ประเดิมชัย ชูปรับลดงบ สป. 5% ผลักดันถ่ายโอนอำนาจสู่ท้องถิ่น

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๔

ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ หารือการปรับลดงบประมาณกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ 5% โดยระบุเหตุผลว่าการกระจายภารกิจไปสู่ท้องถิ่นจะทำให้การดูแลประชาชนมีประสิทธิภาพมากกว่า พร้อมตั้งข้อสังเกตการใช้งบของ พอช. ที่ปล่อยกู้ประชาชนในอัตราดอกเบี้ยสูงทั้งที่ควรเป็นหน่วยงานเพื่อการพัฒนา ไม่ใช่แสวงหากำไร

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เขต ๕ ดินแดง ห้วยขวาง ขออนุญาตท่านประธานในการที่จะให้เหตุผลประกอบในเรื่องของการที่จะเสนอ ปรับลดตัดงบประมาณในส่วนของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ๕ เปอร์เซ็นต์ ประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทเศษ ท่านประธานครับ ก็ด้วยเหตุผลที่ว่า ในส่วนของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในปัจจุบัน ถ้าเราดูถึงภารกิจ ในเรื่องของหน่วยงานที่อยู่ในส่วนความรับผิดชอบของกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ จะเห็นว่าหน่วยงานต่าง ๆ นั้นถ้าจะทำให้งานเกิดประสิทธิภาพ หน่วยงานที่อยู่ในความผิดชอบของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะต้องมีการถ่ายโอนภารกิจไปให้กับท้องถิ่น ซึ่งจะเข้าถึงการแก้ไขปัญหามากกว่ากับในรูป ของกระทรวงที่ตั้งเป็นกรมต่าง ๆ ฉะนั้นด้วยภารกิจถ้าเรามุ่งหวังในเรื่องของการที่จะสร้าง คุณภาพชีวิต หรือว่าการที่จะดูแลพี่น้องประชาชนให้มีทั้งในเรื่องของสวัสดิการ ทั้งในเรื่อง การดูแลในด้านต่าง ๆ ให้มีคุณภาพ คนที่เข้าถึงมากที่สุดก็คือในส่วนขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเทศบาลตำบล เทศบาลเมือง เทศบาลนคร หรือว่าองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด แต่ถ้าตราบใดเรายังมากระจุกตัวอยู่ในส่วนกลางแล้วก็มีหน่วยงานไปฝากไว้ เป็นเขตที่อยู่ในจังหวัด เป็นกลุ่มจังหวัด มันไม่สามารถที่จะไปดูแลความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องได้อย่างทั่วถึง ฉะนั้นผมคิดว่าในส่วนตรงนี้มันจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อที่จะทำให้ ภารกิจบรรลุวัตถุประสงค์หรือว่าเป้าหมาย ฉะนั้นในเรื่องของการตั้งงบประมาณไว้จำนวน ๒๔,๐๐๐ กว่าล้านบาทเศษ มันเป็นงบประมาณที่ค่อนข้างมาก แต่การดูแลไม่ทั่วถึง ถามว่า ปัจจุบันคนพิการยังมีคนที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนอยู่อีกจำนวนมากไหม ถาม ณ ขณะนี้ผมก็ เชื่อว่าหน่วยงานก็ตอบไม่ได้ แต่คนเหล่านั้นบางครั้งก็ขาดความรู้ความเข้าใจในการที่จะ เข้าถึงในเรื่องของการที่จะรักษาสิทธิของตัวเอง ในการที่จะให้รัฐเข้าไปดูแลก็ไม่สามารถที่จะ ดำเนินการได้ อันนี้ผมคิดว่าถ้าเรากระจายออกไปมันก็จะเป็นเรื่องของการทำให้การดูแล พี่น้องประชาชนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทีนี้ผมมาติดใจอยู่หน่วยงานหนึ่งท่านประธานครับ ถ้าเราดูในหน่วยงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ก็คือในส่วนของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือที่เรียกว่า พอช. องค์กรนี้เป็นสถาบันที่จัดตั้งขึ้นมาใหม่เมื่อไม่นานมานี้ มีหน้าที่ในการดูแล โดยเฉพาะ ในเรื่องของการปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้กับพี่น้องประชาชนคนผู้มีรายได้น้อย ในกรุงเทพมหานคร มีโครงการมากมายหลายโครงการ โดยเฉพาะโครงการที่อยู่ในสายคลองต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น คลองเปรมประชากร คลองลาดพร้าว ซึ่งตั้งเป้าหมายไว้ประมาณ ๙ สายคลองที่จะต้องมีการ รื้อย้ายชุมชน แล้วก็ให้มีการปลูกที่อยู่อาศัยใหม่ ผมมาติดใจตรงประเด็นที่ว่าปีนี้ในส่วนของ หน่วยงานที่อยู่ในส่วนของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือว่า พอช. ได้รับงบประมาณ ไปประมาณ ๙๐๐ ล้านบาทเศษที่จะต้องไปดูแลเรื่องที่อยู่อาศัยให้กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานทราบไหมครับว่าเงินที่สภาอนุมัติไป พอช. เอาไปปล่อยกู้ให้กับประชาชนผู้มี รายได้น้อยในการสร้างบ้านที่อยู่อาศัยในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๔ ต่อปี ซึ่งปัจจุบัน ท่านประธานครับ ใน ๒-๓ ปีนี้ ทุกคนได้รับผลกระทบจากเรื่องของโควิด (COVID) ถามว่า คนที่กู้จะต้องมาแบกรับภาระอัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๔ ซึ่งสูงกว่าเงินที่รัฐบาลกู้มา ๑ ล้านล้านบาท ที่ให้สถาบันทางการเงินไปปล่อยกู้ให้กับภาคธุรกิจในการดูแลเยียวยาประชาชน ซึ่งคนเหล่านั้นถ้าพูดถึงฐานะย่อมมีฐานะที่ดีกว่า พี่น้องชาวชุมชน หรือแม้แต่ชุมชน ทางต่างจังหวัดที่เข้าร่วมในโครงการ ในเรื่องของการสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ก็ต้องเสียอัตรา ดอกเบี้ยร้อยละ ๔ ซึ่งผมคิดว่าตรงนี้เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เป็นเงินภาษีของประชาชน องค์กรนี้ไม่มีหน้าที่ในการไปแสวงหากำไร ไปแสวงหารายได้จากประชาชน ควรที่จะไป ปรับปรุง ควรที่ต้องไปทบทวน ฉะนั้นเรื่องของดอกเบี้ยร้อยละ ๔ ประชาชนไม่ได้ เสียดอกเบี้ยร้อยละ ๔ จัดตั้งเป็นสหกรณ์ขึ้นมาจะต้องบวกค่าบริหารจัดการไปอีก ๓ สรุปแล้วประชาชนต้องรับภาระในเรื่องของดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ต่อปี ซึ่งค่อนข้างสูงและเป็น ภาระ และโดยเฉพาะในยามวิกฤติอย่างนี้ประชาชนเดือดร้อนมาก ก็ยังไม่มีทีท่าว่า จะเปลี่ยนแปลงกติกา หรือว่าวิธีการในการที่จะเยียวยา หรือว่าให้การช่วยเหลือประชาชน ตามวัตถุประสงค์ หรือว่าพันธกิจ หรือวิสัยทัศน์ที่ได้เขียนไว้ในเล่มขาวคาดแดง ซึ่งตรงนี้ ผมคิดว่าเป็นกระบวนการในการบริหารจัดการที่ไม่ถูกต้อง ฉะนั้นก็ขออนุญาตในการที่จะ ปรับลดงบประมาณในส่วนตรงนี้ลง ๕ เปอร์เซ็นต์ เพื่อที่จะนำไปช่วยเหลือประชาชน โดย รัฐบาลนำไปช่วยเหลือประชาชนในเรื่องของคนที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องของโควิด (COVID) ทั้งในเรื่องของการเยียวยา ทั้งในเรื่องของการจัดหาวัคซีน ทั้งในเรื่องของการดูแล เรื่องของสถานที่พักกักกันตัว พักกักกันในเรื่องของการแยกคัดกรองโรคต่าง ๆ โดยนำเอา งบประมาณในส่วนตรงนี้ไปดูแลจะเกิดประโยชน์มากกว่ากับการที่เอามาตั้งกองไว้แล้วไม่เป็น ประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ขอบคุณท่านประธานครับ