ภราดร ค้านตัดงบเกษตร ชี้จัดการน้ำไม่เหมาะสม ขอทบทวนการจัดสรร

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๔

ภราดร ปริศนานันทกุล คัดค้านการตัดงบประมาณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทานที่ปล่อยน้ำทิ้งโดยไม่จำเป็นในขณะที่เกษตรกรขาดแคลนน้ำ จึงเรียกร้องให้ทบทวนนโยบายจัดสรรน้ำและเสนอแนวทางช่วยเหลือเกษตรกร เช่น การทำฝนเทียมเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมและแล้งที่เกิดขึ้นสลับกัน ส่งผลต่อผลผลิตและรายได้ในช่วงวิกฤตโควิด-19

นายภราดร ปริศนานันทกุล กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ผมไม่ได้แปรญัตติเอาไว้ครับท่านประธาน แต่เนื่องจากว่ามาตรานี้มีการแก้ไข ผมจึงใช้สิทธิ ในฐานะสมาชิกในการที่จะร่วมแสดงความคิดเห็นอภิปรายต่อกรรมาธิการงบประมาณในการ ตัดงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมขอใช้เวลาสั้น ๆ ตรงนี้เพื่อที่จะแสดง ความคิดเห็นต่อท่านประธานไปถึงทางกรรมาธิการส่งต่อไปถึงทางกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ๒-๓ ประเด็นเท่านั้นครับ

ประเด็นแรกครับ เรื่องการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทานในเขตพื้นที่ ชลประทาน ผมไม่แน่ใจนักนะครับว่าการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทานในเขตพื้นที่ ชลประทานมีความเหมาะสมมากน้อยเพียงใด แต่ถ้าหากว่าฟังเสียงสะท้อนจากพี่น้อง ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เขตชลประทาน ผมก็ตอบแทนได้เลยครับว่าการบริหารจัดการน้ำ แบบนี้ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง ผมเข้าใจดีครับ เข้าใจดีว่าปริมาณน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ก็ดี หรือปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ ของประเทศนี้ก็ดี อยู่ในปริมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด อันนี้ผมเข้าใจได้ครับ แต่สิ่งที่ผมจะต้อง บอกกับท่านประธานก็คือว่าเรามาดูการบริหารจัดการน้ำในเขตพื้นที่ราบลุ่มภาคกลาง ผมมี ตัวเลขที่ชัดเจนครับ ในการบริหารพื้นที่ราบลุ่มภาคกลาง ตั้งแต่จังหวัดชัยนาท จังหวัด สิงห์บุรี จังหวัดอ่างทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นี่คือทางฝั่งขวามือของแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งซ้ายมือของแม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดลพบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไล่เรื่อยลงมา จนกระทั่งถึงกรุงเทพมหานคร พี่น้องประชาชนทุกจังหวัดบ่นเป็นเสียงเดียวกันครับว่าช่วง ขณะนี้เป็นฤดูทำการเกษตรของเขา และกรมชลประทานเอง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เองมีหน้าที่ในการที่จะบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอให้พี่น้องเกษตรกรเขาได้มีโอกาสทำ การเกษตรอย่างเต็มที่ในฤดูทำการเกษตรของเรา แต่สิ่งที่ปรากฏขึ้นทุกวันนี้ก็อย่างที่เห็นและ อย่างที่ได้เรียนกับท่านประธานครับ ผมมีตัวเลขที่ชัดเจนครับ วันนี้การปล่อยน้ำของกรม ชลประทานที่เขื่อนเจ้าพระยาที่จังหวัดชัยนาท กรมชลประทานระบายน้ำที่ใต้เขื่อน เจ้าพระยาที่ ๖๐-๗๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยอ้างว่าเพื่อที่จะไปไล่น้ำเค็มที่ กรุงเทพมหานคร ที่จังหวัดนนทบุรี เพราะว่าน้ำทะเลหนุนต้องการที่จะนำน้ำมวลน้ำ ประมาณเท่านี้ไปไล่น้ำเค็ม เข้าใจได้ครับด้วยตัวเลขที่จำเป็นที่จะต้องนำไปใช้ไล่น้ำเค็มเพื่อทำ น้ำประปา แต่ว่าบนสถานการณ์ของบ้านเมืองที่มันแตกต่างไปนี้ วันนี้ฝนที่กรุงเทพมหานคร ที่จังหวัดนนทบุรี ที่จังหวัดปทุมธานีตกเยอะมากครับ นั่นหมายความว่าปริมาณการปล่อยน้ำ ที่เขื่อนเจ้าพระยาไม่จำเป็นที่จะต้องปล่อยถึง ๖๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีหรือ ๗๐ ลูกบาศก์ เมตรต่อวินาทีอย่างที่กรมชลประทานทำ ตัวเลขที่กรมชลประทานได้อ้างถึงเป็นการอ้างถึง ในสถานการณ์ที่ไม่มีฝน แต่วันนี้พื้นที่ใต้เขื่อนเจ้าพระยามีฝนทุกพื้นที่ครับ เพราะฉะนั้นน้ำ ที่ปล่อยไม่จำเป็นต้องใช้ถึงมากมายขนาดนั้น ในขณะที่น้ำที่นำเข้าไปสู่ระบบชลประทาน เพื่อให้พี่น้องประชาชนใช้ ๒ ฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งที่ประตูน้ำพลเทพ ที่ประตู้น้ำ บรมธาตุที่ฝั่งตะวันตก แล้วก็ประตูน้ำมโนรมย์กับประตูน้ำคลองชัยนาทที่จังหวัด พระนครศรีอยุธยา ท่านประธานทราบไหมครับกรมชลประทานปล่อยน้ำให้กับพี่น้อง เกษตรกรเพื่อทำการเกษตร ๒ ฝั่งนี้นะครับ ปล่อยน้ำไม่ถึง ๕๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รวมกันทุกประตูน้ำที่ว่านี้นะครับ น้อยกว่าปริมาณน้ำที่ปล่อยทิ้งเพื่อที่จะมาไล่น้ำเค็ม ทั้ง ๆ ที่ไม่จำเป็นที่จะต้องปล่อยทิ้งเพื่อไล่น้ำเค็มเพราะมีน้ำฝน ตามภาษาชลประทาน เขาเรียกว่า น้ำไซด์โฟลว์ (Side flow) หรือน้ำที่เข้ามาด้านข้างนอกระบบชลประทานลงไป เติมในแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่แล้ว นี่คือสิ่งที่ผมบอกกับท่านประธานว่าการบริหารจัดการน้ำของ กรมชลประทานผิดพลาดหรือไม่ แทนที่จะนำน้ำไปใช้เพื่อการเกษตร นำน้ำส่งเข้าไปในระบบ ชลประทานเพื่อให้พี่น้องเขาได้ใช้น้ำทำการเกษตรในฤดูทำการเกษตรอย่างพอเพียงกลับ ระบายน้ำทิ้ง โดยอ้างว่าไปไล่น้ำเค็มทั้งที่ไม่มีความจำเป็น อันนี้ผมจึงต้องบอกกับ ท่านประธานเพื่อเป็นข้อสังเกตถึงกรรมาธิการไปถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อทบทวน นโยบายและทบทวนการบริหารจัดการน้ำของท่านเสียใหม่

ประเด็นที่ ๒ อันนี้เป็นเขตพื้นที่ชลประทาน เพื่อนสมาชิกฝากมาให้แสดง ความคิดเห็นครับ ท่านสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ อยู่ในเขตนอกพื้นที่ชลประทาน ในเขตพื้นที่ ภาคอีสานหลายพื้นที่วันนี้เช่นเดียวกันครับ อยู่นอกเขตพื้นที่ชลประทาน ผมคิดว่าก็เป็น หน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เช่นเดียวกัน เพราะว่าขณะนี้เป็นฤดูทำการเกษตร ท่านต้องบริหารจัดการน้ำให้กับเขา พื้นที่นอกเขตชลประทาน ท่านจำเป็นที่จะต้องทำ ฝนเทียม ทำฝนหลวงเพื่อที่จะไปช่วยเหลือปริมาณน้ำให้เขาได้มีโอกาสลืมตาอ้าปาก ทำการเกษตรต่อไป ท่านประธานครับวันนี้พืชผลทางการเกษตรโดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าว ท่านประธานรู้ไหมครับวันนี้ในทุ่งนาไม่มีข้าว แต่ว่าราคาตกต่ำมากครับ เหลือราคาอยู่แค่ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาท น้ำก็ไม่มีจะให้เขาทำ ราคาก็ถูก แล้วแบบนี้สถานการณ์โควิด (COVID) แบบนี้พี่น้องเกษตรกร พี่น้องต่างจังหวัดเขาจะมีชีวิตกันอยู่อย่างไรครับ ผมจึงต้องฝาก ท่านประธานในท้ายที่สุดถึงกรรมาธิการเพื่อส่งต่อไปถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อพิจารณาครับ ขอบพระคุณครับ