วิสาร เห็นด้วยตั้ง กมธ. ตรวจสอบเงินกู้ 5 แสนล้าน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๙ กันยายน ๒๕๖๔

วิสาร เตชะธีราวัฒน์ สนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบการใช้เงินกู้ 500,000 ล้านบาท ชี้การบริหารจัดการล่าช้า ขาดประสิทธิภาพ และไม่สอดคล้องกับสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 ที่เร่งด่วน

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงราย ต่อญัตติทั้ง ๕ ร่าง ของเพื่อนสมาชิกนะครับ เกี่ยวกับเรื่องการขอให้สภาผู้แทนราษฎรเราตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญ เพื่อที่จะไปพิจารณาติดตามการตรวจสอบการใช้เงินกู้ตามพระราชกำหนดของ กระทรวงการคลังสำหรับ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ผมเห็นด้วยทั้ง ๕ ท่าน ๕ ฉบับนะครับ สิ่งที่อยากจะขออนุญาตแสดงความคิดเห็นในตอนนี้ก็คือว่า ทุกท่านคงทราบนะครับว่าเดี๋ยวนี้ ปัญหาเรื่องโควิด (COVID) ปัญหาเรื่องวัคซีน ปัญหาเรื่องเยียวยาเป็นปัญหายิ่งใหญ่ ของประเทศไทย ข้อเท็จจริงผมเข้าใจว่าประเทศนี้มีการล็อกดาวน์ (Lockdown) มีการ จะต้องเปิดประเทศหาวัคซีน หาเอทีเคคิต (ATK Kit) แต่เรื่องทั้งหมดนี้สิ่งที่ทางพรรค ฝ่ายค้านเรา เราได้เห็นแล้วนะครับว่าที่ผ่านมานี้ พ.ร.ก. ๑ ล้านล้านบาท ไม่เกิดประโยชน์ เท่าที่ควรครับท่านประธาน ผมกับกรรมาธิการอีกหลายท่านที่เป็นผู้เสนอญัตติอันนี้ เป็นกรรมาธิการตรวจสอบการใช้จ่ายของเงินกู้ ๑ ล้านล้านบาท แต่ท่านประธานครับ สิ่งที่เราได้เห็นก็คือคณะกรรมาธิการชุดนี้ทำงานแล้วมันไม่ค่อยเกิดประโยชน์เท่าที่ควร สิ่งแรกที่อยากเรียนท่านประธาน ก็คือว่าเพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้ว เรื่องทั้งหมดนี้มันไปรวม ศูนย์อยู่ที่สภาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งสภาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ จริง ๆ แล้วความตั้งใจควรจะต้องเป็นมันสมองของประเทศ สภาการพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจะเป็นคนที่ดูแลเกี่ยวกับโครงสร้างทั้งหมดของอนาคต แต่สิ่งที่ ผมสลดหดหู่ใจก็คือว่าท่านออกมาพูดบอกว่า ออก พ.ร.ก. ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทอันนี้ จะกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทยจาก ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๓ เปอร์เซ็นต์ เป็นไปไม่ได้ ครับท่านประธาน สิ่งที่อยากเรียนท่านประธานก็คือว่าปัญหาอุปสรรคตอนที่เราเป็น กรรมาธิการ ๑ ล้านล้านบาทนี้ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไม่ได้ ให้ความร่วมมือเท่าที่ควรครับ จะขอข้อมูล จะตรวจสอบซ้ำซ้อนกับโครงการต่าง ๆ ที่เคยเป็น งบปกติของแต่ละกระทรวง ทบวง กรม ผมเรียนท่านประธานว่าถ้ามันแก้ปัญหาได้จริง ขณะนี้ผมยกตัวอย่างเช่น เอสเอ็มอี (SMEs) ลอยแพ ตายในมหาสมุทรกันไม่รู้กี่ราย และขณะนี้มันยังรอวันที่จะเยียวยา ซึ่งเป็นไปอย่างช้ามากนะครับท่านประธาน ผมเลย ไม่มั่นใจว่าถ้าเราไม่ตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ เพื่อที่จะเข้าไปตรวจสอบเร่งรัดให้การใช้เงิน เป็นไปอย่างปกติ เงินอันนี้เป็นเงินกู้ครับท่านประธาน ผมเรียนว่าสิ่งที่ผมไม่สบายใจก็คือว่า ๑.๗ แสนล้านบาทนี้เขาบอกว่าเป็นการเยียวยา ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วอย่างที่เพื่อนสมาชิก ได้กล่าวไว้นะครับ สามารถที่จะโยกย้าย สามารถที่จะโอนได้ สิ่งที่ผมกังวลอีกอันหนึ่งก็คือว่า การช่วยเหลือต่าง ๆ โดยเฉพาะของกระทรวงสาธารณสุข เมื่อ ๒ อาทิตย์ที่แล้วเพื่อนสมาชิก ได้แสดงให้เห็นแล้วนะครับว่า การเบิกจ่ายงบในการใช้ของกระทรวงสาธารณสุขช้ามาก ๆ ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ซึ่งตรงนี้มันจะแก้ปัญหาได้ทันสถานการณ์อย่างไรครับ ผมเรียน ท่านประธานว่าก่อนหน้านี้เราไม่เห็นด้วยเลยครับ นายกรัฐมนตรีเอง ครม. เอง ใช้งบก้อนนี้ โดยว่ากันตรง ๆ ก็คือออกเป็นพระราชกำหนด ควรจะต้องเร่งรีบใช้จ่ายให้มันเกิดประโยชน์ ได้เร็วที่สุด แต่กลับเป็นว่าเดือนนี้จะสิ้นปีแล้วครับ พ.ร.ก. ๑ ล้านล้านบาทนี้ เดือนธันวาคมนี้ ก็จะหมดอายุแล้วครับ แต่ปรากฏว่าขณะนี้ยังมีการติดขัดปัญหาเบิกจ่าย มีปัญหาเยอะแยะ ไปหมด วัคซีนก็ช้า เอทีเค (ATK) ก็ยังไม่ได้ ติดปัญหาเรื่องจะต้องไปผ่าน อย. ผ่านองค์การ เภสัชกรรม ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้มันไม่ควรจะมี ประเทศอื่น ๆ เรียนท่านประธานว่าเขาจะต้อง ตัดงบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นงบของกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย อันไหนที่ไม่จำเป็น เขาจะต้องเร่งเอามาเยียวยา เอามาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้รอดชีวิตไว้ก่อน ท่านประธานทราบดีนะครับว่าทุกวันนี้ลูกหลานเราเกิดในวัยนี้จะต้องเสียโอกาสในการ เรียนหนังสือไปไม่น้อยกว่า ๑ ปีครับ สิ่งเหล่านี้ที่เราจะตามมาอีกปีสองปีต่อไปข้างหน้านี้ เดี๋ยวนี้ประเทศไทยเราล้าหลังไปแล้วครับ มันตามประเทศอื่นแทบจะไม่ทันด้วยเหตุผล อย่างที่ว่านี้ครับ การใช้เงินไม่ถูกต้อง ผิดที่ผิดเวลา ผมเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ผมจะ ขออนุญาตเป็นประเด็นสุดท้ายก็คือว่าผมมั่นใจว่าโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) จะต้องอยู่ กับเราไปอีกนาน แต่สิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ แม้กระทั่งกระทรวงสาธารณสุขไม่เคยได้ให้ความรู้กับ พี่น้องประชาชนอย่างชัดแจ้ง เพื่อนสมาชิกก็มาอ้างบอกว่าจะมี ๑๔๐ ล้านโดส เดือนนั้น เดือนนี้จะมีไฟเซอร์ (Pfizer) มีโมเดอร์นา (Moderna) เข้ามา ผมถามตรง ๆ เถอะครับ วันนี้ ทั่วโลกเขาบอกว่าคนที่ฉีดวัคซีนได้ ๒ เข็มขึ้นไปถึงจะมีภูมิคุ้มกันหมู่ ขณะนี้เมืองไทยเรา ยังไม่ถึง ๑๕-๑๖ เปอร์เซ็นต์เลยครับ ๒ เข็มนี้ ส่วนที่เหลือจะเอา ๓ เข็มไปให้จังหวัดไหน เราก็ไม่ว่ากัน แต่สิ่งที่อยากจะฝากท่านประธานก็คือว่าตัวนี้ต้องพูดความจริงกับพี่น้อง ประชาชน โรคโควิด-๑๙ (COVID-19) จริงอยู่เพื่อนสมาชิกบอกว่ามันเป็นแล้วไม่ได้ตายกัน ง่าย ๆ มันอาจจะติดง่าย มีการกลายพันธุ์ได้ แต่สิ่งที่จะต้องบอกความจริงให้พี่น้องประชาชน ก็คือว่าต้องให้เขารู้จักรักษาตัวเองให้ถูกต้องครับ ขณะนี้แค่ที่จะแจกฟ้าทะลายโจร จะแจก พืชสมุนไพร กระชายขาวนี่ต้องไปเข้าคิวรอคิวกัน ทำไมยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ซึ่งผม คิดว่าถ้าพี่น้องประชาชนเขาสามารถจะตรวจสอบได้ รู้ว่าเขาเป็น ผมคิดว่ายาพวกนี้ถ้าเรา สามารถที่จะผลิตให้ถูกได้ ตอนนี้ก็ไปติดอีกครับ องค์การเภสัชกรรมเม็ดหนึ่งตั้ง ๑๖๐ บาท นี่ครับ ไปซื้อตลาดมืด ๘,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ บาท ก็กลายเป็นว่าหลอกลวง กันไปทั่ว ถ้าเขารู้ว่าเขาเป็นนะครับท่านประธาน แล้วกินยาตามที่หมอบอก ไม่ว่าจะเป็น ยาฉีด ยาถ่ายพยาธิไอเวอร์ได้ทั้งนั้นครับ แต่ขณะนี้กลายเป็นว่าทางรัฐบาลเองการแก้ไข ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องโควิด (COVID) นี้ก็ไม่ทันการณ์ แถมไม่พอจะต้องมามีปัญหาเกี่ยวกับ เรื่องล็อกดาวน์ (Lockdown) มีปัญหาเรื่องเยียวยา ปัญหามันอีนุงตุงนังกลายเป็นมั่วไปหมด เพราะฉะนั้นมันกลายเป็นว่าสิ่งที่คุณบริหารขณะนี้ เอาเงินพวกเราภาษีอากรไปนี้ผมไม่ไว้ใจ แล้วผมขอสนับสนุนที่จะต้องให้สภาแห่งนี้ได้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นไปตรวจสอบ ไปขันน็อต ไปดูแลการโปร่งใสในการใช้เงินก้อนนี้ของรัฐบาล เพื่อที่จะให้ถึงมือพี่น้อง ประชาชนอย่างทันท่วงที เพราะไม่อย่างนั้นกลายเป็นว่าเหมือน ๑ ล้านล้านบาทคราวที่แล้ว เอสเอ็มอี (SMEs) ตายหมดครับ เดินตกเขา ตกเหว ตกทะเล ไม่เหลือครับ เพราะฉะนั้น คราวนี้ขอท่านประธานว่าผมสนับสนุนที่จะต้องให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อที่จะไป ช่วยเหลือตรวจสอบการใช้เงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทชุดนี้ของกรรมาธิการทุกท่านที่ได้ยื่น ญัตติเข้ามา ขอบพระคุณครับ