พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ หารือเรื่องเงินราชการลับ และแสดงความกังวลเกี่ยวกับงบประมาณที่ไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างชัดเจน พร้อมเรียกร้องการลดเงินราชการลับลง
ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ สำหรับปีงบประมาณ ๒๕๖๕ เงินราชการลับ หรือเรียกสั้น ๆ ว่างับลับนะครับ งบลับ ไม่ใช่ งับลับ นะครับ มีอยู่ด้วยกัน ๑,๒๔๘ ล้านบาท ก็ต้องเรียนว่างบลับแบบนี้ไม่ได้ เพิ่งมี เรามีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีที่ว่าด้วยการบริหารเงินราชการลับนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ โดยในระเบียบนั้นก็ให้ความหมายว่างบลับคืออะไร งบลับนี้เขาก็บอกว่าเป็นภารกิจที่จะต้อง ดำเนินการในลักษณะที่ปกปิด แล้วก็เป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรีที่จะอนุมัติให้เพิ่มเติมได้ ซึ่งก็ต้องเรียนว่าในเอกสารเล่มขาวคาดแดงที่เข้าสู่การพิจารณานี้ หรือแม้แต่ในเอกสารในชั้น อนุกรรมาธิการหรือกรรมาธิการก็ดี ก็จะไม่ได้มีรายละเอียด ไม่เปิดเผยข้อมูลใด ๆ ว่าเป็นการใช้จ่ายประเภทใด ซึ่งก็ทำให้เกิดข้อสงสัยต่อพี่น้องประชาชนที่ตั้งคำถาม งบประมาณในส่วนนี้ ทีนี้แม้ว่าจะมีการตรวจสอบครับท่านประธาน แต่ว่าการตรวจสอบนี้ ก็เป็นการตรวจสอบแบบลับ ๆ เป็นการตรวจสอบโดย สตง. แต่ว่าตามระเบียบที่ออกโดย คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินที่ว่าด้วยหลักเกณฑ์การตรวจสอบที่มีขึ้นในปี ๒๕๖๔ ก็ระบุ เอาไว้ชัดเจนครับว่าการตรวจสอบก็ต้องเป็นแบบลับ ๆ รายงานผลการใช้จ่ายที่ออกมานี้ ก็จะเสนอแค่คณะกรรมการของ สตง. เท่านั้น ที่ผมเป็นห่วงคือในระเบียบตัวนี้ในข้อ ๑๒ เขาเขียนเอาไว้ครับท่านประธาน สรุปใจความง่าย ๆ คือว่าหลังจากที่ตรวจสอบเสร็จแล้ว ก่อนที่จะเรียกว่าปิดผลการตรวจสอบก็จะต้องให้มีการประชุมร่วมกับหน่วยงาน ที่ได้รับการตรวจสอบ ให้หน่วยงานที่ได้รับการตรวจสอบนี้ได้ชี้แจงเหตุผลเสียก่อน คือฟังดูแล้วเหมือนกับระเบียบข้อนี้มันจะเปิดทางเอาไว้ทำนองว่าผู้ตรวจการ สตง. ตรวจไปแล้ว ผลออกมาเป็นอย่างไร ไปเรียกหน่วยงานที่รับผิดชอบมาเจรจา มาพูดคุยกันก่อน มาให้เหตุ ให้ผลกันก่อน ซึ่งก็ยิ่งทำให้เคลือบแคลงสงสัยว่าสุดท้ายแล้วผลการตรวจสอบที่แม้แต่สภาจะ ไปเรียกดูก็ไม่ได้ มันจะตรงไปตรงมาหรือไม่
สำหรับปีนี้ ๑,๒๔๘ ล้านบาทนั้นก็มาจากกระทรวงกลาโหม ๕ หน่วยงาน ๔๗๐ ล้านบาท ในส่วนที่อยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ๒๑๐ ล้านบาท แล้วก็ กอ.รมน. ๑๐ ล้านบาท สำหรับสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีมีการใช้ทั้งหมด ๕๕๘ ล้านบาท โดยกระจายไปถึง ๑๙ หน่วยงานครับท่านประธาน ตามสไลด์ (Slide) ที่ผมขึ้นก็คร่าว ๆ ก็แน่นอนครับ มีสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงาน ปลัดกระทรวงกลาโหม กรมราชทัณฑ์ แล้วก็มีบางหน่วยงานที่ผมก็ไม่แน่ใจว่าเหตุใดต้องมี อย่างเช่น สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน กรมการปกครอง กรมสวัสดิการและคุ้มครอง แรงงาน แล้วก็กรมการจัดหางาน ท่านประธานครับ คำถามคืองบประมาณเหล่านี้ต้องเรียน ว่าไม่เคยตกเบิกนะครับ เบิกจ่ายครบถ้วนใช้หมดทุกปี ประสิทธิภาพเรียกว่าสูงสุดเมื่อเทียบ กับหน่วยงานทั้งหมดหรือโครงการทั้งหมดที่เรามีอยู่ในรัฐบาลหรือระบบราชการ ผมเคยถาม ในชั้นกรรมาธิการว่างบลับเหล่านี้เอาไปทำอะไร ตอนนั้นถามกระทรวงกลาโหม ก็ได้คำชี้แจง นะครับว่าก็จะเป็นงานด้านการข่าว ด้านยาเสพติด ด้านการดูแลชายแดน ก็ยิ่งสงสัยครับ เพราะว่าภารกิจเหล่านี้กระทรวงกลาโหมเองก็มีการตั้งงบประมาณมา แล้วก็เยอะกว่านี้ ด้วยซ ้า ก็มีความสงสัยว่ามันจะเกิดความซ ้าซ้อนหรือไม่ เพราะคำชี้แจงมีแค่เท่านี้จริง ๆ ครับ ท่านประธาน ๑๓ ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหน เป็นยุคไหน งบประมาณในส่วน ของงบลับนั้นไม่เคยปรับลดลง มีแต่จะปรับเพิ่มขึ้น เพิ่มให้กับหน่วยงานแต่ละหน่วยงาน ล่าสุดแม้ว่าเราจะมีวิกฤติโควิด (COVID) วิกฤติด้านงบประมาณที่ภาพรวมจะลดลงประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าเงินราชการลับทั้งหมดก็ไม่มีการปรับลดลง ก็ยังคงเท่าเดิมมา ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ จนถึงปี ๒๕๖๕ ผมยกตัวอย่างไล่เลียงจากในอดีตถึงปัจจุบัน อย่างใน ปีงบประมาณ ๒๕๕๕ งบลับของสำนักข่าวกรองก็มีการปรับเพิ่มขึ้น จาก ๗๕ ล้านบาท เป็น ๒๓๒ ล้านบาท ปีงบประมาณ ๒๕๕๕ เช่นกันครับ งบลับของกองทัพบกเพิ่มขึ้น ๒๙๐ ล้านบาท ปีงบประมาณ ๒๕๕๗ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี งบลับเพิ่มจาก ๒๐ ล้านบาท เป็น ๖๐ ล้านบาท ปีงบประมาณ ๒๕๕๘ หลังการรัฐประหารก็งอกงบลับ ขึ้นมาใหม่ให้กับดีเอสไอ (DSI) หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ ๓๕ ล้านบาท ปีงบประมาณ ๒๕๖๐ งบลับในส่วนของ สตช. หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพิ่มขึ้นจาก ๑๐๓ ล้านบาท เป็น ๒๑๐ ล้านบาท ก็ต้องตั้งคำถามครับท่านประธานว่าเหตุใดงบราชการ ลับเหล่านี้ถึงปรับตัวสูงขึ้น งบบางส่วนนี้ถูกใช้ไปในภารกิจที่มันคุกคามพี่น้องประชาชนที่เห็น ต่างหรือไม่ งบประมาณเหล่านี้ถูกใช้ไปในภารกิจที่เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกของผม คุณศิริกัญญาได้พูดถึงวอชลิสต์ (Watchlist) ถูกใช้ไปในภารกิจที่จะไปตรวจสอบ ติดตาม นักการเมืองที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับรัฐบาลหรือเปล่า ท่านประธานครับ ถ้างบลับถูกใช้ในภารกิจ ที่ผมพูดไปว่าจะใช้อย่างไร ก็ท่านเป็นรัฐบาลก็คงจะใช้ไปเพื่อที่จะตรวจสอบ หรือติดตาม หรือจำกัดผู้ขัดแย้ง หรือฝั่งตรงข้ามทางแนวการเมืองของท่าน แต่ที่ผมเป็นห่วง มากไปกว่านั้นครับท่านประธาน คือหากมันถูกใช้ไปอย่างทุจริตแล้วก็ตรวจสอบไม่ได้ แล้วก็ มีแต่เพิ่มขึ้น ๆ เรื่อย ๆ แบบนี้มันเป็นการที่จะไปเบียดเบียนเงินภาษีที่มาจากน ้าพักน ้าแรง ของพี่น้องประชาชน ดังนั้นผมสรุปอย่างนี้ครับท่านประธาน หากว่าทางกรรมาธิการ ไม่สามารถที่จะชี้แจงเหตุผลความจำเป็นที่จะต้องปกปิดแล้วก็ตรวจสอบลับ ๆ แบบนี้ เหตุผล ความจำเป็นที่งบประมาณในส่วนนี้ไม่สามารถปรับลดลงได้เลยทั้งที่ภาพรวมของเราลดลง ๕ เปอร์เซ็นต์ ผมก็ยืนยันที่จะขอปรับลดเงินราชการลับที่อยู่ในมาตรา ๗ ก็ดี มาตรา ๘ ของกระทรวงกลาโหมก็ดี มาตรา ๒๗ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ดี ลดลงทั้งหมด ๑,๒๔๘ ล้านบาท ขอบพระคุณครับท่านประธาน