ตรีนุช เสนอปรับโครงสร้างการศึกษา ยกเลิก อกศจ. เพิ่มอำนาจ กศจ.

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๑๕ กันยายน ๒๕๖๔

ตรีนุช เทียนทอง ชี้แจงเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค โดยเน้นการปรับโครงสร้างอำนาจหน้าที่ของ กศจ. และยกเลิก อกศจ. เพื่อให้ อ.ก.ค.ศ. จังหวัดหรือกรุงเทพมหานคร รับผิดชอบการบริหารงานบุคคลแทน พร้อมกำหนดบทบาทใหม่ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดและให้ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษารับผิดชอบการบริหารแทน เพื่อส่งเสริมการกระจายอำนาจสู่ระดับจังหวัดอย่างแท้จริงและยกระดับคุณภาพการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรมตามแนวทางรัฐธรรมนูญ

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ในนามของรัฐบาลนะคะ ดิฉันขอเสนอหลักการและเหตุผลประกอบ ร่างพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผลดังต่อไปนี้

หลักการ ร่างกฎหมายฉบับนี้เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายการปฏิรูปการศึกษา ในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ดังต่อไปนี้

๑. ยกเลิกของคณะกรรมการขับเคลื่อนในการแต่งตั้ง อกศจ. หรือเรียกว่า อนุคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด

๒. แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของ กศจ. ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการ บริหารงานบุคคล ซึ่งกฎหมายว่าด้วยระเบียบราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กำหนดไว้ให้เป็นอำนาจของ อ.ก.ค.ศ. หรือเรียกว่า อนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ. จังหวัด หรือ อ.ก.ค.ศ. กรุงเทพมหานคร

๓. ยกเลิกอำนาจหน้าที่ของ กศจ. ในการเสนอคณะกรรมการการขับเคลื่อน เพื่อแต่งตั้ง อกศจ.

๔. ยกเลิก อกศจ. โดยโอนอำนาจหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบริหาร งานบุคคลของ กศจ. ไปเป็น อ.ก.ค.ศ. จังหวัด หรือ อ.ก.ค.ศ. กรุงเทพมหานคร

๕. กำหนดให้มีคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จังหวัดในแต่ละจังหวัด และคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กรุงเทพมหานคร และให้อำนาจหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาตามกฎหมาย ที่ว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การบริหารงานบุคคล เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะอนุกรรมการดังกล่าว

๖. แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดให้มีอำนาจ ในการดำเนินงานเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลเฉพาะข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา ซึ่งอยู่ในสังกัดสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด

๗. แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของศึกษาธิการจังหวัด โดยยกเลิก อำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากำหนด ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถม และผู้อำนวยการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับ อ.ก.ค.ศ. เขต อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ การศึกษาประถม และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยม

๘. กำหนดให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยอนุมัติ อ.ก.ค.ศ. จังหวัด หรือ อ.ก.ค.ศ. กรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณีเป็นผู้มีอำนาจสั่งและบรรจุแต่งตั้ง ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแทน ศึกษาธิการจังหวัด โดยความเห็นชอบของ กศจ.

ในส่วนของเหตุผล ในการจัดการการศึกษาของประเทศในส่วนระดับภูมิภาค ในด้านโครงสร้างขององค์การทางด้านการบริหารการจัดการและด้านบุคคลที่เกี่ยวข้องถือว่า มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็มีผลต่อคุณภาพทางการศึกษาและการพัฒนาเยาวชน ซึ่งถือว่าเป็นทรัพยากรมนุษย์ แล้วก็เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศและเป็นอุปสรรค ในการขับเคลื่อนและในการพัฒนาการศึกษาของประเทศให้มีประสิทธิภาพเพื่อให้การ แก้ปัญหาส่วนใหญ่ได้รับการแก้ปัญหาโดยเร็ว และเพื่อประโยชน์ในการเตรียมการและ รองรับการปฏิรูปการศึกษา อันเป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งในการปฏิรูปประเทศตามที่ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

ท่านประธานที่เคารพคะ ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๕๙ เป็นต้นมา กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคโดยกำหนดให้มีคณะกรรมการ ศึกษาธิการจังหวัดหรือ กศจ. ขึ้นเพื่อทำหน้าที่ในการทำนโยบายและยุทธศาสตร์ ด้านการศึกษาให้ตอบโจทย์กับความต้องการในจังหวัด ตลอดจนการบริหารงานบุคคลของ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความโปร่งใสเป็นธรรมและตรวจสอบได้ ซึ่งทำให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานดังนี้ ๑. ในเรื่องของการโยกย้ายข้าราชการครู ข้ามเขตพื้นที่การศึกษาสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ๒. ในการเกลี่ยอัตรากำลังครูข้ามเขตพื้นที่การศึกษาและบูรณาการได้ในระดับจังหวัด ๓. การเลื่อนเงินเดือนเกิดความเป็นธรรมระหว่างพื้นที่การศึกษา เนื่องจากข้าราชการครู ที่สังกัดเขตพื้นที่การศึกษา เขต ๑ ส่วนใหญ่มักจะเป็นครูที่มีอายุราชการมากและมีฐาน เงินเดือนสูง ในขณะที่ข้าราชการครูที่สังกัดเขตพื้นที่การศึกษาเขตอื่น ๆ ที่อยู่ห่างไกลหรือ ทุรกันดารมักจะเป็นครูที่มีอายุน้อยและมีฐานเงินเดือนที่ต ่าทำให้มีการคำนวณค่าเฉลี่ย ในเรื่องของการขึ้นเงินเดือนในเขตพื้นที่การศึกษา เขต ๑ จะเฉลี่ยสูงกว่าเขตอื่น ๆ จึงทำให้ ข้าราชการครูที่มีอายุน้อยและมีฐานเงินเดือนที่น้อยอยู่แล้วย่อมขาดแรงจูงใจในการทำงาน ในพื้นที่ที่ห่างไกลและทำให้เกิดความขาดแคลนในพื้นที่ดังกล่าวได้ แต่อย่างไรก็ตาม ท่านประธานคะ กฎหมายเดิมที่ได้ใช้บังคับกันมาเป็นระยะเวลาพอสมควรแล้ว กระทรวงศึกษาธิการเองจึงได้เสนอเป็นหลักการของร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของการบริหารบุคคลให้มีเอกภาพ ให้มีความคล่องตัวและสามารถในการที่จะทำให้ การดำเนินการได้สอดคล้องตั้งแต่ระดับจังหวัดและเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาอย่าง เหมาะสม อีกทั้งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา ส่งเสริมให้เกิดการกระจายอำนาจการบริหารงานบุคคลสู่ระดับจังหวัดอย่าง แท้จริง ตลอดจนมุ่งก่อให้เกิดความโปร่งใสและความเป็นธรรมในการบริหารงานบุคคล อันจะส่งผลสำคัญต่อขวัญและกำลังใจให้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งจะเป็นผู้ปฏิบัติงานโดยตรง ขอบคุณค่ะ