อับดุลอายี สาแม็ง เสนอแปรญัตติเพื่อปรับลดงบประมาณกระทรวงเกษตรฯ ลง 7% เนื่องจากมองว่าการบริหารงานไม่มีประสิทธิภาพ ไม่สามารถแก้ปัญหาโรคพืชและผลไม้ราคาตกต่ำ รวมถึงระบบโลจิสติกส์ที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออก อับดุลอายี สาแม็ง ยังหารือปัญหาอุปสรรคในการระบายสินค้าเกษตรจากมาตรการโควิดและห้องเย็น พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการงบประมาณของกระทรวงเกษตรฯ ที่ล้มเหลวในการช่วยเหลือภาคการเกษตร และเรียกร้องให้ปรับลดงบประมาณ 7% เนื่องจากขาดความจริงจังในการบริหารจัดการ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดยะลา อำเภอกรงปินัง อำเภอบันนังสตา อำเภอธารโต อำเภอเบตง ผมขออนุญาตใช้สิทธิในเรื่องสงวนการแปรญัตติงบประมาณ ปรับลด ๗ เปอร์เซ็นต์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ล่ะครับ เนื่องจากว่าเท่าที่ผมได้สังเกต ของการบริหารงานงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทำให้มีความรู้สึกว่ามันไม่มี ความจำเป็นอะไรที่จะต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก ณ ขณะนี้นะครับ เพราะว่าอาจจะ มีการปรับลดมากกว่าที่ผมว่าด้วยซ้ำไป ด้วยเหตุผลเนื่องจากว่าเรามีปัญหาในเรื่องของ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างนะครับท่านประธาน เรื่องโรคเชื้อราใบยางร่วงของยางพาราก็ไม่ได้ รับการแก้ไข แล้วไม่มีการใช้งบประมาณโดยตรงกับปัญหาที่มันเกิดขึ้น อันที่ ๒ โรคเชื้อราที่ มันเกิดจากต้นกล้วยหิน ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจอย่างหนึ่งของจังหวัดยะลา ก็ไม่ได้รับการแก้ไข อย่างจริงจัง ณ วันนี้นะครับ มันก็เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๗ จนถึงขณะนี้ก็ประมาณ ๘ ปี เกือบ ๑๐ ปีแล้วนะครับท่านประธาน ยิ่งมาวันนี้ก็เห็นชัดเจนเรื่องผลไม้ที่มีปัญหาในช่วง วิกฤติของโควิด (COVID) ก็ยิ่งเห็นชัดเจนว่าการบริหารจัดการงบประมาณของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ จะพูดว่าอย่างไรดี มันไม่เกิดผลที่มันชัดเจนต่อพี่น้องเกษตรกรเลย อย่างเช่นว่า ณ วันนี้ราคามังคุด ราคาเงาะ ซึ่งมีปัญหาอย่างนี้เกือบจะทุกปี แต่กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ก็ไม่เคยใส่ใจในเรื่องของการที่จะใช้วิชาการของกรมวิชาการเกษตรก็ดี กรมส่งเสริมสหกรณ์ก็ดี อะไรก็ดีมาแก้ปัญหาให้มันเกิดจากปัญหาที่มันเกิดขึ้นซ้ำซากอย่างปี ที่ผ่านมา โดยเฉพาะปีนี้เรื่องโควิด (COVID) ก็มาซ้ำอีก ทำให้ราคาเงาะแทบจะไม่มีราคา ราคามังคุดก็จะไม่มีราคา แล้วก็กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เองก็ไม่พยายามที่จะบริหาร จัดการให้เกิดการรักษาคุณภาพของผลผลิตให้เป็นระยะยาว อย่างเช่น พวกห้องเย็นต่าง ๆ นี้ ก็น่าจะต้องมีการคิดสิ่งเหล่านี้ให้มันเกิดขึ้น อย่างภาคใต้ก็เงาะหรือว่าภาคตะวันออกก็มีเงาะ มีอะไรอยู่นะครับว่าปัญหาของเงาะก็มีปัญหาเกือบทุกปี แต่ว่ามีบ้างไหมกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์คิดจะทำเป็นอุตสาหกรรมการเกษตรเพื่อที่จะผลิตเงาะกระป๋องหรืออะไรต่าง ๆ ให้มันกระจายทุกพื้นที่ เราก็ใช้วิธีการบริหารจัดการเพื่อการส่งออกเพื่อขายในราคาที่มี มูลค่าเพิ่มขึ้นมา แล้วก็อาจจะรักษาเวลา ไม่ใช่ว่าออกมากระจุก แล้วก็ปล่อยให้มันทิ้งร่วงอยู่ บนต้น มันก็เป็นปัญหาที่ไม่ได้ดูแลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เลย อย่างปีนี้ก็เป็น โชคร้ายที่เป็นซ้ำซ้อนขึ้นมา อย่างเช่น ทุเรียนนี้นะครับ นี่เดือนสิงหาคมกลางเดือน ท่านประธานครับ ตอนนี้เป็นจังหวะพีก (Peak) ของทุเรียนที่ออกในเขตพื้นที่ภาคใต้ ภาคใต้ หรือว่าภาคอื่นที่มีการผลิตทุเรียน เราก็ภูมิใจในตัวเลขที่เคยส่งออกให้กับประเทศจีนที่ผ่านมา ประมาณ ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างจะสูงมากนะครับ แต่ปีนี้ มันจะเป็นปัญหา เพราะว่าราคามันก็แกว่งไปแกว่งมา โดยเฉพาะในเรื่องของระบบโลจิสติกส์ (Logistics) ที่มีปัญหากับคู่ค้าก็คือประเทศจีนอันนี้จะมีปัญหา
อันที่ ๒ กลับมาตลาดภายในประเทศโดยมาตรการของโควิด (COVID) ถามว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทำอะไร สถานการณ์ของโควิด (COVID) เรื่องตลาดที่มัน มีผลกระทบเรื่อง พ.ร.บ. ของสาธารณสุขเกี่ยวข้องกับการเปิดตลาดใหญ่ ๆ อย่างเช่น ตลาดไท ปากคลองตลาด ตลาดสี่มุมเมือง หรือตลาดของจังหวัดใหญ่ ๆ ก็มีปัญหาติดในเรื่องมาตรการของโควิด (COVID) ทั้งหมด ทำให้เราชะลอ ณ วันนี้ระบายพวกพืชผลการเกษตรไปตลาดตามฟุตพาท ตลาดตามริมทาง เป็นส่วนใหญ่ ทำให้ปริมาณการระบายสินค้ามันน้อยนะครับ
อันที่ ๓ สิ่งที่มันเป็นปัญหาในปีนี้ก็คือว่าห้องเย็นเท่าที่เรามีอยู่ก็ไม่สามารถ บริหารจัดการรองรับพวกผลไม้เหล่านี้ได้ เลยถามว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีวิธีการ อย่างไร ห้องเย็นที่มีอยู่ก็ติดปัญหาเรื่อง พ.ร.บ. ของสาธารณสุขเช่นกัน คนทำงานที่อยู่ในห้อง เย็นถ้าไม่ได้ฉีดวัคซีน ถ้าไม่ได้ครบตามเงื่อนไขกำหนดของ ศบค. หรือของกระทรวง สาธารณสุขก็ไม่สามารถที่จะเปิดตลาดห้องเย็นได้ ทีนี้พอไปถามห้องเย็น ทำไมก็เปิดแล้วครับ ก็เปิดได้ไม่เต็มที่ เปิดได้บ้างเป็นบางส่วน เพราะเปิดเต็มที่ไม่ได้ ก็เลยทำให้เขารับซื้อไม่ได้ เต็มที่ อันนั้นก็ส่วนหนึ่ง ในขณะเดียวกันเขาก็ไม่อยากจะรับซื้อ เพราะไม่รู้ว่าแผนการตลาด ในอนาคตจะเป็นอย่างไร เป็นไปได้ไหมว่าเราอาจจะหาเงินสักก้อนหนึ่งไปให้กับห้องเย็น โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้ผลิตตั้งแต่ต้นทางก็คือผลิตตั้งแต่สวนมาจนถึงเรื่องของ เก็บรักษา เพื่อยืดเวลาในการที่จะขายไปในตลาด ตรงนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใช้เงิน งบประมาณเท่าไร วันนี้เห็นการเบิกจ่ายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ประมาณ ๕๘ เปอร์เซ็นต์ ยังค้างการเบิกจ่ายจนถึงสิ้นปีงบประมาณนี้ ๔๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ซึ่งการ บริหารจัดการของงบประมาณผมดูแล้วโดยภาพรวมแล้วก็น่าจะล้มเหลวได้นะครับ
อีกอย่างหนึ่งในภาวะวิกฤติของผลไม้ อย่างในช่วงนี้มีบ้างไหมกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ไปบอกท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อเอางบกลาง เอาอะไรต่าง ๆ มาให้กับ ผู้ประกอบการห้องเย็นว่าอาจจะต้องไม่มีดอกเบี้ย เงินกู้เป็นแสน ๆ ล้านบาทนี่นะครับให้ห้อง เย็นไปดำเนินการเพื่อที่จะมารับซื้อสินค้าภาคการเกษตร มาช่วยระหว่างที่เกิดวิกฤติในเรื่อง ของตลาดทั่วไป อย่างนี้ก็อยากจะนำเรียนให้ท่านประธานทราบว่าสิ่งทั้งหมดที่มันเกิดขึ้นกับ ภาคการเกษตร เพราะเราไม่ได้เอาใจใส่อย่างจริงจัง แล้วก็บริหารจัดการงบประมาณ เหมือนกันทุก ๆ ปี เป็นภาวะปกติของการบริหารงบประมาณ ไม่ได้มีการที่จะไปปรับปรุง แก้ไขให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง วันนี้ก็อาจจะมีกรมหนึ่ง สำนักงาน มาตรฐานสินค้าการเกษตรและอาหารแห่งชาติก็มีการจัดระบบการเกษตรแปลงใหญ่ ซึ่งดู แล้วก็เป็นแต่ลมปาก เป็นเพียงกระดาษ พอเอาจริง ๆ ไม่มีการส่งเสริมใด ๆ ที่มันเกิดของ การส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่อย่างชัดเจน ให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน อยากจะนำ เรียนให้ท่านประธานทราบว่า ณ วันนี้ผมเป็นเหตุผลในเรื่องของการปรับลดงบประมาณ ๗ เปอร์เซ็นต์ด้วย เพราะการบริหารงบประมาณล้มเหลวของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครับ ขอขอบคุณครับ