นิคม บุญวิเศษ หารือเรื่องงบประมาณรายจ่ายของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหน่วยงานในกำกับ โดยขอปรับลด 3 เปอร์เซ็นต์ รวม 643 ล้านบาท
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค พลังปวงชนไทย กระผมขออภิปรายในมาตรา ๑๒ งบประมาณรายจ่ายของกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหน่วยงานในกำกับ ซึ่งได้ตั้งงบประมาณไว้ ๒๑,๔๔๙,๖๒๐,๘๐๐ บาท กระผมขอปรับลด ๓ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธานครับ ๖๔๓,๔๘๘,๖๒๔ บาท กระผมขอปรับลดในส่วนของค่าจ้างเหมาบริการ ค่าจ้างเหมาบริการ บุคคลช่วยปฏิบัติงาน ค่าใช้จ่ายในการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ค่าใช้จ่ายในการสัมมนาและ ฝึกอบรม ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเช่าที่พัก และค่าพาหนะ ค่าใช้จ่ายหมวดดังกล่าวข้างต้นที่ผม ได้กล่าวมาตั้งงบประมาณไว้ค่อนข้างจะสูง อาทิเช่นค่าจ้างเหมาบริการ เนื่องจากมาตรการ การปรับลดขนาดกำลังคนภาครัฐและลูกจ้างประจำ โดยให้ส่วนราชการยุบตำแหน่ง ข้าราชการที่เกษียณและลูกจ้างประจำที่ว่างลง และให้ทบทวนงานที่สามารถถ่ายโอนให้ เอกชนรับไปดำเนินงานแทน โดยการจ้างเหมาบริการในลักษณะการจ้างโครงการเฉพาะ โครงการและจ้างเฉพาะครั้งคราว ในประเด็นนี้ขอตั้งข้อสังเกตว่าเกือบทุกส่วนราชการที่ตั้ง งบประมาณรายจ่ายประจำปี ในหมวดค่าจ้างเหมาบริการแต่ละปีวงเงินค่อนข้างสูงครับ ท่านประธานครับ จึงควรมีรายละเอียดการชี้แจงความจำเป็นการจ้าง โดยเฉพาะ ต้องวิเคราะห์ถึงสภาพปัญหาที่จำเป็น ต้องมีการจ้างเหมาบริการหรือควรวิเคราะห์ภาระงาน และอัตรากำลังให้ชัดกว่านี้ ในส่วนที่บุคลากรไม่เพียงพอก็เช่นกัน ต้องแสดงรายละเอียด การคำนวณงบประมาณให้สมาชิกสภาให้รับทราบในเชิงลึกเพื่อที่จะมีการพิจารณาร่วมกัน ดังนั้นหากสามารถชะลอโครงการเหล่านี้ก็จะเป็นประโยชน์สำหรับการใช้งบประมาณแผ่นดิน ปี ๒๕๖๕ ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ครับท่านประธานครับ ในข้อเสนอ เชิงนโยบายเพื่อการพัฒนางานด้านสังคม มาดูในงบดำเนินงาน ในข้อ ๑.๑ (๘) ค่าจ้าง เหมาบริการ ผมขอปรับลด ๓๗,๕๗๕,๕๐๐ บาท ๑.๑ (๑๒) ค่าใช้จ่ายในการจัดประชุม ๒,๑๖๙,๖๐๐ บาท โครงการพัฒนากลไกและศักยภาพครอบครัวเพื่อเสริมสร้างครอบครัวเข้มแข็ง ซึ่งได้ตั้ง งบประมาณเอาไว้จำนวนน้อยครับท่านประธาน ๗๗,๓๐๐,๐๐๐ บาทเศษ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ขอปรับลดในส่วนที่คิดว่าคงไม่ได้ใช้ในช่วงภาวะวิกฤติไวรัสโคโรนา (Virus Corona) นี้ ในส่วนงบประมาณในข้อ ๑.๑ (๒) ค่าใช้ในการสัมมนาฝึกอบรม ๑,๙๐๐,๐๐๐ บาทเศษ (๗) ค่าใช้จ่ายในการประชุมเชิงปฏิบัติการขอปรับลดลง ๒,๗๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ค่าจ้างเหมา บุคคลช่วยปฏิบัติงานขอปรับลดลง ๑๖,๗๐๐,๐๐๐ บาทเศษ มาดูการบริหารจัดการคุณภาพ การดำเนินงานด้านสตรีและครอบครัวก็ตั้งงบประมาณไว้น้อยครับ ๕๒,๓๓๓,๖๐๐ บาท ในส่วนที่ผมขอปรับลดคิดว่าคงไม่ได้ใช้ในช่วงภาวะวิกฤตินี้ ค่าจ้างเหมาบริการ ๘,๘๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ค่าใช้จ่ายในการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ๑,๗๗๐,๐๐๐ บาทเศษ ค่าจ้างเหมาบุคลากร ช่วยปฏิบัติงาน ๔ ล้านบาทเศษ ส่วนโครงการเด็กและเยาวชนได้รับการคุ้มครองและ สวัสดิการตามมาตรการคุ้มครองทางสังคม โครงการนี้ได้ตั้งงบประมาณไว้สูง ผมเห็นด้วยครับ ๑๗,๒๙๖ ล้านบาทเศษ แต่ในส่วนที่ขอปรับลดก็คือค่าเบี้ยประชุมกรรมการ ๖,๒๘๗,๐๐๐ บาท ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเช่าที่พัก และค่าพาหนะ ๗,๓๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ค่าจ้างเหมาบริการ ๖๖ ล้านบาทเศษ ค่าใช้จ่ายในการจัดประชุม ๑,๑๕๒,๖๐๐ บาท มาดูโครงการส่งเสริมและ พัฒนาทักษะชีวิตเด็กและเยาวชนไทย ตั้งงบไว้ ๑๖๓ ล้านบาท งบประมาณที่ผมขอปรับลด ค่าจ้างเหมาบริการ ๑๖ ล้านบาทเศษ ค่าใช้จ่ายในการจัดสัมมนาฝึกอบรม ๔,๓๐๐,๐๐๐ บาท ค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรม ๕,๙๐๐,๐๐๐ บาท โครงการส่งเสริมประสานบูรณาการ การจัดทำและการขับเคลื่อนนโยบายด้านการพัฒนาสังคมในระดับพื้นที่ตั้งงบไว้ ๓๐ ล้านบาท ผมขอปรับลดในค่าจ้างเหมาบริการ ๑๐ ล้านบาทเศษ ค่าใช้จ่ายในการจัด ประชุม ๒,๒๐๐,๐๐๐ บาทเศษ และโครงการช่วยเหลือคุ้มครองผู้ประสบปัญหาทางสังคม ตั้งงบไว้ที่ ๒๓๔ ล้านบาท ผมขอปรับลดค่าจ้างเหมาบริการ ๓๖ ล้านบาทเศษ อีกโครงการหนึ่งครับ โครงการข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนาทางด้านสังคม ตั้งงบประมาณไว้ ๑๖๑ ล้านบาทเศษ ผมขอตัดงบในงบดำเนินงานใน (๘) ค่าจ้างเหมาบริการ ๑๗,๒๐๐,๐๐๐ บาทเศษ มาดูอีกโครงการหนึ่ง โครงการต่อต้านการค้ามนุษย์ โครงการนี้ ตั้งงบไว้น้อยมาก ๙๘ ล้านบาท เสมือนว่าปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ผมคิดว่าปัญหานี้ปัญหา การค้ามนุษย์เป็นปัญหาที่ค่อนข้างเป็นปัญหาใหญ่นะครับ งบประมาณตั้งไว้น้อยมากครับ แต่อย่างไรก็ตามผมขอปรับในส่วนที่คิดว่าคงไม่ได้ใช้ ค่าจ้างเหมาบริการ ๔๔ ล้านบาทเศษ ก็สรุปดังนี้ว่าในมาตรา ๑๒ ผมขอปรับลด ๓ เปอร์เซ็นต์ ๖๔๓ ล้านบาท คงเหลือ ๒๐,๘๐๖,๑๓๒,๑๗๖ ล้านบาท ก็คิดว่าเพียงพอครับ กราบพระคุณมากครับ