ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ หารือการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบและติดตามการใช้เงินกู้ภายใต้พระราชกำหนดฯ ปี 2564 ที่มีวงเงินจำนวนมากเพื่อเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากโควิด-19 โดยเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการใช้จ่ายอย่างเข้มงวด โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อป้องกันการสูญเสียและภาระที่จะตกอยู่กับประชาชนในอนาคต พร้อมเสนอให้บุคคลที่มีความรู้และเป็นกลางเป็นประธานกรรมาธิการ และเรียกร้องให้รัฐบาลรายงานความคืบหน้าอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงกระจายอำนาจการตัดสินใจไปยังท้องถิ่นเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน เน้นย้ำว่าเงินทุกบาทเป็นภาษีของประชาชนที่ลูกหลานจะต้องรับผิดชอบต่อไป
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ก่อนอื่น ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานนะครับ ที่กรุณาบรรจุญัตติเรื่องสำคัญอย่างยิ่งเลย นะครับ ก็คือเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาติดตาม ตรวจสอบและศึกษาพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๕๖๔
กระผมต้องขอขอบพระคุณ ท่าน ส.ส. เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ที่ได้กรุณาเสนอญัตติของกระผมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กระผมต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ ทั้งที่ได้อภิปรายสนับสนุนญัตติฉบับนี้ รวมทั้ง สนับสนุนที่จะให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้น ท่านประธานจำได้นะครับว่าผมได้เคย ยื่นญัตติเช่นเดียวกับฉบับนี้มาเมื่อคราวที่รัฐบาลออกพระราชกำหนดเพื่อกู้เงิน ๑ ล้าน ล้านบาทมาแล้ว ผมก็เสนอญัตติอย่างนี้ล่ะครับ วันนี้ก็เสนอ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เสนอ ญัตติอย่างนี้ครับ ถามว่าแล้วทำไมต้องเสนอ ท่านประธานที่เคารพครับ เงินทั้งหมด ที่รัฐบาลจะใช้นี้ล่ะครับ มันไม่ใช่ใช้จากเงินที่รัฐบาลมีอยู่แล้วนะครับ มันต้องไปกู้เขามา รวมแล้วมันทำให้ยอดหนี้ของประเทศมันสูงขึ้น เกือบ ๆ ชนเพดานเลยนะครับ ๕๘.๘๘ เปอร์เซ็นต์ กรอบเพดานมันจะทะลุในเรื่องของพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง ของประเทศแล้ว แล้วมันปัดความรับผิดชอบไม่ได้ครับว่าสภาแห่งนี้ล่ะครับเป็นผู้อนุมัติ มันเป็นความรับผิดชอบของเราว่าเงินที่กู้มาทุกบาททุกสตางค์นอกจากเราจะรับผิดชอบในยุค ของเราแล้ว เงินมากมายมหาศาลขนาดนี้มันจะกลายเป็นหนี้สินไปยังลูกหลานของเรา ในอนาคต เขาจะด่าเราได้นะครับ เขาจะตำหนิเราได้ว่ารุ่นเรานี้กู้เงินมาใช้โดยไม่มีการติดตาม ตรวจสอบเลย เพราะฉะนั้นความรับผิดชอบอย่างนี้ผมถึงขอบคุณท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุกท่านนะครับ ที่กรุณาที่จะให้มีการตั้งกรรมาธิการเกิดขึ้นต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านจำได้นะครับ ผมคนหนึ่งที่ถูกเสนอเป็นกรรมาธิการในชุด ติดตามตรวจสอบ ๑ ล้านล้านบาท ถามในใจผมมีอย่างไร หลักการของผมก็คือว่าในเมื่อเราจะติดตามตรวจสอบให้มี ประสิทธิภาพแล้ว รัฐบาลเป็นผู้ใช้เงิน เพราะฉะนั้นเราเป็นสภานิติบัญญัติ เราไม่ควรจะตั้ง ฝ่ายที่เป็นผู้ใช้เงินจำนวนนี้ ดังนั้นครับ ครั้งที่แล้วผมจึงเสนอ ด็อกเตอร์กนก วงษ์ตระหง่าน เป็นประธานนะครับ เช่นเดียวกันครับ ฉบับนี้ถ้าผมไปเป็นกรรมาธิการอีก ผมก็จะไม่เสนอ ฝ่ายที่เป็นเสียงข้างมากในสภาเป็นประธานครับ เพราะมีบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ อีกหลายท่านนะครับ ยกตัวอย่างเช่น ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เป็นผู้เสนอญัตติด้วย นะครับ แล้วก็เป็นฝ่ายรัฐบาลแต่ไม่ถึงกับ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่แกนนำ หรือไม่ก็เป็น บุคคลอีกท่านหนึ่งที่มีความรู้ความสามารถมาก ก็คือท่านสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ก็เป็น พรรคที่ร่วมรัฐบาลอยู่ แต่ผมว่ามีความเป็นกลาง มีความตั้งใจ มีอุดมการณ์ที่จะติดตาม ตรวจสอบอย่างแท้จริง ท่านประธานครับ ฝากกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นนะครับว่า การติดตาม ตรวจสอบเงินจำนวนนี้ ผมว่าเงิน ๑ ล้านล้านบาทที่เรากู้มานี้ มันละลายไปเยอะแล้วนะครับ มันเสียหายไปแทบจะครึ่งหนึ่งเลยนะครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นกรรมาธิการชุดนี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งเลยครับว่าการติดตามตรวจสอบอย่าให้มีกรณีที่ท่านสมาชิก หลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สะท้อน ให้เห็นอะไรหลายอย่างครับ ท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ท่านก็สะท้อนท่านเป็นกรรมาธิการอยู่ ท่านสัมผัสได้ว่ามันตรวจจริงหรือตรวจเก๊ มันมีกระบวนการขัดขวางหรือไม่ อันนี้นำมาเป็น บทเรียนนะครับ
ประการที่ ๒ ไม่ใช่ติดตามตรวจสอบอย่างเดียว เพราะเงินจำนวนนี้เป็นภาษี ของพี่น้องประชาชนจะต้องนำไปชดใช้ในอนาคต กรรมาธิการที่ถูกตั้งขึ้นต้องกลับมารายงาน ต่อสภาแห่งนี้ทุกระยะ จะเป็นเอารอบไตรมาสก็ได้ หรือ ๔ เดือนก็ได้ ท่านประธานครับ ให้ทราบว่าเงิน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะเอาไปใช้เรื่องสาธารณสุขเอาไปใช้อย่างไร วัคซีนเท่าไร ใช้อย่างมีประสิทธิภาพไหม ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะเอาไปช่วยเยียวยาพี่น้อง ประชาชน เอาไปใช้อะไรบ้าง รายการอะไรบ้าง เอากลับมารายงานครับ
และสุดท้าย ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เอาไว้ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ท่านกระจายอำนาจไปให้ท้องถิ่นเขามีส่วนร่วมไหม หรือจะกระจุกไว้แต่สำนักงานสภา การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเท่านั้นในการตัดสินใจใช้เงินจำนวนนี้ เพราะฉะนั้น กระบวนการเหล่านี้มันต้องเปลี่ยนใหม่ มันต้องปรับปรุงให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน อย่างแท้จริงครับ เพราะทุกบาททุกสตางค์นั้นลูกหลานของเราในอนาคตจะต้องมารับผิดชอบ ครับ ดังนั้นก็ขอขอบพระคุณสภาแห่งนี้ที่จะได้ดำเนินการต่อไปครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ