สุภกร บัวสาย แนะนำรายงานประจำปีของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา โดยได้รับงบประมาณ 23% เพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่มีความยากจนและด้อยโอกาส รวมทั้งเด็กเยาวชนในระบบการศึกษาน้อยกว่า 1,070,000 คน และหารือเรื่องการวิจัยและฐานข้อมูลเพื่อการพัฒนาที่ดีขึ้น โดยเฉพาะฐานข้อมูลเด็กยากจน และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐ
กราบเรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม สุภกร บัวสาย ผู้จัดการ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ขออนุญาตที่จะเรียนสรุปชี้แจงรายงานประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือว่าชื่อย่อก็คือ กสศ. กองทุน กสศ. นั้น ได้ตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาค ทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑ ได้ดำเนินการมาในปีงบประมาณ ๒๕๖๓ ปีงบประมาณที่ ๒ ที่เราได้งบประมาณมาดำเนินภารกิจเต็มปี กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาเป็น หน่วยงานที่ตั้งขึ้นโดยกฎหมายพระราชบัญญัติพิเศษ แล้วก็บริหารจัดการควบคุมการบริหาร จัดการโดยคณะกรรมการบริหาร ขณะนี้ก็มีท่านอาจารย์ด็อกเตอร์ ประสาร ไตรรัตน์วรกุล เป็นประธานคณะกรรมการบริหาร โดยสรุปรวบยอดในปี ๒๕๖๓ เราได้ดำเนินภารกิจ ตามวัตถุประสงค์ในมาตรา ๕ ซึ่งสามารถที่จะช่วยเหลือนักเรียนที่มีความยากจน ด้อยโอกาส รวมทั้งเด็กเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษาด้วย เป็นจำนวนรวมประมาณ ๑,๐๗๐,๐๐๐ คน อันนี้ก็คิดเป็นประมาณ ๑ ใน ๔ ของจำนวนประชาชน เด็กเยาวชน ผู้ด้อยโอกาส ซึ่งได้มีการ ประมาณการเอาไว้ โดยคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาผู้ที่เป็นผู้เสนอตั้ง กองทุนนี้ เราได้ช่วยเหลือโดยตรงได้ประมาณสัก ๑ ใน ๔ ของประชากรกลุ่มเป้าหมายที่เป็น กลุ่มคนขาดแคลน แล้วก็ด้อยโอกาส อันนี้ก็เนื่องจากข้อจำกัดทางด้านงบประมาณที่เราได้รับ ซึ่งคิดเป็นประมาณ ๒๓ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณที่มีการคาดการณ์เอาไว้ก่อนที่จะมีการ ออกพระราชบัญญัติ เพราะฉะนั้นคณะกรรมการบริหารก็จึงได้มีแนวทางในการที่จะใช้ งบประมาณที่มีจำกัดนั้นให้เกิดประโยชน์มากขึ้นไปอีก ก็คือพยายามที่จะทำงานเชื่อม ประสานกับหน่วยงานที่เป็นหน่วยนโยบายเพื่อที่จะให้เราทำงานในไซส์ (Size) หรือว่า ในขนาดที่เล็ก แต่สามารถที่จะขยายผลไปสู่การเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาในบางส่วนได้ เพราะฉะนั้นงานในลักษณะที่ ๒ นี้ ก็จะเป็นงานในการที่จะทำการศึกษาวิจัย แล้วก็ทดลอง ในโครงการที่เราทำงานกับโรงเรียน โครงการที่เราทำงานกับชุมชน แล้วก็องค์กรท้องถิ่น อันนี้ก็จะเกี่ยวข้องทั้งกระทรวงศึกษาธิการ แล้วก็กระทรวงอื่นที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา คุณภาพชีวิต หรือว่าคุณภาพชีวิตมนุษย์ด้วย อันนี้เพื่อที่จะให้ทางเราได้ทำงานตามครบ ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ กลุ่มที่เราช่วยเหลือได้มากที่สุดก็จะเป็นนักเรียนยากจนประมาณ ๑ ล้านคน แต่กลุ่มอื่นอีกประมาณ ๖ กลุ่มนั้น ในแง่จำนวนนี้เราก็มีข้อจำกัดในเรื่อง งบประมาณ เพราะฉะนั้นก็จำเป็นที่จะต้องในลักษณะที่เป็นสเกล (Scale) เล็ก แต่ว่าทำงาน ร่วมกับหน่วยงานเจ้าของนโยบายเพื่อที่จะให้มีการนำประสบการณ์ในการทดลองนำร่อง ต่าง ๆ เอาไปใช้ประโยชน์
สุดท้ายก็จะเป็นงานลักษณะที่ ๓ ก็คืองานที่จะเป็นพื้นฐานของการพัฒนา ต่อไปนะครับ โดยเฉพาะงานการวิจัยก็ดี งานทำฐานข้อมูลก็ดี โดยเฉพาะเรื่องฐานข้อมูลนั้น ก็จะเป็นเครื่องมือในการที่จะบอกว่าประชาชน เด็กเยาวชนกลุ่มยากจนอยู่ที่ไหน อย่างไรบ้าง เพราะฉะนั้นเราก็จะมีฐานข้อมูลของนักเรียนยากจนทั่วประเทศอยู่ประมาณ ๒ ล้านคน แล้วขณะนี้ก็กำลังจะขยายฐานข้อมูลไปสู่เด็กเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษาด้วย ฐานข้อมูลนั้นก็จะเป็นเครื่องมือในการที่เราจะสามารถจัดงบประมาณส่งไปให้ถึงปลายทาง คือเด็กแต่ละคน ๆ ซึ่งจะมีตัวจริงอยู่ในฐานข้อมูล นอกจากนั้นแล้วฐานข้อมูลก็จะเป็น เครื่องมือที่จะทำให้เราสามารถประสานงานร่วมกับหน่วยงานอื่น อย่างเช่น แชร์ (Share) ข้อมูลกับทาง กยศ. เป็นต้น หรือว่าเร็ว ๆ นี้ก็มีการส่งรายชื่อนักเรียนที่สามารถสอบเข้า มหาวิทยาลัยได้ จำนวน ๑๐,๐๐๐ กว่าคน ซึ่งแต่เดิมนี้เป็นนักเรียนยากจน เพื่อที่จะให้ ที่ประชุมของอธิการบดีมหาวิทยาลัยทั้งหลายได้กรุณาจัดหาทุนการศึกษาให้กับนักเรียน ที่เป็นนักเรียนยากจน แล้วเขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ด้วย สุดท้ายขอสรุปว่างบประมาณ ในปี ๒๕๖๓ ยอดรวมทั้งหมดก็มีประมาณ ๕,๙๐๐ ล้านบาท ซึ่งก็คือ ๒๓ เปอร์เซ็นต์ของที่ คาดประมาณไว้ก่อนที่จะตั้งกองทุนนะครับ มีการผูกพันงบประมาณในโครงการต่าง ๆ รวมแล้วเป็นลักษณะโครงการ ๙ โครงการด้วยกัน ตามที่ปรากฏชื่ออยู่ในรายงานประจำปี นะครับ มีการผูกพันงบประมาณทั้งหมดได้ ๙๙ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นก็คาดว่างานทั้งหลาย ตามภารกิจก็จะดำเนินไปได้ตามกำลัง แล้วก็ข้อจำกัดที่เรามีครับ กราบขอบพระคุณครับ ขอถือโอกาสในการที่จะขอคำแนะนำต่าง ๆ จากท่านสมาชิกเพื่อเราจะได้ไปปฏิบัติการ ไปพัฒนางานในปีต่อ ๆ ไปด้วยครับ