สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๔

นิยม เวชกามา แสดงความไม่พอใจต่อการจัดงบประมาณของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการส่งเสริมและพัฒนาการให้ความช่วยเหลือคุ้มครองผู้ประสบปัญหาทางสังคม และเรียกร้องให้หน่วยงานของรัฐมีส่วนช่วยเหลือกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ยากลำบาก

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้แปรญัตติเพื่อตัดงบประมาณของกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ ๑ เปอร์เซ็นต์ จาก ๑ เปอร์เซ็นต์คือประมาณ ๒๐๐ ล้านบาท ความจริงที่ผมปรับลดงบประมาณในส่วนนี้ก็เพียงในส่วนที่เกี่ยวกับครุภัณฑ์สิ่งก่อสร้างและ เงินในส่วนของจัดอบรมสัมมนา ท่านประธานครับ เพราะว่าความจริงกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีงบประมาณเพียง ๒๑,๔๑๑ ล้านบาท ซึ่งผมถือว่า เป็นงบประมาณที่น้อยมากในการที่ต้องมาดูแลพี่น้องประชาชนผู้ยากไร้ ผู้ลำบาก ผู้ขาดความเสมอภาคในทางสังคม ผมเห็นในหลายโครงการเป็นโครงการที่ดูแล้วดูดี แต่กระทรวงเอง เจ้าหน้าที่กระทรวง ผมเข้าใจแบบนั้นนะ ยังมิมีจิตสำนึกที่เข้าไม่ถึงหลาย ๆ โครงการ ยังคิดว่ากระทรวงนี้มีบทบาทเพียงเอาเงินเดือนไปให้ผู้ยากไร้ เงินเดือนไปให้ผู้พิการ นั่นคือหน้าที่ของข้าราชการ ความจริงไม่ใช่ครับ กระทรวงนี้ดูชื่อแล้วมันก็เป็นเรื่องที่ดีมาก กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นี่คือชื่อซึ่งผู้แต่งตั้งใครไม่รู้ แต่ว่าเป็นชื่อที่ประชาชนในประเทศนี้มีความหวัง ผมเห็นโครงการส่งเสริม โครงการ พัฒนาการให้ความช่วยเหลือคุ้มครองผู้ประสบปัญหาทางสังคม ทั้งประเทศนะครับท่านตั้ง งบประมาณเพียง ๒๕ ล้านบาท ผมว่าเงิน ๒๕ ล้านบาทเอาไปทำอะไร พี่น้องประชาชน คนเฒ่าคนแก่ คนพิการ ผู้ยากไร้ ยังรอความหวัง ยังรอความช่วยเหลือจากหน่วยงานของรัฐ แต่งบประมาณในการตั้งไว้น้อยมาก ดังนั้นที่ผมตัด ๑ เปอร์เซ็นต์ เพียง ๒๐๐ ล้านบาท มันเป็นเรื่องที่ท่านใช้จ่ายเงินในส่วนที่ไม่ถูกต้อง ไปเรื่องจัดการสัมมนา อบรม ครุภัณฑ์ สิ่งก่อสร้าง ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับตัวบุคคลมากนัก ผมเป็น ส.ส. ในพื้นที่ไปเห็นความทุกข์ ยากลำบาก โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนผู้ด้อยโอกาส แล้วทำไมกระทรวงนี้ไม่ยื่นมือเข้าไป ทันที โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาส วันนี้ประเทศไทยเริ่มเป็นประเทศที่มีสังคมคนสูงอายุมากขึ้น ในการช่วยเหลือตัวเองมีโอกาสที่น้อย แล้วกระทรวงนี้ซึ่งน่าจะไปดูในเรื่องหาวิธีการจัดอบรม หรือจัดอาชีพอะไรให้เขาช่วยเหลือตัวเองโดยไม่ต้องรอรับเงินเดือน ๕๐๐ ๗๐๐ ที่ว่านี่ ผมจึงกราบเรียนว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ยังรอการช่วยเหลือ ที่ผมไปเห็นในพื้นที่ผมเป็นปัญหา หนึ่งคือเรื่องวัคซีนก็เป็นปัญหา บุคคลกลุ่มนี้วัคซีนเข้าไม่ถึงครับ เพราะบางคนหลายคนเป็น คนป่วยติดเตียง คนป่วยซึ่งช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แทบไม่ได้วัคซีนเลยท่านประธาน ต้องฝากท่านไปด้วยนะว่าวัคซีนถึงเวลาต้องให้เขา คนกลุ่มนี้ไม่ใช่ให้แต่คนเดินมา คนลงทะเบียน ลูกผู้หลักผู้ใหญ่ซึ่งเป็นข่าวเกรียวกราวในหน้าหนังสือพิมพ์ คนกลุ่มนี้เขามี โอกาสมากกว่า ผมจึงกราบเรียนว่าพวกผู้ป่วยติดเตียง คนเฒ่าคนแก่ ถึงเวลาต้องดูแลเขา ผมเห็นในหลายโครงการท่านให้เงินแล้วดูมันไม่สมเหตุสมผลเลย โครงการที่ผมพูดถึงพัฒนา ระบบการให้ความช่วยเหลือคุ้มครองผู้ประสบปัญหาสังคม ๒๕ ล้านบาท มาดูโครงการนี้ก็ยิ่ง ตกใจ แผนงานพื้นฐานด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ท่านให้ทั้งประเทศ ๗๐ กว่าล้านบาท เงินจำนวนนี้ผมรับไม่ได้นะครับ ผมจึงเห็นว่ากรรมาธิการแทบจะไม่ตัด เลยนะ ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ บาท ผมว่าตัดพอเป็นพิธี เพราะเขายังต้องการอีกมาก พี่น้อง ประชาชนท่านไปดูในพื้นที่ต้องการความช่วยเหลือครับ จากสกลนครที่เป็นข่าวคราว เด็กอยู่ ด้วยความลำบาก เลี้ยงน้อง เด็กอายุ ๑๐ ปีเลี้ยงน้อง ดูแลน้อง ๒ คน อยู่กับยาย พ่อแม่ไม่มี อันนี้ต้องขอบคุณนักข่าวในพื้นที่ ถ้าไม่เป็นข่าวพวกนี้ได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานของ รัฐยากมาก พี่น้องเห็นข่าวก็เงินมีอยู่ คนกรุงเทพฯ มีเงินเยอะก็บริจาคไปตอนนี้เป็นล้านแล้ว ที่จะมีบ้านมีเงินให้เขาอยู่ได้ นี่คือโอกาสให้เขาว่าเด็ก ๒-๓ คนที่เกิดมาวันหนึ่งเขาอาจจะเป็น กำลังสำคัญของประเทศที่อำเภอคำตากล้า ต้องขอบคุณสื่อจริง ๆ ด้วยความเคารพประธาน ผมไม่ได้หวัง ดูจากโครงการไม่ได้หวังหรอก ความเสมอภาคทางสังคมไม่ได้หวังขนาดนี้หรอก มันเป็นไปไม่ได้ แต่ว่าโอกาสของประเทศ ของบุคคลเหล่านี้มันมี เราต้องหยิบยื่นให้เขา โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน วันนี้ปัญหาใหญ่คือเรื่องยาเสพติด ทำไมหน่วยงานของรัฐ จึงไม่เข้าไปดูแล อย่านั่งอยู่ที่ห้องทำงานรอแต่รายงานจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไม่ได้ครับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเห็นในตาจนชินแล้ว เขาอาจจะนึกไม่ถึง แต่ท่านมีโอกาสท่านเข้าไปครับ อาสาสมัครท่านมีรายงานมา ผมไปพื้นที่เห็นแล้วบางทีอเนจอนาถใจว่าทำไมพวกเรา เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ลงพื้นที่ไปดูบ้างครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ