มานพ คีรีภูวดล อภิปรายร่างงบประมาณปี 2565 โดยเสนอปรับลดงบประมาณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 8 เปอร์เซ็นต์ พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์ความบกพร่องในการวางแผนบูรณาการด้านการเกษตรและการจัดการน้ำ ที่นำไปสู่ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำและผลผลิตล้นตลาด โดยเฉพาะลำไยและมังคุด พร้อมเรียกร้องให้มีการประสานงานทุกภาคส่วนเพื่อวางกลยุทธ์รับมืออย่างเป็นระบบ รวมถึงทบทวนยุทธศาสตร์การจัดการน้ำที่ขาดนวัตกรรมและอาจก่อให้เกิดข้อขัดแย้งทางสังคมและสิ่งแวดล้อมจากโครงการขนาดใหญ่และการดำเนินงานฝนหลวง
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ผมขออนุญาตท่านประธานอภิปรายร่าง พ.ร.บ. งบประมาณ ปี ๒๕๖๕ ซึ่งผมได้ขอสงวนปรับ ลดอยู่ที่ ๘ เปอร์เซ็นต์นะครับ ในมาตรา ๑๔ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประธานครับ ผมมีอยู่ ๒ ประเด็นใหญ่ที่อยากจะอภิปรายให้เห็นว่าทำไมผมถึงปรับลด ๘ เปอร์เซ็นต์ครับ ประเด็นแรกก็คือเรื่องของการแก้ปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตร ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องของการบริหารจัดการน้ำครับท่านประธาน
ประเด็นแรกก่อนนะครับท่านประธาน คือช่วงนี้ผมเข้าใจว่าทุกท่านก็คงเห็น อยู่แล้วนะครับว่า ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคใต้เรื่องมังคุด ภาคเหนือเรื่องลำไย ปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นเลยนะครับถ้าหากว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการวางแผน อย่างเป็นรูปธรรมหรืออย่างบูรณาการ ผมไม่เห็นเลยนะครับว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีแผนหรือว่ามีการพูดคุยกับหน่วยงาน องค์กรที่เกี่ยวข้อง ปัญหาเกษตรท่านเป็นแม่งาน นะครับ ท่านจะต้องรู้ว่าลำไยมีกี่ตัน มีกี่ไร่ มีกี่ต้น มีเกษตรกรกี่คน มังคุดผู้ปลูกที่ไหน อย่างไร ก็ไม่ต่างจากลำไยครับ ท่านจะต้องไปเชื่อมโยงให้ได้ครับว่า กระทรวงพาณิชย์จะเอาอย่างไรปีนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมที่จะแปรรูปเป็นอย่างไรปีนี้ กระทรวงอุดมศึกษา สถาบันการศึกษา สถาบันการวิจัยจะพัฒนารูปแบบการเกษตรอย่างไร กระทรวงคมนาคมจะขนส่งอย่างไร เพราะว่าท่านก็ทราบอยู่แล้วว่าสถานการณ์โควิด (COVID) ที่เกิดขึ้นนี้ เราไม่ใช่ว่าเจอโควิด (COVID) เมื่อวานนี้ เราเจอมาเมื่อปีที่แล้วแล้ว กระบวนการทำแผนร่วมอย่างนี้ ผมคิดว่าอันนี้คือความบกพร่องของกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์นะครับ ท่านประธานทราบใช่ไหมครับว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โอเค (OK) เป็นกระทรวงที่อยู่ใกล้ชิดพี่น้องประชาชน แต่สิ่งหนึ่งที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่สามารถจะขายผลผลิตได้ด้วยตัวเอง เพราะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ใช่กระทรวง การค้า สิ่งที่ผมเจอนะครับ ผมพยายามไปหารือกับผู้บริหารอยู่ว่ามันจะเกิดขึ้นแน่นอน ถ้าหากว่าไม่มีแผนการบริหารจัดการเรื่องนี้ สิ่งที่ผมคิดว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะต้อง ทำนะครับ อันนี้ผมเสนอแนะเลยนะครับว่าถ้าจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ในความบกพร่อง ที่ผมตัดงบประมาณของท่าน ๘ เปอร์เซ็นต์ ท่านจะต้องใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง ผมมีข้อมูลนะครับ ผมลงไปคุยกับพี่น้องเกษตรกร ลำไยภาคเหนือมีเท่าไร ๑.๕ ล้านตัน จังหวัดลำพูน จังหวัด เชียงใหม่เยอะที่สุด รองลงมาจังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา แล้วก็จังหวัดน่าน แต่ท่านไม่ได้ เอาหน่วยงานที่ผมกล่าวถึงคือ ไม่ว่ากระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและพัฒนา กระทรวงคมนาคม มานั่งคุยว่าปัญหาเกษตรกร ๑.๕ ล้านตันท่านจะแก้ปัญหาอย่างไรนะครับ อันนี้ถือว่าเป็นความบกพร่อง ผมคิดว่า ถ้าหากว่าท่านใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง เอาพื้นที่ผู้ปลูกเป็นตัวตั้ง เอาหน่วยงานที่ท่านต้องประสาน เพื่อให้แก้ปัญหาอย่างนี้มันสามารถจะดำเนินการได้ ท่านก็ทราบข่าวที่ผ่านมานะครับ ประเทศจีนไม่ให้นำเข้าลำไยเพราะว่าเจอ ๑ ๒ ๓ ๔ อันนี้คือเราเห็นได้ชัดเลย คือท่านไม่ได้ ประสานงานกับหน่วยงานทางวิชาการเรื่องมาตรฐานต่าง ๆ
ประเด็นที่ ๒ ประเด็นเรื่องของการบริหารจัดการน้ำครับท่านประธาน มีหลายหน่วยงานมากในประเทศไทยนี้ที่เกี่ยวข้องกับของการบริหารจัดการน้ำ เฉพาะกระทรวงนี้ก็มีครับ มีกระทรวงทรัพยากรอีก กรมชลประทานก็มีอีก แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ผม คิดว่าที่เกี่ยวข้องก็คือกรมชลประทานครับท่านประธาน ปัญหาของประเทศไทยมันไม่ใช่ว่า ไม่มีน้ำต้นทุนครับ มีน้ำต้นทุนนะครับ ในพื้นที่ภูมิภาคนี้มีน้ำต้นทุนเยอะกว่าหลาย ๆ พื้นที่ ในภูมิภาคนี้นะครับ แต่ผมเข้าใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ก็คือผมไม่แน่ใจว่านวัตกรรม ความรู้ ที่ท่านใช้อยู่มันสอดคล้องกับข้อเท็จจริงในปัจจุบันหรือไม่ และกระบวนการต่าง ๆ ที่ทำมา นะครับ เวลาเกิดปัญหาครับท่านประธาน น้ำแล้งก็สร้างเขื่อน น้ำท่วมก็สร้างเขื่อน เรามี ความรู้กันแค่นี้หรือครับ เราไม่มีความรู้ด้านอื่นเลยหรือครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่ารูปแบบ การบริหารจัดการน้ำที่จะต้องใช้ความรู้และนวัตกรรมในโลกนี้มันมีความรู้เยอะแยะ และ ประชาชนในพื้นที่เอง ผมเข้าใจว่าจำเป็นที่จะต้องลงไปถึงระดับครัวเรือน ไม่ใช่คิดเฉพาะ โครงการขนาดใหญ่ โครงการขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นนี้ครับ มีเรื่องหนึ่งที่สำคัญและผมเจอว่าเป็น ปัญหาสำคัญที่สุดเวลาทำโครงการใหญ่ ก็คือเรื่องอีไอเอ (EIA) การศึกษาผลกระทบ สิ่งแวดล้อม เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ถ้าเราลงพื้นที่เราไปเจอกับพี่น้องประชาชนมันคล้าย ๆ ว่าทำ อีไอเอ (EIA) แล้วเพื่อให้เกิดผลรายงานว่าให้โครงการนี้ดำเนินการได้ สิ่งที่ตามมาก็คือว่า ความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานภาครัฐที่ดำเนินการกับพี่น้องประชาชน ความขัดแย้งระหว่าง พี่น้องประชาชนที่อยู่ต้นน้ำกับอยู่ปลายน้ำ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการจัดการน้ำภายใต้ของ กรมชลประทานนี้ผมคิดว่าจำเป็นอย่างที่จะต้องหานวัตกรรมที่มันสร้างผลกระทบทางด้าน สิ่งแวดล้อมกับสังคมให้มันน้อยที่สุด และผมเชื่อว่าในโลกนี้มันมีความรู้และนวัตกรรมที่ดีพอ นะครับ อีกกรมหนึ่งที่ผมได้อยู่ในพื้นที่แล้วผมพอทราบข้อมูลก็คือว่ากรมฝนหลวงครับ ซึ่งชาวบ้านทั่วไปเขาเรียกว่าฝนเทียม มันไม่ใช่ฝนแท้ สิ่งที่ผมคิดว่าจะต้องสรุปออกมาให้ชัดเจนนะครับว่าความรู้ บทเรียน ประสบการณ์ที่ทำมา ตลอดที่ผ่านมานี้มันสอดคล้องกับภาวะการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศหรือไม่ เราจะพบ เสมอนะครับรายงานข่าวว่าวันนี้ได้มีการทำฝนหลวง มีการโจมตีเมฆ พบว่าความชื้น ในอากาศไม่เพียงพอ สิ่งที่ตามมาคืออะไรครับ ผมอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่นะครับ มีครั้งหนึ่ง ชาวบ้านก็เก็บสารเคมีที่ในการทำฝนหลวงฝนเทียม ตกลงมาในพื้นที่เกษตรกรเป็นเม็ด ๆ เลย นะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก่อนที่ท่านตั้งงบประมาณจัดซื้อเครื่องบินลำใหม่นี้ ผมคิดว่าการสรุปบทเรียนที่มันเป็นความรู้เพื่อที่จะเดินต่อว่าจำเป็นจะต้องเปลี่ยนรูปแบบไหม หรือจำเป็นจะต้องใช้เครื่องไม้เครื่องมืออย่างอื่นไหม หรือว่าจำเป็นจะต้องยกเลิกเพราะว่าน้ำ ต้นทุนที่มันมีอยู่ถ้าบริหารจัดการดี ๆ แล้วก็สามารถที่จะดำเนินการในการบริหารจัดการ แก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมและฝนแล้งได้ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมมีอยู่ ๒ เรื่องนะครับ เหตุผลสำคัญ ๒ ประการที่ผมขอตัด ๘ เปอร์เซ็นต์ของกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ อันที่ ๑ ก็คือเรื่องของการไม่มียุทธศาสตร์แผนงานในการบูรณาการการแก้ไขปัญหา เรื่องของราคาผลผลิตสินค้าทางการเกษตร อันที่ ๒ คือเรื่องของนวัตกรรมและองค์ความรู้ ในการบริหารจัดการน้ำ มันเก่าแล้วก็สร้างปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ