ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ชี้แจงการใช้จ่ายงบประมาณของกระทรวงคมนาคมในโครงการตั๋วร่วมระบบ Account Based Ticketing พร้อมเปิดเผยรายละเอียดการดำเนินงานทั้งสามโครงการและวงเงินที่ใช้ตั้งแต่ปี 2556 ถึง 2563 โดยเน้นความคืบหน้าการใช้ตั๋วร่วมแบบผูกบัญชีด้วยเทคโนโลยีบัตร EMV ร่วมกับธนาคารกรุงไทย เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความสะดวกให้ประชาชน รวมถึงแผนการติดตั้งระบบบัตรโดยสารร่วมมาตรฐาน EMV บนรถไฟฟ้าทุกสายที่จะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบภายในปี 2565 และย้ำความจำเป็นในการเจรจาต่อเนื่องเกี่ยวกับสายสีเขียวที่ไม่ได้อยู่ในสัญญาเดิม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้านต้นทุนและค่าโดยสารที่ถูกลงสำหรับผู้โดยสาร
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรตินะครับ สำหรับประเด็น คำถามที่ ๒ เกี่ยวกับการดำเนินงานของกระทรวงคมนาคมในการใช้ตั๋วร่วมกับระบบขนส่ง มวลชนแห่งประเทศไทยแบบแอกเคานต์ เบส ทิกเกตติง (Account Based Ticketing) ว่าจะใช้ได้เมื่อไร ผมจะขออนุญาตที่จะได้เรียนต่อที่ประชุมนะครับ แต่ก่อนอื่นคงขออนุญาต ที่จะตอบในคำถามที่ ๑ ว่าขณะนี้กระทรวงคมนาคม ใช้งบประมาณในเรื่องนี้ไปเท่าไร ก็ต้องเรียนว่าเรามีการดำเนินการศึกษาโครงการนี้ทั้งสิ้น ๓ โครงการ
โครงการแรกเป็นโครงการในการศึกษาวางแนวทางการบริหารจัดการระบบ ตั๋วร่วมก็ดำเนินการ ตั้งแต่วันที่ ๙ มกราคม ปี ๒๕๕๖ ใช้เงินทั้งสิ้น ๓๐๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้เป็น ปี ๒๕๕๖
สำหรับโครงการที่ ๒ ก็คือเป็นโครงการเพื่อจัดทำระบบศูนย์บริหารจัดการ รายได้กลางที่เรียกว่า เซ็นทรัล เคลียร์ริง เฮาส์ (Central Clearing House) อันนี้ดำเนินการ เมื่อปี ๒๕๕๘ ใช้เงินงบประมาณ ๓๓๗.๙ ล้านบาท
สำหรับโครงการสุดท้ายเป็นโครงการที่ ๓ ดำเนินการในเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา อันนี้เป็นโครงการจัดทำแผนการกำกับการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม ใช้เงิน ๓๔.๕ ล้านบาท อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เรียนเพิ่มเติมนะครับ
สำหรับในเรื่องของการดำเนินงานของกระทรวงคมนาคมในการใช้ตั๋วร่วม กับระบบขนส่งมวลชนในประเทศไทยแบบ แอกเคานต์ เบส ทิกเกตติง (Account Based Ticketing) ว่าจะใช้เมื่อไร ก็ขอเรียนความก้าวหน้าอย่างนี้ว่าขณะนี้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน แห่งประเทศไทยก็ได้บูรณาการร่วมกับสถาบันทางการเงินก็คือธนาคารกรุงไทย ที่จะร่วมกันพัฒนาระบบตั๋วร่วมในรูปแบบของการผูกกับบัญชีที่ระบุตัวตนผู้โดยสาร หรือที่เรียกว่าแอกเคานต์ เบส ทิกเกตติง (Account Based Ticketing) โดยใช้บัตรอีเอ็มวี (EMV) คอนแทร็กต์เรต (Contract Rate) ซึ่งได้ตกลงกับธนาคารกรุงไทยจะเป็นผู้ลงทุน ในเรื่องของการพัฒนาระบบ แล้วขณะนี้ก็ได้ดำเนินการพัฒนาระบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว นะครับ โดยระบบตัวร่วมมาตรฐานอีเอ็มวี (EMV) ก็คือการนำบัตรเครดิตหรือบัตรเครดิต มาใช้ชำระค่าโดยสารในระบบขนส่งสาธารณะทุกรูปแบบ ทำให้ประชาชนไม่จำเป็นที่จะต้อง พกบัตรหรือทำบัตรใหม่ขึ้นมา ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยลดระยะเวลาในการซื้อตั๋วและช่วยลด ต้นทุนในการบริหารจัดการระบบตั๋วของผู้ให้บริการ ปัจจุบันนี้ทั่วโลกมีการนำเทคโนโลยีบัตร โดยสารร่วมมาตรฐานที่เรียกว่าอีเอ็มวี (EMV) มาใช้อยู่ในหลาย ๆ ประเทศทั้งในทวีปยุโรป ทวีปเอเชีย ทวีปอเมริกาเหนือ ทวีปอเมริกาใต้หรือว่าออสเตรเลีย จากข้อมูลของบริษัท มาสเตอร์การ์ด (Master Card) ในปี ๒๕๖๓ มีทั้งหมดอยู่ประมาณ ๖๐ ประเทศ ใน ๒๔๐ เมือง ที่มีการนำบัตรอีเอ็มวี (EMV) ไปใช้กับระบบขนส่งสาธารณะทั้งรถประจำทาง และรถสาธารณะ
สำหรับความก้าวหน้าในการดำเนินการเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ในปีนี้ปี ๒๕๖๔ อุปกรณ์หัวอ่านบัตรโดยสารมาตรฐานอีเอ็มวี (EMV) ก็ได้เริ่มทำการติดตั้ง ที่อุปกรณ์ประตูเข้าออกที่สถานีหัวลำโพง สถานีสนามชัยและรถไฟฟ้าสายสีน ้าเงินภายใต้ กำกับดูแลของ รฟม. คือการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และได้มีการทดสอบ ระบบพบว่าสามารถใช้งานได้ดีมากและดำเนินการที่จะติดตั้งอุปกรณ์หัวอ่านให้ครบทุกสถานี สำหรับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยก็ได้กำหนดแผนการพัฒนาระบบตั๋วร่วม ในรถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคลคือสายสีน ้าเงิน และสายฉลองรัชธรรมสายสีม่วงไว้ อย่างชัดเจนดังนี้ครับ ในเดือนกรกฎาคมปี ๒๕๖๔ ก็คือเดือนนี้ได้ทำการปรับปรุงประตู จัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติเพื่อรองรับบัตรโดยสารร่วมมาตรฐานอีเอ็มวี (EMV) ที่สถานี หัวลำโพงและสถานีสนามชัย ภายในเดือนตุลาคมที่จะถึงในปี ๒๕๖๔ จะดำเนินการปรับปรุง ประตูจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติในทุกสถานีพร้อมทั้งทำการทดสอบระบบ ภายในเดือนมกราคม ปี ๒๕๖๕ จะดำเนินการปรับปรุงประตูจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติในทุกสถานี และเริ่มทดลอง ให้บริการกับผู้โดยสารเฉพาะกลุ่มนะครับ ซึ่งจะเป็นกลุ่มอาสาสมัครทดสอบใช้บัตรโดยสาร ร่วมมาตรฐานอีเอ็มวี (EMV) ภายในเดือนเมษายน ๒๕๖๕ จะสามารถเปิดให้บริการ อย่างเป็นทางการครับ
สำหรับรถไฟฟ้าอีกสายหนึ่งก็คือรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ซึ่งอยู่ภายใต้ กำกับดูแลของการรถไฟแห่งประเทศไทยจะดำเนินการในลักษณะเดียวกัน และจะสามารถ เปิดให้ประชาชนใช้บริการได้ภายในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๔ ที่จะถึงนี้ สรุปว่าตั้งแต่เดือน เมษายน ๒๕๖๕ พี่น้องประชาชนจะสามารถใช้บัตรใบเดียวเดินทางรถไฟฟ้าได้ทั้งรถไฟฟ้า ของ รฟม. ไม่ว่าจะเป็นสายสีน ้าเงิน สายสีม่วง สายสีเหลือง สายสีชมพู และรถไฟฟ้าของ แอร์พอร์ต เรียลลิงก์ (Airport Rail Link) และสายสีแดงที่จะเปิดให้บริการภายในปีนี้ด้วย อย่างแน่นอน
สำหรับในเรื่องสายสีเขียวก็คงจะต้องเจรจาอย่างที่ได้กราบเรียนไปว่า ในสัญญานั้นไม่ได้มีการระบุเรื่องนี้ไว้จะต้องเจรจากันนะครับ แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ ถ้าระบบนี้ดำเนินการก็จะทำให้ต้นทุนในเรื่องการบริหารจัดการในเรื่องของค่าแรกเข้า สถานีอาจจะลดลง ซึ่งก็จะทำให้อัตราค่าโดยสารของพี่น้องประชาชนจะลดลงด้วย ก็เป็นเรื่องที่เรียนต่อท่านผู้ถามกระทู้ แล้วก็ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติครับ