ดะนัย มะหิพันธ์ ชื่นชมการทำงานของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาและเสนอให้แยกข้อมูลนักเรียนยากจนตามสังกัดเพื่อให้องค์กรต้นสังกัดช่วยติดตามตรวจสอบ รวมถึงยกตัวอย่างโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยเรียกร้องให้รายงานรายละเอียดจำนวนโรงเรียนในแต่ละสังกัดเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบได้ ดะนัย มะหิพันธ์ หารือมาตรการตอบสนองภาวะโควิด (COVID) โดยชื่นชมการวิเคราะห์ข้อมูลและวางมาตรการทั้งระยะสั้นและระยะยาว แต่เสนอข้อสังเกตว่าต้องตรวจสอบความสอดคล้องของแนวคิดกับกรอบอำนาจตามกฎหมาย เช่น การรวมอาสาสมัครด้านการศึกษาเข้ากับกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และชี้ให้เห็นประโยชน์ของการประสานงานระหว่าง กสศ. กับ กศน. เพื่อพัฒนาทักษะแรงงานคืนถิ่น รวมถึงเห็นด้วยกับ 5 มิติในการพัฒนาระบบและคุ้มครองทางสังคม ดะนัย มะหิพันธ์ เสนอให้รัฐบาลนำแนวคิด 5 มิติความพร้อมชุมชนท้องถิ่นไปบรรจุใน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพอย่างสูงครับ กระผม ดะนัย มะหิพันธ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอำนาจเจริญ ท่านประธานครับ ได้ดูรายงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ก็ขอชื่นชมคณะทำงานนะครับ ซึ่งท่านเป็นหน่วยงาน เป็นองค์กรใหม่เพิ่งได้รายงานเข้ามา ในสภาแห่งนี้เพียง ๒ ครั้งก็ทำให้เราเห็นข้อมูลที่ชัดเจน แม้ว่าความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา มันจะยังมีอยู่ แต่ก็ด้วยความหวังว่าหน่วยงานของท่าน กองทุนของท่านน่าจะทำให้ความ เหลื่อมล้ำทางการศึกษามันหมดไปจากประเทศไทยให้ได้ อันนั้นคือความหวังครับ ท่านครับ การนำเสนอข้อมูลของท่านเป็นข้อมูลที่ดีมีรายละเอียด มีประโยชน์ แต่ก็อยากจะฝากท่านว่า ข้อมูลเหล่านี้ถ้าท่านสามารถนำเสนอผ่านไปยังหน่วยงานต้นสังกัดของเด็กที่อยู่ในข้อมูล ของท่านได้ติดตามตรวจสอบน่าจะเป็นผลประโยชน์ที่ดีที่สุด จะเป็นการช่วยเหลือท่าน อีกแรงหนึ่ง ผมยกตัวอย่างนะครับ ในจำนวนนักเรียนยากจนในปี ๒๕๖๓ ซึ่งเป็นช่วงวิกฤติ โควิด (COVID) ท่านสามารถมีข้อมูลเพิ่มขึ้นว่าตอนนี้มีนักเรียนยากจนเพิ่มขึ้นในปีนี้ ๑๗๗,๔๕๔ คน ถามว่าใน ๑๗๗,๔๕๔ คน ท่านสามารถแยกได้ไหมว่าอยู่สังกัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเท่าไร อยู่ท้องถิ่นเท่าไร อยู่การศึกษาเอกชนเท่าไรหรืออยู่หน่วยงานอื่น ๆ เท่าไร ถ้าเรามีการแยก รายละเอียดตามข้อมูลเหล่านี้ ผมเชื่อว่าหน่วยงานหนึ่งก็คือหน่วยงานต้นสังกัดก็จะสามารถ ช่วยเหลือท่านในการติดตามข้อมูลได้ เพราะฉะนั้นก็ฝากท่าน ผมจะยกตัวอย่างข้อมูล บางข้อมูลเพื่อช่วยท่านในการที่จะนำเสนอในครั้งต่อไป นั่นคือเรื่องผลการดำเนินงาน ในรอบปี ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา ในรอบปี ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา ท่านมีโครงการหลายโครงการครับ แต่ผมจะยกโครงการเดียวเป็นโครงการตัวอย่าง นั่นคือโครงการพัฒนาครูและโรงเรียน เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โครงการนี้ท่านตั้งเป้าหมายไว้เป็นโรงเรียน ขนาดกลางที่มีนักเรียนตั้งแต่ ๑๒๑ คน ถึง ๖๐๐ คน โดยจะทำในโรงเรียนขยายโอกาส ทางการศึกษาของ สพฐ. โรงเรียนสังกัดการศึกษาเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่ง ท่านตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าร้อยละ ๘๐ มีการพัฒนาตนเองตามวัตถุประสงค์ อันนี้ คือเป้าหมาย แต่ท่านไม่มีปริมาณให้เราเห็นว่าโรงเรียนสังกัดประถมศึกษาที่เป็นโรงเรียน ขยายโอกาสเท่าไร อยู่ สช. เท่าไร อยู่ท้องถิ่นเท่าไร แต่ท่านมีข้อมูลภาพรวม พอท่านไป รายงานผลการดำเนินงาน ท่านรายงานผลการดำเนินงานของท่านว่า ร้อยละ ๘๐ ได้กำหนด ตามเป้าหมาย จึงอยากจะเสนอท่านว่าใน ๘๓๔ แห่ง ที่ท่านบอกว่าตามเป้าหมาย สพฐ. มีเท่าไร สช. มีเท่าไร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีเท่าไร ซึ่งการดำเนินงาน ถ้าท่านมีข้อมูล เหล่านี้เราสามารถที่จะแจ้งให้หน่วยงานที่เรากำหนดเป็นโครงการ เป็นเป้าหมายได้ช่วย ติดตามตรวจสอบโครงการของเราอีกครั้งหนึ่ง
ในเรื่องของมาตรการครับ มาตรการตอบสนองภาวะโควิด (COVID) อ่านแล้ว ประทับใจครับ เพราะท่านสามารถกำหนดมาตรการ วิธีการในการช่วยเหลือได้ดีมาก ท่านวิเคราะห์ข้อมูลตัวเลขได้ถูกต้องชัดเจนครับ ท่านมีการวางมาตรการทั้งระยะสั้น และระยะยาว อันนี้ถือว่าท่านมีวิธีคิดมีแนวคิดในการที่จะให้ความช่วยเหลือนักเรียนที่ยากจน อยากจะฝากท่านครับว่าสิ่งที่ท่านคิดท่านลองไปศึกษาว่ามันอยู่ในกรอบอำนาจของท่าน ที่สามารถจะดำเนินการได้หรือไม่ ผมยกตัวอย่างครับ เช่น ท่านบอกว่ามาตรการเร่งด่วน ของท่าน ท่านจะสนับสนุนให้โรงเรียนจัดทำเครือข่ายอาสาสมัครด้านการศึกษาหรือ อสม. การศึกษา ผมเห็นด้วยครับ แต่อยากจะฝากท่านว่าปัจจุบันโรงเรียนทุกโรงเรียนเขามี กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ตั้งแต่ ๙ คน ถึง ๑๕ คนตามขนาดของโรงเรียน คณะกรรมการชุดนี้มีอำนาจตามกฎหมาย ตาม พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ถ้าท่านจะเอา แนวคิดของท่านเรื่อง อสม. การศึกษาเข้าไปรวมกับกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งมีเกิดขึ้นตามกฎหมายได้ไหม ขณะเดียวกันท่านสามารถที่จะกำหนดค่าตอบแทนไปให้กับ กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานได้ไหม อันนี้ฝากท่านนะครับ
ส่วนอีกเรื่องหนึ่งนะครับ มาตรการเร่งด่วนของท่านอีกเรื่องหนึ่งก็คือ การพัฒนาทักษะแรงงานคืนถิ่น อันนี้เห็นด้วยครับ เพราะว่าวันนี้หลังจากที่มีการปิดโรงงาน คนที่อยู่ในโรงงานก็จะคืนกลับไปที่บ้าน ท่านได้มีหน่วยงานที่รองรับเรื่องนี้อยู่แล้ว ไม่ทราบ ท่านได้ประสานได้ช่วยในการที่จะกำหนดให้ความสำเร็จเกิดขึ้นหรือไม่ นั่นก็คือการศึกษา นอกโรงเรียน หรือ กศน. ซึ่ง กศน.มีตั้งแต่ระดับตำบล อำเภอ จังหวัด ถ้าเรานำเอาแนวคิดของ กสศ. เข้าไปบวกกับ กศน. ผมว่ามันจะเป็นประโยชน์มากที่สุด แล้วท่านก็ไม่ต้องไปลงทุนเพิ่มนะครับ ส่วนมาตรการระยะยาวครับ มาตรการระยะยาว ที่ท่านกำหนดเห็นด้วยครับใน ๕ มิติที่จะต้องเป็นมิติที่พัฒนาระบบและคุ้มครองทางสังคม ในการพัฒนาระบบการศึกษา ๕ มิติของท่านผมเห็นด้วย
มิติที่ ๑ ความมั่นคงทางด้านอาหาร
มิติที่ ๒ ความมั่นคงทางด้านสถาบันครอบครัว
มิติที่ ๓ ความปลอดภัยในการเดินทางไปโรงเรียน
มิติที่ ๔ ความปลอดภัยของสถานศึกษาและครู และ
มิติที่ ๕ ความพร้อมของชุมชนและท้องถิ่น
ทั้ง ๕ มิติ ท่านเสนออยากจะให้ท่านคิด คิดว่าทำอย่างไรถึงจะให้กฎหมาย รองรับในมิติที่เราคิดได้ วันนี้รัฐบาลกำลังจะเสนอพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ท่านนำเอาแนวคิดเหล่านี้ให้ไปปรากฏใน พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติได้ไหม มันจะเป็นการ แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในระยะยาวด้วย อยากจะฝากท่านครับว่าการแก้ปัญหา ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาคือการให้เงินอย่างเดียวใช่ไหม ถ้าเราได้ให้เงินกับคนยากคนจน นี่คือการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำใช่ไหม เรามีวิธีการอื่นไหมที่จะให้กับคนที่ด้อยโอกาสที่ ไม่ใช่เงิน ฝากท่านเป็นข้อคิด แล้วก็ขอเป็นกำลังใจให้กับท่านครับ ขอบคุณครับท่านประธาน