ณัฐวุฒิ ตั้งข้อสังเกตใช้งบสังคมไม่เหมาะสม พร้อมเสนอทบทวนทิศทางพัฒนา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๔

ณัฐวุฒิ บัวประทุม แปรญัตติตัดงบประมาณกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 1,050 ล้านบาท โดยตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เหมาะสมในการใช้งบด้านการพัฒนาบุคลากรและหลักสูตรฝึกอบรมที่ซ้ำซาก พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนแนวทางการพัฒนาสังคมให้สอดคล้องกับหลักความเสมอภาค การครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคประชาสังคม รวมถึงการเร่งสำรวจข้อมูลเด็กกำพร้าจากโควิด-19 การทบทวนบทบาทคณะกรรมการที่ดูแลเด็กและเยาวชน การสนับสนุนเงินอุดหนุนเด็กเล็กแบบถ้วนหน้า และการใช้งบประมาณของกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวที่ควรเน้นการแก้กฎหมายและส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศอย่างแท้จริง พร้อมเสนอให้ปรับการจัดสรรงบประมาณในมาตรา 13 ให้มีประสิทธิภาพ ลดการทับซ้อนของเงินอุดหนุนและเงินสงเคราะห์ เพื่อรองรับการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ท่านประธานครับ ผมขอแปรญัตติตัดลดงบประมาณในส่วนของกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ในมาตรา ๑๓ ของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปี ๒๕๖๕ ในวงเงิน ๑,๐๕๐ ล้านบาทเศษ หรือคิดเป็น ๕ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ ที่มีจำนวนทั้งหมด ๒๑,๐๐๐ ล้านบาทเศษครับ ท่านประธานครับ ในเชิงรายละเอียด หรือเหตุผลประกอบการพิจารณาของผมนั้นผมคิดอยู่ทั้งหมด ๔ มิติด้วยกัน ในมิติที่ ๑ ก็คือ ต้องมีการทำความเข้าใจก่อนครับว่าคำว่า การพัฒนาสังคม นั้นมิได้เหมือนหรือมิใช่เท่ากับ การให้การสงเคราะห์ ฉะนั้นเงินที่กระทรวงมองในเชิงการให้การสงเคราะห์จำเป็นที่จะต้อง ถูกทบทวน นั่นเป็นมิติที่ ๑ ในมิติที่ ๒ ท่านประธานครับ นาฬิกาของผมมันไม่ใช่ ๗ นาที นะครับ มันลดลงเหลือ ๑ นาที ขอท่านตั้งเวลาใหม่ด้วยครับ ท่านประธานครับในมิติที่ ๒ ก็คือมิติที่บอกว่ากลุ่มเป้าหมายเฉพาะต่าง ๆ นั้นเข้าถึงโอกาสหรือสิทธิในงบประมาณรายจ่าย ประจำปีของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้อย่างทั่วถึง หรือ เท่าเทียมสอดคล้องต้องตรงกันหรือไม่ ในมิติที่ ๓ ท่านประธานครับ ก็คือมิติการตอบโจทย์ว่า ท่านมีวิสัยทัศน์หรือมุมมองต่อการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งมิได้หมายถึงแค่ เฉพาะคนที่มีสัญชาติไทย มีสถานะเป็นคนไทย มีเลขประจำตัว ๑๓ หลัก แต่หมายถึงทุกคน ที่อยู่ในประเทศแห่งนี้ในระยะยาวอย่างไร แล้วก็ในมิติที่ ๔ ครับ ก็คือการมีส่วนร่วมของ ทุกภาคส่วนกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มิใช่เฉพาะแต่เพียง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งท่านรองประธานกรรมาธิการ ท่านทวี สอดส่อง ได้พูด เมื่อสักครู่ อันนี้ผมเห็นด้วย แต่หมายถึงภาคประชาสังคมในส่วนอื่น ๆ ด้วยครับ ฉะนั้น ถ้าหากท่านเตรียมการที่จะออกกฎหมายจำกัดสิทธิหรือควบคุมองค์กรพัฒนาเอกชนหรือภาค ประชาสังคมที่ท่านทำงานเป็นเครือข่ายมาโดยตลอดนั้นผมคิดว่านี่ไม่ตอบโจทย์นี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในวงเงิน ๑,๐๕๐ ล้านบาทเศษที่ผมต้องการตัดนั้นมีรายละเอียดอยู่ทั้งหมด ๔ ส่วนใหญ่ ๆ ด้วยกันครับ ส่วนที่ ๑ ที่ผมต้องการตัดก็คือส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาบุคลากร หรือหลักสูตรต่าง ๆ ซึ่งเราเป็นที่รู้กันว่าบุคลากรของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้นมี การอบรม มีการพัฒนาองค์ความรู้ มีการพัฒนาทักษะ แต่ด้วยความเคารพนะครับ ใช้บุคลากรหรือวิทยากรกลุ่มเดิม ๆ มาตลอดเป็นระยะเวลาเป็นสิบ ๆ ปี มันไม่เหลืออะไร ให้อบรมอีกแล้วครับ แค่คำว่า เคสเมเนเจอร์ (Case Manager) หรือผู้จัดการรายกรณี แค่คำว่าการทำงานแบบสหวิชาชีพ หรือมัลติดิสซิพลินารีทีม (Multidisciplinary Team) แค่ประเด็นเรื่องของสวัสดิการสังคม แค่ประเด็นเขาไปอบรมอะไรรู้ไหมครับท่านประธาน มันเหลือเงินถึงขนาดไปอบรมว่าวิธีการวางช้อนจะวางข้างซ้ายหรือข้างขวานี่ผมคิดว่า ไม่ตอบโจทย์เรื่องการพัฒนาสังคมแล้ว ฉะนั้นหลักสูตรต่าง ๆ นบส.พม. เอ็กเซกคูทีฟโคชชิง (Executive Coaching) นพม. พม. หลักสูตรข้าราชการที่ดี ผู้นำยุคใหม่ต่าง ๆ ตรงนี้ต้องตัดครับ แล้วก็ยังมีหลักสูตรในอีก หลายเรื่องในอีกหลายกรมที่เกี่ยวข้องตรงนี้ นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ ครับ

ประเด็นที่ ๒ ผมสนับสนุนเรื่องการให้เงินอุดหนุนเด็กเล็กถ้วนหน้า วันนี้ก็มี พี่น้องเครือข่ายมายื่นหนังสือที่สภาแห่งนี้ เหตุที่ผมต้องตัดเรื่องของงบประมาณการจัด ประชุมต่าง ๆ อย่างที่ท่าน ส.ส. วรรณวิภา ไม้สน ได้พูดเพราะอะไรครับ ท่านประธาน ทราบไหมครับว่าคณะกรรมการการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติที่เรียกว่า กดยช. เคยมี มติและย้ำไป ๒ รอบแล้วว่าวันนี้ต้องถึงเวลาที่ให้เงินอุดหนุนเด็กเล็กแบบถ้วนหน้า แต่ปรากฏ ว่าไม่มีการตอบรับจากรัฐบาล ฉะนั้นท่านจะมีคณะกรรมการชุดนี้ทำไมครับ ถ้ามี คณะกรรมการชุดนี้ที่เรียกว่า กดยช. ซึ่งเป็นบอร์ดระดับชาติประชุมกันไปแล้ว ๒ ครั้งยืนยัน มติตรงกันเด็กเล็กต้องถ้วนหน้า พรรคการเมืองต่าง ๆ เคยหาเสียงไว้แบบเดียวกันหมด แต่ท่านไม่ยอมเอาโครงการนี้เป็นหลัก แล้วจะมีกรรมการชุดนี้ทำไม อย่างที่ผมเรียน เมื่อวานนี้ว่าท่านก็เอาเงินอุดหนุนเด็กเล็ก อ้างว่าสำรวจไม่ครบ ตกหล่น แล้วก็ไปขอใช้ งบกลาง ก็เอาเด็กไปเป็นตัวประกันในงบกลางอีก ไม่ต้องพูดถึงคณะกรรมการชุดต่าง ๆ นะครับ ท่าน ส.ส. วรรณวิภาได้ไล่เรียงให้เห็นว่า เอาเรื่องเด็กอย่างเดียวนะครับท่านประธาน มีคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติระดับจังหวัด มีคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหา การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น มีคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัย มีกรรมการที่ดูแลสภาเด็กและ เยาวชน มีอีกเยอะแยะไปหมด แม้กระทั่งคณะกรรมการจัดงานวันเด็กในระดับโรงเรียน อันนี้ ผมเพิ่มเองนะครับไม่ได้อยู่ในงบกระทรวง แต่ว่าตกลงเด็กคือเด็กคนเดียวกันหรือไม่ ไม่จำเป็นต้องมีขนาดนั้น แต่ท่านทราบไหมครับว่าเวลาผมถามเรื่องเด็กกำพร้า วิ่งกัน ทั้งกระทรวงเลยครับ ผมให้สัมภาษณ์พี่น้องสื่อมวลชนวันที่ ๓ สิงหาคม บอกว่า ท่านทราบไหมมีเด็กกำพร้าที่เกิดขึ้นจากโควิด (COVID) จำนวนเท่าไร อธิบดีกรมกิจการเด็ก ให้สัมภาษณ์วันที่ ๕ สิงหาคม บอกว่าเพิ่งส่งข้อมูลมา ๑๕ จังหวัด มี ๓๕ คน ประเทศอังกฤษครับ เขาวิเคราะห์สำรวจบอกว่าประเทศไทยต้องมีเด็กกำพร้าที่เกิดขึ้นจากโควิด (COVID) อย่างน้อย ๓๕๐ คน แต่ข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม วันนี้สังคมไทยโดยกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ยังตอบไม่ได้ว่ามีเด็กกำพร้าหรือเด็กที่ได้รับ ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID 19) จำนวนเท่าใด ฉะนั้นตกลงงบที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องการสำรวจฐานข้อมูลบิ๊กดาต้า (Big Data) ฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเด็กที่ยัง ไม่นิ่งแบบนี้จำเป็นต้องขอตัดลดงบประมาณ นั่นเป็นประเด็นที่ ๒ ครับ

ประเด็นที่ ๓ ครับท่านประธาน ก็คืองบประมาณที่เกี่ยวข้องกับกรมกิจการ สตรีและสถาบันครอบครัว ผมสนับสนุนหลักการของกรมนี้นะครับ แต่ท่านทราบไหมครับว่า ใช้จ่ายเงินที่เกี่ยวข้องกับการจัดประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพระดับจังหวัด พูดง่าย ๆ ก็คือคณะกรรมการที่ออกตามพระราชบัญญัติป้องกันและแก้ไขปัญหา การค้าประเวณี ๙๐ กว่าล้านบาทต่อปี เขามาพูดกันว่าวันนี้จะยกเลิกกฎหมายที่ลงโทษ การค้าประเวณีดีหรือไม่ วันนี้ต้องเปิดพื้นที่ให้การค้าประเวณีเป็นเรื่องที่ถูกกฎหมาย คนที่ทำ อาชีพนี้เข้าถึงสิทธิในฐานะพี่น้องแรงงานแบบหนึ่ง แต่กรมนี้ยังมาวิเคราะห์กันว่าเซ็กส์ เวิร์กเกอร์ (Sex Worker) นั้นอาจจะต้องดึงเข้าสู่ศูนย์ฝึกอาชีพต่าง ๆ โลกมันไปไกลแล้วครับ ท่านตั้งงบประมาณแต่ไม่ยอมแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการค้าประเวณีเสียที ซึ่งเป็น วิสัยทัศน์ที่ท่านตั้งไว้ ไม่รวมถึงเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการรับรองเพศ ที่เกี่ยวข้องกับ เจนเดอร์ อิควอลิตี (Gender Equality) หรือความเสมอภาค ซึ่งมีข้อมูลจากเวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรัม (World Economic Forum) วิเคราะห์ว่าประเด็นเรื่องของโกลบอล เจนเดอร์ แก็บ รีพอร์ต (Global Gender Gap Report) รายงานสภาวการณ์ มิติความเสมอภาคระหว่าง เพศทั่วโลก ประเทศไทยติดอันดับ ๗๙ ใน ๑๕๖ ประเทศ ฉะนั้นงบประมาณที่มีอยู่ เมื่อไม่ตอบโจทย์การพัฒนาความเสมอภาคระหว่างเพศ ก็ขออนุญาตที่จำเป็นต้องตัดครับ

ประเด็นที่ ๔ เป็นประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน ก็คือเรื่องของเงินอุดหนุน เรื่องของเงินให้การสงเคราะห์ต่าง ๆ แม้กระทั่งเรื่องของการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ ที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ เหตุที่จำเป็นต้องพิจารณาหรือตัดเพราะว่ามันมีการทับซ้อนเยอะ ไปหมดครับ แต่จำกัดเงินให้การสงเคราะห์ ระเบียบตัวหนึ่งบอกจ่ายได้แค่ ๒,๐๐๐ ไม่เกิน ๒ ครั้งต่อปี แต่พอจะใช้เงินกองทุนบอกได้ตลอดต่าง ๆ ฉะนั้นผมขออนุญาตที่จะตัด งบประมาณตรงนี้แล้วมารวมบูรณาการกันเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาสังคม ในระยะยาวจะดีกว่าหรือไม่ ด้วยเหตุผลคร่าว ๆ ที่ผมได้นำเรียนในเวลาจำกัดครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตยืนยันที่จะขอตัดลดงบประมาณในส่วนของมาตรา ๑๓ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ลง ๕ เปอร์เซ็นต์ ในวงเงิน ๑,๐๕๐ ล้านบาท เศษครับ ขอบคุณครับท่านประธาน