๕๑๖ สมัยดอกเตอร์สิปปนนท์ เกตุทัต ขออนุญาตเอ่ยชื่อ แล้วดำรงมาจนกระทั่งครูลุกขึ้นมาเรียกร้องการปฏิรูปการศึกษาสำเร็จในปี ๒๕๒๐ จนกระทั่งเป็นแบบอย่างในการบริหารกระทรวงศึกษาธิการในระบบไตรภาคี ซึ่งครู โดยเฉพาะครูประถมศึกษาและครูประชาบาล รวมทั้งครูองค์กรต่าง ๆ ได้เคลื่อนไหวมา ตลอดระยะเวลา ๔๖ ปี มีการปฏิรูป มีการกระจายอำนาจการศึกษา มีเขตพื้นที่การศึกษา แล้วกระจายการบริหารบุคคลให้เขตพื้นที่การศึกษาไปบริหาร โดยมีองค์ประกอบในการ พิจารณาเป็นระบบไตรภาคี นั่นคือกรรมการโดยตำแหน่ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และ กรรมการที่เลือกมาจากผู้แทนครูในการพิจารณางานบริหารบุคคล ตลอดระยะเวลามีเสียง เรียกร้องว่ามีการเรียกเงินในคณะกรรมการต่าง ๆ ในทุกระดับที่ผ่านมา เสร็จแล้วพอมี คสช. ยึดอำนาจก็ออกคำสั่งนี้ ทำลายโครงสร้างซึ่งบอกว่ากระจายอำนาจไปยังเขตพื้นที่การศึกษา ตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งขึ้นมา ก็คือเรื่องเก่า ๆ ก็ให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน เสร็จแล้วก็รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นรองประธาน แล้วก็เอา ตัวแทน สพฐ. ตัวแทนอาชีวะ ตัวแทนการศึกษาต่าง ๆ มารวมกัน แล้วก็บอกว่าให้ปฏิรูป การศึกษาในภูมิภาคเสร็จแล้วก็เสกโครงสร้างไดโนเสาร์ ซึ่งผ่านไปแล้ว ๔๐ ปี กลับคืนชีพ โดยคำสั่งเผด็จการฉบับนี้ คืนชีพอย่างไร ตั้งศึกษาธิการภาค ๑๘ ภาค ตั้งศึกษาธิการจังหวัด ทั่วประเทศ ท่านประธานครับ ท่านลองคิดดูว่าถ้าโคราชเขาแบ่งการศึกษาออกเขตพื้นที่เป็น ๙ เขต ก็แปลว่ามีจังหวัดทางการศึกษาที่เขากระจายไปแล้ว ๑๙ จังหวัดซ้อนไปอยู่นั้น จังหวัดอุดรธานีมี ๔ เขตเขตพื้นที่การศึกษาเป็นเรื่องการกระจายอำนาจ กระจายการบริหาร บุคคล บริหารนโยบาย ประสิทธิภาพทางการศึกษาเขากระจายไปหมดแล้ว เขากำลัง ดำเนินการปฏิรูปสืบเนื่องมาจากปี ๒๕๑๖ ปี ๒๕๒๐ ปี ๒๕๔๒ ที่มีกฎหมายการศึกษา แห่งชาติฉบับแรกเขาดำเนินการมาแล้วโดยการกระจายอำนาจ โดยการให้ความไว้วางใจครู โดยการให้พี่น้องประชาชนเข้ามาร่วม เสร็จแล้ววันนี้เผด็จการยึดอำนาจ ออกคำสั่งบอกจะ ปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค ปฏิรูปอย่างไร ไม่มีอะไรใหม่นอกจากเอาอำนาจ มาไว้ที่จังหวัด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน แล้วให้ตัวแทนส่วนต่าง ๆ เข้ามา ท่านประธานครับ ใช้สมองคิดดูก็รู้ว่าจังหวัดหนึ่ง ถ้าโคราชของท่านเกษมที่เสนอกฎหมายนี้แก้ไข มี ๙ คณะ ที่ดูแลครูอยู่ในการบริหาร แล้วมารวมเป็นคณะเดียวโดยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ใช้สมองของมนุษย์ธรรมดาก็คิดได้ว่าความยุติธรรมระบบไหนจะดีกว่า แบ่งออกเป็นเขต ๓ อำเภอ มีคณะหนึ่งดูแลกัน แล้วนี่มีคณะเดียว อย่างจังหวัดอุดรธานีตอนนี้มี ๔ เขตพื้นที่ ตอนนี้มีคณะเดียว แล้วคิดว่าพอโดนคำสั่งนี้มันจะวิเศษขึ้นมาเลยหรือ รู้ปัญหามากกว่า กระจายไปใช่ไหม คำตอบก็คือไม่ใช่ วันนี้ครูก็รู้ ระบบบริหารยุติธรรมขึ้นไหม ไม่มี มีคุณธรรมมากไหม ไม่มี ดีขึ้นไหม ไม่ดีขึ้น ครูมีกำลังใจมากขึ้นไหมในยุคการปฏิรูปของคำสั่งนี้ ไปสำรวจเลย นี่คือความเคลื่อนไหวของ ครูทั่วประเทศ ต้องขอบคุณท่านนพคุณ รัฐผไท ในฐานะที่ท่านเป็นประธานคณะกรรมาธิการ การศึกษา แล้วท่านเอาความเดือดร้อนของครูมา เขาอยากยกเลิกคำสั่ง ๑๙/๒๕๖๐ แต่มันทำยังไม่ได้ เขาก็เลยบอกว่าเสนอกฎหมายแก้อำนาจการบริหารบุคคลไปยังเขตพื้นที่ หน่อยครับ ผู้แทนราษฎรในกรรมาธิการศึกษาทุกพรรคก็เลยเสนอมาอย่างไรครับ แล้วก็ไม่ทราบว่ากระบวนการแก้กฎหมายนี้จะเดินไปสุดทางหรือไม่ เพราะวันศุกร์นี้ จะมีพระราชบัญญัติปฏิรูปการศึกษาเข้ามา ซึ่งเป็นพระราชบัญญัติซึ่งแก้ไขครอบคลุมทั้งหมด ผมเรียนผ่านไปยังกระทรวงศึกษาธิการ ผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการไปแล้วก็ ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการที่นั่งอยู่ทั้งหมด ท่านได้ทำลายระบบการศึกษาของชาติ ที่กระจายอำนาจ ท่านกำลังสืบทอดคำสั่งอำนาจเผด็จการ นี่คือมือของเผด็จการอย่างไร ที่เอื้อมมาทำลายระบบโครงสร้างของการศึกษา ท่านอย่าภูมิใจนะว่าท่านกำลังปฏิรูป การศึกษาระดับภูมิภาค เอาสมองอะไรมาคิดไปทบทวนด้วย ขอบคุณมาก