จิรายุ ชี้โครงการเงินช่วยผู้สูงวัยตาย 3,000 บ. รู้ไม่ทั่วถึง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๔

จิรายุ ห่วงทรัพย์ ตั้งข้อสังเกตถึงประสิทธิภาพการดำเนินงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยเฉพาะการใช้งบประมาณที่ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย การขาดการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างทั่วถึงในช่วงวิกฤติโควิด-19 ปัญหาเด็กต้องออกขายของตามสี่แยกเพราะความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจ รวมถึงการแจกของบรรเทาทุกข์ที่อาจมีลักษณะเอื้อประโยชน์ทางการเมือง พร้อมเสนอให้ทบทวนการจัดสรรงบประมาณและเร่งแก้ไขจุดบกพร่องเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ท่านประธานที่เคารพ จริง ๆ แล้วกระทรวงนี้เป็นกระทรวงสำคัญ ถ้าทำอะไรแบบตรงไปตรงมา มีเป้าประสงค์ที่จะ ดูแลพี่น้องประชาชนจะเป็นประโยชน์ยิ่ง ท่านประธานครับ ในการพิจารณาของ ชั้นกรรมาธิการ หลายเรื่องสังคมไม่ทราบเลยครับ แต่ผมก็ไม่ได้เชิญชวนให้กับพี่น้อง ประชาชนจะต้องใช้บริการ นั่นก็คือโครงการตายแล้วได้สตางค์ เป็นโครงการของกระทรวงนี้ นะครับ แต่ท่านประธานที่เคารพทราบไหมครับว่าพี่น้องประชาชนทั้งประเทศผมเชื่อว่ารู้กัน ไม่เกินครึ่งประเทศหรอกว่าผู้สูงอายุเสียชีวิตแล้วจะได้เงินช่วยเหลือ ๓,๐๐๐ บาท แล้วไปแจ้ง ที่ไหน อย่างไร วิธีการเป็นเช่นไร เงิน ๓,๐๐๐ บาทไม่ได้เงินมากมายนักครับ แต่ก็พอประทัง ให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้ เหตุที่ผมได้แปรญัตติตัดลด แล้วก็สงวนความเห็นไว้ว่าจะต้องปรับลดประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ที่ผ่านมาใช้งบประมาณได้อย่างไม่เต็มเม็ด เต็มหน่วย ดูจากหลายกรมก็ยังมีปัญหาอยู่มากมายในกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ ยิ่งสถานการณ์โรคระบาดในภาวะเช่นนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเห็นนักพัฒนาสังคมลงไปยังพื้นที่ต่าง ๆ น้อย โทรศัพท์ไปสอบถามก็บอกว่าเวิร์ก ฟรอม โฮม (Work from Home) ทำงานอยู่ที่บ้านก็พอเข้าใจ แต่ท่านอย่าลืมนะครับว่าหน่วยงาน ของท่านเป็นด่านหน้าสำคัญที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในทุกหย่อมหญ้า เพราะฉะนั้นการลงพื้นที่ก็ดี การนำสิ่งของบรรเทาทุกข์อย่าเลือกปฏิบัติแบบการเมืองครับ ที่ผมพูดเช่นนี้ก็เพราะว่าผมรับข้อมูลหลากหลายในฐานะฝ่ายค้านนะครับว่า มีตัวแทนของ พรรคการเมืองบางพรรคเอาของไปแจกบ้าง เอาสิ่งบรรเทาทุกข์ไปให้กับพี่น้องประชาชน ที่อยู่ในกลุ่มเขียวบ้าง กักตัวอยู่ที่บ้านบ้าง โดยแอบอิงการเมือง ซึ่งผมไม่อยากให้เรื่องแบบนี้ เกิดขึ้น อยากจะให้ท่านทำให้กับประชาชนด้วยความเต็มใจ และเว้นวรรคการเมืองไว้ สักครู่หนึ่งในช่วงเหตุการณ์ปัจจุบันครับ ท่านประธานที่เคารพครับ หลายกรมของ หน่วยงานนี้ไม่ว่าจะเป็นกรมกิจการเด็กและเยาวชน ท่านประธานขับรถมาทำงาน เรามา ประชุมรัฐสภา ในสถานการณ์ที่ถนนหนทางร้างผู้คน แต่ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าสิ่งที่ ท่านประธานอาจจะไม่สังเกตก็คือเด็กขายพวงมาลัยมีมากขึ้น น่าแปลกไหมครับ เด็กเขา กลัวอดมากกว่ากลัวติดโควิด (COVID) ครับ พ่อแม่ต้องมานั่งร้อยพวงมาลัยอยู่สี่แยกไฟแดง ในกรุงเทพมหานครไม่รู้กี่จุด ผมจึงถามครับว่าวิธีการแก้ไขปัญหา นี่ยังไม่ได้พูดถึงสถานการณ์ ปัจจุบันนะครับ ภาวะที่มีโควิด (COVID) คนจะซื้อพวงมาลัย คนจะซื้อลูกชิ้น คนจะซื้อขนม ที่เขามาขายตามสี่แยกก็กลัวว่าจะติดเชื้อ แต่จิตก็สงสารกันก็ช่วยเหลือ ผมจึงอยากถาม ท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานไปครับว่าในการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีนี้ หน่วยงานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ถ้าผมให้คะแนนโดย จิรายุ ห่วงทรัพย์ ท้ายตารางครับท่านประธานครับ ท้ายตารางจริง ๆ ไม่ค่อยเห็นผลงานอะไร ชัดเจนเลยครับว่ากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ช่วยเหลือชาวบ้าน ยามโควิด (COVID) อะไรบ้าง ได้ยินแต่กระทรวงโน้นกระทรวงนี้ไปทำโน่นทำนี่ เห็นบ้างตามเฟซบุ๊ก (Facebook) อย่างในพื้นที่ผมก็มีครับไปบ้าง แต่ก็ไปในนามท่านที่ปรึกษาของรัฐมนตรีบ้าง ไปในนามของคนนั้นคนนี้บ้าง แต่ก็ถ่ายรูปลงเฟซบุ๊ก (Facebook) จบข่าว ผมจึงฝาก ท่านประธานครับว่าการดำเนินงานอะไรก็แล้วแต่ ฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบ สมาชิกรัฐสภา มีหน้าที่ติดตามกำกับดูแลการทำงานของฝ่ายบริหาร ผมในฐานะประธานกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ผมทักท้วงกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์หลายครั้ง ว่าถ้าท่านเข้าตามตรอกออกตามประตู ทำเพื่อพี่น้องประชาชน ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง จิรายุเชียร์สุดใจขาดดิ้น ท่านประธานครับ คนอย่างจิรายุถ้าเกิดใครดีผมชมครับ ท่านประธานสหายแสงของผมผมก็ชมครับ แต่ถ้าเกิดท่านทำแล้วมีวาระแอบแฝง กักตุนเสบียง เอื้อพรรค เอื้อพวก เอื้อพ้อง อันนี้ผมรับไม่ได้ ท่านประธานครับ กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านรัฐมนตรีไก่ของผมครับ ท่านรัฐมนตรี กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านจุติ ไกรฤกษ์ อะไรที่ตรงไปตรงมา ฝ่ายสมาชิกรัฐสภาร้องให้ท่านตรวจสอบ ก็อย่าเงื้อง่าครับ คือไม่ลงดาบเสียที การเคหะ แห่งชาติมีเรื่องร้องเรียน ผมต้องบุกไปที่ทำเนียบรัฐบาล ท่านประธานครับ ไปยื่นให้ นายกรัฐมนตรี ยื่นให้ท่านนายกรัฐมนตรี ไม่รู้ท่านนายกรัฐมนตรีดูหรือเปล่า เหตุผลที่ผมต้อง ตัดลดลงไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านนายกรัฐมนตรีมีคำบัญชาให้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สอบท่านจุติ ไกรฤกษ์ แบบนี้ก็ได้ด้วยหรือครับท่านประธาน เห็นไหมครับ ผมจึงบอกว่ากระทรวงนี้แม้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะเขียนในเอกสาร ซึ่งผมว่า ท่านนายกรัฐมนตรีไม่เห็นหรอกว่าคุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค เป็นรอง นายกรัฐมนตรีกำกับดูแลกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จึงให้ ตรวจสอบด้วยกัน ท่านประธานครับ ผมให้ท่านประธานตรวจสอบลูกน้องของท่านประธาน เอาไหมล่ะครับ ท่านประธานก็ไม่เอาครับ เรื่องอะไรครับ เรื่องการเคหะแห่งชาติไปทำ โครงการเป็นหมื่นล้าน ที่เราเรียกว่าเคหะสุขประชา ท่านประธานครับ แล้วผมก็พูด ในที่ประชุมอีกครั้งว่าท่านช่วยกรุณาตรวจสอบหน่อยเถอะ ทำให้มันถูกต้อง เรื่องก็ยังคาอยู่ ท่านประธานครับ ผมกำลังจรดปากกาส่งต่อ ป.ป.ช. แต่ผมก็ดูรอดูครับว่าพรรครัฐบาล จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้แบบไหน อย่างไร และทำให้กับพี่น้องประชาชนจริงจังขนาดไหน การตัดลดงบประมาณเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าท่านทำอย่างตรงไปตรงมา และถึงมือพี่น้อง ประชาชนโดยไม่มีวาระแอบแฝง ผมจะเชียร์ใจขาดนะครับ การสร้างบ้านให้ผู้มีรายได้น้อย เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง แต่การสร้างบ้านให้กับผู้มีรายได้น้อยโดยใช้งบประมาณแผ่นดิน แบบไม่ตรงไปตรงมา อย่างนี้ฝ่ายค้านและจิรายุก็รับไม่ได้เช่นเดียวกันครับ ผมจึงขออนุญาต อภิปรายไว้เพื่อเตือนสติรัฐบาลว่าท่านทำอะไรก็แล้วแต่ยังมีจิ้งจก จุ๊ จุ๊ จุ๊ ตุ๊กแกร้อง มองเห็นอยู่ ฟ้ามีตาครับ อะไรที่ท่านแก้ไขได้กรุณาเร่งแก้ไขเถอะครับ เราเป็นสมาชิกรัฐสภา ด้วยกันไม่ถึงขนาดจะต้องเอาเป็นเอาตายกันหรอก แต่เป็นการเตือน เป็นการตรวจสอบ ถ่วงดุลกันตามระบบบริหารนิติบัญญัติและตุลาการ แต่ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าหลายครั้ง ผมอึดอัด พยายามจะบอก พยายามจะแก้ไขปัญหาให้ แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไข จึงเป็นที่มา ที่ผมจำเป็นต้องสงวนความเห็นไว้ ที่จะต้องปรับลดลงไปถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เนื่องจาก เป็นการใช้งบประมาณแผ่นดินอย่างไม่ตรงไปตรงมาครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ