ณธีภัสร์ ชี้งบเครื่องบิน-ฮ. พระที่นั่งสูงเกินจริง ขอทบทวนปรับลด

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๔

ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ตั้งข้อสังเกตการขอวงเงินงบประมาณสูงเกินความจำเป็น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งที่ตั้งไว้ราว 1,557 ล้านบาท ทั้งที่การเบิกจ่ายจริงในปีก่อนหน้าต่ำกว่ามาก จึงเรียกร้องให้ทบทวนและปรับลดงบประมาณอย่างเหมาะสม พร้อมเสนอให้ปรับลดงบของสำนักนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานในกำกับ 10 เปอร์เซ็นต์ หรือกว่า 2,446 ล้านบาท โดยอ้างเหตุผลด้านข้อจำกัดเวลาและโอกาสในการพิจารณาตัดงบหน่วยงานอื่นเพิ่มเติม

นางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนประธานสภา ที่เคารพ ผม ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ผมได้แปรญัตติปรับลดงบประมาณในส่วนของมาตรา ๗ สำนักนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานในกำกับที่ได้ของบประมาณมา ๒๔,๔๖๖,๔๔๑,๑๐๐ บาท ไว้ที่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ สำหรับหน่วยงานต่าง ๆ ในสำนักนายกรัฐมนตรี ต่างก็พยายามจัดงบประมาณอย่างรัดเข็มขัด ลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายหน่วยงานที่ทำงบประมาณมาราวกับว่าขณะนี้ประเทศมีงบประมาณ ให้ใช้จ่ายอย่างเหลือเฟือ ผมขอยกตัวอย่างงบประมาณปี ๒๕๖๕ ของสำนักเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีที่ได้รับงบประมาณไปถึง ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ในงบประมาณนั้นกลับมี รายจ่ายที่ตั้งค่าใช้จ่ายมาเกินจริง ซึ่งสามารถปรับลดลงได้อีกโดยไม่กระทบกับการทำงานเป็น จำนวนอย่างน้อยอีก ๔๐๐ ล้านบาท จริง ๆ ผมมีสไลด์ (Slide) ประกอบการอภิปรายเพื่อให้ พี่น้องประชาชนเข้าใจได้ง่าย แต่บังเอิญท่านประธานไม่อนุญาตให้ผมเอาขึ้น แต่ก็ไม่เป็น อะไรครับ รายการที่ผมกำลังจะกล่าวถึงก็คือค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ พระที่นั่งที่มีงบประมาณในปี ๒๕๖๕ ทั้งสิ้นราว ๑,๕๕๗ ล้านบาท เฉพาะรายการนี้รายการ เดียวก็เกิน ๑ ใน ๓ ของงบประมาณทั้งหมดของหน่วยงานนี้แล้วครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ทำไมผมจึงกล่าวว่างบประมาณส่วนนี้มีส่วนที่เกินจากค่าใช้จ่ายจริง ผมจะ แสดงให้ท่านประธานเห็นนะครับ หากเมื่อพิจารณาถึงงบประมาณของรายการนี้ ในปี ๒๕๖๔ ซึ่งมีจำนวน ๑,๙๕๙ ล้านบาท จากการเบิกจ่าย ณ วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๔ ซึ่งก็ผ่านมากว่า ๓ ไตรมาสของปีงบประมาณแล้ว ก็พบว่ามีการเบิกจ่ายไปแล้วเพียง ๔๗๐ ล้านบาท หรือเพียง ๒๔ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น จึงเกิดคำถามว่างบประมาณค่าใช้จ่าย เกี่ยวกับเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งในปี ๒๕๖๔ จำนวน ๑,๙๕๙ ล้านบาท จะสามารถใช้ได้เต็มจำนวนจริงหรือไม่ แล้วเมื่อสอบถามเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณของ รายการนี้ ทางสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีก็ได้ชี้แจงว่า ผลการเบิกจ่าย ๔๗๐ กว่าล้านบาท เป็นการเบิกจ่ายจริง ณ วันที่ ๓๐ มิถุนายน และได้มีการผูกพันสัญญาไปแล้วอีก ๔๐๐ กว่าล้านบาท หากเราคำนวณกันอย่างตรงไปตรงมาโดยอ้างอิงค่าใช้จ่ายรายการนี้ตามเอกสารงบประมาณ รวมกับค่าใช้จ่ายไตรมาสสุดท้ายโดยประมาณก็จะพบว่าค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเครื่องบิน และเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งก็จะอยู่ที่ราว ๑,๐๒๗ ล้านบาท ดังนั้นงบประมาณ ปี ๒๕๖๕ ที่ขอมาจำนวน ๑,๕๕๗ ล้านบาท เงินจำนวนนี้มันไม่สูงไปหรือครับ นอกจาก การของบประมาณมาอย่างเกินความจำเป็นแล้ว งบประมาณ ๑,๕๐๐ กว่าล้านบาท กลับมี รายละเอียดแนบมาในภาคผนวกเพียงแค่หน้าเดียวและมีเพียงบรรทัดเดียวเท่านั้น ท่านประธานครับ เนื่องจากรายการนี้ไม่มีรายละเอียดประกอบมาให้ด้วย จึงทำให้เราต้องใช้ ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ในการพิจารณาความเหมาะสมของงบประมาณแทน โดยเลือกตัวแทนเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งที่เหมาะสมมาคำนวณหาค่าใช้จ่าย ที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริง ซึ่งเครื่องบินพระที่นั่งที่ใช้เป็นตัวแทนคือ รุ่น เอทีอาร์ ๗๒-๕๐๐ (ATR 72-500) ส่วนเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งที่ใช้เป็นตัวแทนคือ รุ่น เบลล์ ๔๑๒ อีพี (Bell 412 EP) อ้างอิงข้อมูลจากเนชันแนล บิซิเนส เอวิเอชัน แอสโซซิเอชัน (National Business Aviation Association) โดยใช้ค่าโททั ล โอเพ อเรติง คอส ต์ ออฟ ฮาวเออร์ (Total Operating Cost of Hour) หรือค่าใช้จ่ายในการการบินต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นค่าใช้จ่าย ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการบินที่แปรผันตามชั่วโมงบิน ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา ค่าเจ้าหน้าที่ ค่าน ้ามัน ค่าเชื้อเพลิง ต้นทุนทางการเงิน ค่าประกันและอื่น ๆ เมื่อคำนวณออก มาแล้ว เครื่องบินพระที่นั่ง เอทีอาร์ ๗๒-๕๐๐ (ATR 72-500) มีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับ การบินชั่วโมงละ ๒,๙๔๓.๗๓ ดอลลาร์ หรือมีค่าเท่ากับ ๙๗,๑๔๓ บาท ส่วนเฮลิคอปเตอร์ พระที่นั่ง รุ่น เบลล์ ๔๑๒ อีพี (Bell 412 EP) มีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการบินชั่วโมงละ ๘๙๐ ดอลลาร์ หรือมีค่าเท่ากับ ๖๒,๓๗๐ บาท เมื่อคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนของ ธนาคารแห่งประเทศไทย ณ วันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๔ รายการนี้มีการของบประมาณมาใน ปี ๒๕๖๕ ทั้งสิ้น ๑,๕๕๗,๕๕๓,๑๐๐ บาท เมื่อหักค่าบริภัณฑ์ภาคพื้นสนับสนุนหน่วยบิน เดโชชัย ๓ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจ และค่าใช้จ่ายในการฝึกบินจำลอง โดยอ้างอิงจากตัวเลขปี ๒๕๖๔ จะคงเหลือค่าใช้จ่ายสำหรับซ่อมบำรุงและค่าเชื้อเพลิงอยู่ที่ ๑,๒๕๘,๖๘๗,๔๕๐ บาท หากเรานำเงินจำนวนนี้แบ่งไปใช้สำหรับการบินด้วยเครื่องบิน และการบินด้วยเฮลิคอปเตอร์ ไม่ว่าจะแบ่งโดยสัดส่วนใดก็ตาม เงินจำนวน ๑,๒๐๐ กว่าล้านบาทนี้ ต่อให้บินทั้งวันทั้งคืน บินไม่มีวันหยุด ก็ยังจะสามารถบินได้มากกว่า ๓๖๕ วัน ด้วยซ ้าไป ไม่ว่าจะแบ่งครึ่งหนึ่งสำหรับเครื่องบินและอีกครึ่งหนึ่งสำหรับเฮลิคอปเตอร์หรือใช้ สำหรับเครื่องบินทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือในกรณีบินด้วยเฮลิคอปเตอร์อย่างเดียวสามารถ บินได้ถึง ๘๔๑ วัน หรือหากจะพูดให้นึกภาพง่าย ๆ ก็คือบินทั้งวันทั้งคืน ตลอด ๒ ปี งบประมาณก้อนนี้ยังใช้ไม่หมดเลยครับ ท่านประธานครับ ไม่ว่าจะดูจากการคำนวณจาก สมมุติฐานหรือการเบิกจ่ายในอดีตงบประมาณในส่วนนี้ก็สูงกว่าความเป็นจริง ไม่ต ่ากว่า ๔๐๐ ล้านบาท ผมขอยืนยันอีกครั้งว่างบประมาณส่วนนี้หากถูกปรับลดลงไปจะไม่ทำให้ หน่วยงานหรือผู้รับผิดชอบในรายการนี้ลดคุณภาพการซ่อมบำรุงหรือลดระดับ ความปลอดภัยในการใช้งานพาหนะได้เลย เห็นได้ชัดจากค่าใช้จ่ายที่ผมได้แสดงมาข้างต้น แต่เงินที่เหลืออยู่นี้หากนำไปใช้ให้ถูกที่ถูกทาง ก็จะช่วยก่อให้เกิดประโยชน์มากกว่าเอาไปกองไว้เฉย ๆ ยกตัวอย่างเช่น สถานการณ์โควิด (COVID) ทำให้ผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับการบินไม่สามารถดำเนินกิจการได้ เนื่องจาก นโยบายของรัฐทำให้นักบินและลูกเรือประมาณ ๑๕,๐๐๐ คนได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยในปีนี้เพิ่งได้รับเงินชดเชยไปเพียง ๒,๕๐๐ บาทจากประกันสังคมเท่านั้น รัฐบาลจะ ช่วยเหลือพวกเขาอย่างไรได้บ้าง

ท่านประธานครับ ตามที่ผมได้ยกตัวอย่างมาในข้างต้น งบประมาณที่ผม กล่าวเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของสำนักนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานในกำกับเท่านั้น ซึ่งยังมีอีก หลาย ๆ หน่วยงานที่สามารถปรับลดงบประมาณลงได้ แต่เวลาอันจำกัดไม่สามารถชี้แจงได้ ทั้งหมด ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลที่ผมขอเสนอตัดงบประมาณในมาตรานี้ลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นจำนวนเงิน ๒,๔๔๖,๖๔๔,๑๑๐ บาท ขอบคุณครับ